ป.ป.ส.พบปัญหาวัยรุ่นลอบเสพ "ทรามาดอล" เตือนใช้ยาผิดประเภทต่อเนื่องยาวนาน ส่งผลชักเกร็งเสี่ยงตาย คุมเข้มร้านยาห้ามขายเกิน 10 เม็ด
สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) น.ส.กัญญนันท์ คงภัสนิโรจน์ ผอ.สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด ป.ป.ส. กล่าวถึงกรณีการแพร่ระบาดของการใช้ยาทรามาดอล (Tramadol) ซึ่งเป็นยาใช้ระงับอาการปวดรุนแรง แต่กลุ่มนักเรียนและเยาวชนนำไปใช้ในทางที่ผิดโดยการนำมาผสมยาขนานอื่น ให้เป็น 4 คูณ 100 เพื่อนำมาเสพ ว่า ป.ป.ส. พบข้อมูลการแพร่ระบาดการใช้ยาทรามาดอลตั้งแต่ปี 2556 จึงได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการทำโครงการเฝ้าระวังในเขตพื้นที่การศึกษาชั้นในของกทม.และโรงเรียนรอบนอก
รวมทั้งแจ้งไปยังเครือข่ายสมาคมร้านขายยา และร้านขายยาที่มีใบอนุญาต เพื่อหามาตรการป้องกันไม่ให้มีการจำหน่ายให้กับเด็กและเยาวชน. โดยมีข้อกำหนดให้ร้านขายยาหรือเภสัชกรจำหน่ายยาดังกล่าวได้ไม่เกินครั้งละ 10 เม็ดเท่านั้น
ผอ.สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด กล่าวอีกว่า ยาทรามาดอลเป็นยาที่มีฤทธิ์รักษาอาการปวดรุนแรง เพราะมีส่วนประกอบคล้ายอนุพันธ์ของฝิ่น หากร่างกายรับยาเข้าไปปริมาณมากจะมีอาการข้างเคียงสูง ซึ่งกลุ่มยาที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดมีหลายประเภท เช่น กลุ่มยาแก้ปวด กลุ่มยาแก้ไอและยาที่เป็นน้ำเชื่อม กลุ่มยาแก้แพ้อากาศ ยาแก้อาเจียน. โดยยาทั้ง 3 กลุ่มนี้หากนำไปผสมเกินขนาดจะมีฤทธิ์กดประสาทมากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายเกิดอาการชักเกร็ง หมดสติและทำให้เสียชีวิตในที่สุด
“ยาประเภทนี้หากมีการใช้ไปนานๆ จะไม่มีอาการเหมือนกับการติดยาเสพติดและไม่เข้าหลักเกณฑ์ของการเป็นยาเสพติดให้โทษ แต่เมื่อนำไปผสมกับเครื่องดื่ม เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือนำไปผสมกับสารเสพติดประเภทอื่นๆ จะทำให้ผู้ใช้ยามีการอาการเคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลาย เกิดอาการล่องลอย ไม่รู้ตัว ในกรณีที่มีการใช้ต่อเนื่องไปนานๆร่างกายจะสะสมและทำให้เกิดอาการแขนขาอ่อนแรง ชักเกร็ง หมดสติ หรือถ้าขั้นรุนแรงอาจเสียชีวิต ป.ป.ส.จึงขอแจ้งเตือนไปยังผู้ปกครองและทางสถานศึกษาให้ช่วยสอดสองดูและพฤติกรรมของลูกหลานที่มีช่วงอายุในกลุ่มวัยรุ่นด้วย” น.ส.กัญญนันท์ กล่าว





