วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

ศิษย์เก่าวิศวะ จุฬาฯ เปิดประสบการณ์รุ่นพี่สู่รุ่นน้อง รับมือยุคดิสรัปชั่น

ศิษย์เก่าวิศวะ จุฬาฯ เปิดประสบการณ์รุ่นพี่สู่รุ่นน้อง รับมือยุคดิสรัปชั่น

สมาคมนิสิตเก่าวิศวะ จุฬาฯ จัดงาน Intania Dinner Talk ชวนรุ่นพี่ผู้บริหารทุกภาคอุตสาหกรรม ถ่ายทอดประสบการณ์แก่รุ่นน้อง เตรียมพร้อมรับมือยุคดิสรัปชั่น ด้านศิษย์เก่า ระบุเด็กรุ่นใหม่ ไม่ไร้ความอดทนเพียงแต่ทำสิ่งที่ชอบ แนะยอมรับความต่างระหว่างวัย

นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์ นายกฯ สมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าการจัดงาน Intania Dinner Talk 2019:2020 The next disruption is coming  ของสมาคมนิสิตเก่าวิศวะ จุฬาฯ นั้น ถือเป็นงานประจำปีของสมาคมที่จัดขึ้นทุกปี  โดยปีนี้ เป็นเรื่องเทคโนโลยี  ดิสรัปชั่นที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการสร้างความตระหนักรู้ เตรียมพร้อมรับมือ และเป็นโอกาสของไทยที่จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น  ดังนั้น การเสวนาจากศิษย์เก่า วิศวะจุฬาฯ  ที่มาจากทุกสาขาอาชีพมาแลกเปลี่ยน บอกเล่าประสบการณ์ในทุกแง่มุมจะช่วยเติมเต็มความรู้ให้เด็กรุ่นใหม่

“เด็กวิศวกรในยุคดิสรัปชั่น ต้องหลากหลายและบางเรื่องเขาอาจจะไม่รู้ในชั้นเรียน เช่น มีรุ่นพี่ Mentor เล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า การทำหุ่นยนต์ ต้องความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า และต้องไปศึกษาวิธีการรำไทยเพื่อดูการเคลื่อนไหวของมือ ของนิ้ว ทำให้หุ่นยนต์มีความเหมือนมนุษย์มากที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้นิสิตชั้นปีที่ 4 อาจไม่ทราบ เป็นต้น"นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว

ประสบการณ์จริงของคนที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม สามารถนำไปดัดแปลง ประยุกต์ให้แก่น้องๆ ได้รู้ อีกทั้งสมาคมอยากเห็น คือ ต้นแบบให้มีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นในสถาบันการศึกษาของไทย  จึงอยากเชิญศิษย์เก่าทุกคนที่ประสบความสำเร็จ อย่าคิดว่าประสบการณ์ตนเอง เป็นเรื่องล้าสมัย อยากให้กลับเข้ามาช่วยเติมเต็มความรู้ให้แก่เด็กรุ่นใหม่

ทั้งนี้ จากการดำเนินงานของสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาฯ ระหว่างปี 2561-2562  ได้จัดโครงการChamp Engineering ซึ่งเป็นโครงการเชื่อมโยงประสบการณ์ศิษย์เก่าวิศวะ จุฬาฯ ที่มีชื่อเสียงประสบความสำเร็จมาแบ่งปันและเตรียมน้องนิสิตปัจจุบันพร้อมเข้าสู่การทำงานจริงในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

มีความท้าทายรอบด้าน เพื่อช่วยอุตสาหกรรมไทย ตลาดแรงงานไทยและสังคมไทย โดยในโครงการจะมีศิษย์เก่าหรือรุ่นพี่ในฐานะผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง อย่างละ 1 คน ดูแลน้อง 4 คน เตรียมการให้เด็กรุ่นใหม่ให้นิสิตปีที่ 4 ที่จะจบออกไป พบกับสิ่งที่ท้าทายจากเทคโนโลยีใหม่ๆ  หรือรูปแบบการทำงาน ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต

โครงการ Champ Engineering ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยขณะนี้จำนวนเด็กที่เข้าร่วม​champ มีปีละ 72 คน รวม 144 คน และมีรุ่นพี่ซึ่งทำหน้าที่ Mentor จำนวน 36 คนต่อปี ซึ่งนิสิตเข้าร่วมโครงการ Champ Engineering พวกเขามีมุมมองความคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิม มีความมั่นใจมากขึ้น

ขณะเดียวกันเหล่ารุ่นพี่ Mentor ที่มาถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ให้แก่รุ่นน้อง พวกเขาก็ได้เรียนรู้จากรุ่นน้อง  ได้มุมมองความคิดจากเด็กรุ่นใหม่ และได้ชี้แนะรุ่นน้องที่อาจจะมีความเสี่ยงเลือกเดินไม่ถูกต้องได้นอกจากนั้น ทางสมาคมยังมีกิจกรรมค่ายยุววิศวกรบพิธ เพื่อเป็นการปลูกฝังให้นิสิตวิศวกรได้มองเห็นประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่มองเพียงประโยชน์ส่วนตน

นายสมคิด จิรานันตรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) กล่าวว่าได้เข้าร่วมเป็น Mentor ในโครงการ Champ Engineering ปีนี้เป็นที่ 2 แล้ว โดยจะเป็นการให้รุ่นพี่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับรุ่นน้อง เพื่อให้รุ่นน้องที่ยังไม่เห็นภาพธุรกิจ การปฏิบัติได้มีโอกาสรับฟัง เรียนรู้ร่วมกัน

จากการเป็น Mentor  ทำให้ได้มุมมองความคิดจากเด็กรุ่นใหม่เยอะมาก ซึ่งจริงๆพวกเขาเป็นเด็กเก่ง มีความตั้งใจดี และทำเฉพาะในสิ่งที่ชอบ ดังนั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีความอดทนในการทำงาน เพียงแต่เขาไม่ได้มีมุมมองอย่างเด็กในอดีตที่ต่อให้ไม่ชอบงานเหล่านั้นก็ทนทำ

แต่เด็กรุ่นใหม่ เขาจะทำในสิ่งที่ตนเองชอบ เราจึงได้นำเสนออีกมุมมองหนึ่งให้แก่พวกเขา เพราะสิ่งไม่ชอบในวันนี้  วันหน้าพวกเขาอาจจะชอบ โดยต้องทำให้เขายอมรับความคิดเห็นของเราจากการที่เรายอมรับความคิดเห็นของเด็กก่อน พยายามเสนอให้พวกเขาได้ลองทำ เพื่อให้เกิดความสนใจ เนื่องจากปัญหาที่มาท้าทายจะทำให้สอนพวกเขาไปในตัว

“สิ่งสำคัญที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ คือการยอมรับความคิดเห็นของคนสองกลุ่มที่ต่างวัยกัน ผู้ใหญ่ยอมรับความคิดของเด็กและเด็กยอมรับความคิดของผู้ใหญ่ เพราะต้องยอมรับว่าช่องว่างระหว่างวัยเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคในการแลกเปลี่ยน หรือยอมรับกัน โครงการนี้ทำให้ผู้ใหญ่กับเด็กได้แลกเปลี่ยน พูดคุย และยอมรับซึ่งกันและกันมากขึ้น”นายสมคิด กล่าว