วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

หนุ่มอ้วน250กก. กลัวท้องแตกตาย วอนแพทย์ช่วยเหลือ

หนุ่มอ้วน250กก. กลัวท้องแตกตาย วอนแพทย์ช่วยเหลือ

หนุ่มป่วยเป็นโรคอ้วนหนัก 250 กิโลกรัม เดินไม่ได้ท้องใหญ่บวม กลัวท้องแตก วอนแพทย์ช่วยเหลือให้หาย

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีหนุ่มอ้วนวัย29ปี ป่วยเป็นโรคอ้วนท้องใหญ่บวมน้ำหนัก250 กิโลกรัมเดินไม่ได้พักอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า วอนขอให้หน่วยงานหรือมูลนิธิองค์กรใดช่วยรับเป็นคนไข้ช่วยรักษาจึงเดินทางไปตรวจสอบที่หอผู้ป่วยพระครูอุดมสมุทรคุณ ชั้น4อาคารอิสระสุนทรเพื่อขอทราบรายละเอียดพบว่า คนไข้รายดังกล่าวชื่อนายรุ่งโรจน์ ชนะภัย หรือน้องแนน อายุ29ปีอยู่บ้านเลขที่11/8ชุมชนวัดธรรมนิมิต เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงครามน้ำหนักตัวประมาณ250 กิโลกรัมมารับการรักษาโดยมีแพทย์หญิงจิราพร บุญโทเป็นแพทย์ผู้ดูแล โดยมีนางสาวรัตนา ทองมาก อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่11/8ชุมชนวัดธรรมนิมิต เขตเทศบาลเมืองสมุทรสงครามมารดานายรุ่งโรจน์ คอยเฝ้าดูแล

นางสาวรัตนา กล่าวว่าบุตรชายของตนหลังจากเรียนจบม.3 ช่วงอายุ 15 ปี ก็เริ่มมีอาการอ้วนจึงไม่ได้เรียนต่อชั้น ม.4ออกมารับจ้างเฝ้าบ่อกุ้ง ใน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เพื่อหาเงินรักษาตัว กระทั่งระยะหลังมีโรคแทรกซ้อน มีอาการเหนื่อยเข้ารักษาตัวโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยเป็นความดันสูง หัวใจโต น้ำท่วมปอด แพทย์ให้ยาขับปัสสาวะ พอดีขึ้นก็กลับบ้านเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำตลอดมา ลูกชายจึงต้องออกจากงาน ในช่วงลูกชายพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตนก็ต้องมาเฝ้าต้องหยุดขายขนมทำให้ขาดรายได้ สามีก็มีอาชีพรับจ้างในเรือประมงนานๆจะกลับมาเยี่ยมบ้าน ตนห่วงบุตรชายมากจะเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพก็ไม่มีเงิน ล่าสุดเมื่อ4วันก่อนบุตรชายบอกว่าท้องแข็งมากและออกด้านข้างนอนตะแคงก็เจ็บกลัวท้องแตก จึงกลับเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าอีกครั้ง จึงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพาบุตรชายไปรักษาตัวให้หายใช้ชีวิตเป็นปกติเหมือนเดิม

ด้านนพ.สุทธิพงษ์ ศิริมัย ผอ.รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้ากล่าวว่า นายรุ่งโรจน์ มารักษาตัวโรคอ้วน ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน คนไข้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหลายครั้งด้วยโรคอ้วน แต่ครั้งนี้เข้ารักษาตัวด้วยอาการน้ำเกิน หัวใจโตผิดปกติ เนื่องจากน้ำในร่างกายมากไม่สามารถขับออกได้ทัน การช่วยเหลือเบื้องต้นคือการให้ยาขับน้ำออกไป รวมทั้งจำกัดน้ำไม่ให้น้ำเข้าเยอะ อาจทำให้หัวใจวายได้ นอกจากนี้ยังมีการอักเสบของบริเวณขาซึ่งต้องให้ยาฉีดฆ่าเชื้อเป็นครั้งคราววันละ4-5ครั้ง ไม่ได้ให้น้ำเกลือตลอดเวลาเพราะกลัวน้ำเกิน ณ ปัจจุบันผลการรักษายังไม่ค่อยดีคนไข้ยังดื่มน้ำเยอะ ทำให้น้ำมากองบริเวณเอว ด้านข้างลำตัว

อย่างไรก็ตามในระยะยาวแพทย์เคยแจ้งญาติคนไข้ว่าโรคอ้วนจากความผิดปกติของฮอร์โมน โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าไม่สามารถรักษาได้ต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งหากคนไข้พร้อมเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ก็จะเขียนใบส่งตัวให้ทันที