หอบหืดป้องกันโรคกำเริบได้

หอบหืดป้องกันโรคกำเริบได้

แพทย์ เผยโรคหอบหืดกระทบต่อคุณภาพชีวิต แนะควรจัดที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ ป้องกันโรคกำเริบ

แพทย์ เผยโรคหอบหืดกระทบต่อคุณภาพชีวิต แนะควรจัดที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ ป้องกันโรคกำเริบ

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคหอบหืดเป็นโรคที่มีการตีบแคบของหลอดลมเป็นพักๆ ซึ่งเกิดจากหลอดลมมีภาวะไวเกินต่อการกระตุ้นจากสิ่งต่างๆ เมื่อมีการกระตุ้นจะทำให้กล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมหดเกร็ง มีการบวมของเยื่อบุ และเสมหะถูกหลั่งออกมามากกว่าปกติ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการหอบ เพื่อเอาชนะความต้านทานในทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้น อาการดังกล่าวอาจทุเลาลงได้เองหรือทุเลาภายหลังได้รับการรักษา อาการของโรค คือ หอบ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไอ หายใจมีเสียงวี๊ด อาการมักเกิดเป็นพักๆ โดยอาจเกิดอาการเมื่อออกกำลังกายหรือทำงานหนัก หรือมีอาการในเวลากลางคืน จึงนับว่าเป็นโรคที่มีความทรมานมาก ถ้ามีอาการมากจะมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมากด้วยเช่นกัน

สาเหตุของโรคหอบหืด 1.เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม และปัจจัยสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค 2.โรคหอบหืดส่วนหนึ่งเกิดจากโรคภูมิแพ้ สารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญ ได้แก่ ไรฝุ่นบ้าน ขนแมว ขนสุนัข แมลงสาบ และสปอร์เชื้อรา 3.ตัวไรฝุ่นที่แพร่พันธุ์ได้ดีในสภาพภูมิอากาศที่ร้อนชื้น วงจรชีวิตของมันจะค่อนข้างสั้น คือ มีอายุอยู่ได้แค่ 6-7 เดือน แต่อุจจาระของมันสามารถอยู่แพร่เชื้อได้นานถึง 1-2 ปี หากไม่ทำความสะอาดเครื่องนอน จะยิ่งมีอาการแพ้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ อาหารของตัวไรฝุ่นเป็นสะเก็ดผิวหนัง ขี้รังแคของมนุษย์ 3.ขี้แมลงสาบที่แห้งเกรอะกรังตามหลืบตามมุม เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญ เช่นเดียวกับขนและรังแคของสัตว์เลี้ยงในบ้าน เช่น แมว สุนัข 4.เชื้อรามีทั้งในห้องที่เปียกชื้น และชั้นบรรยากาศทั่วไป 5.บางคนเกิดอาการเมื่อออกแรงหรือออกกำลังกาย สัมผัสกับอากาศที่เย็นจัด หรือเมื่อเกิดการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนต้น

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงของโรคหอบหืด คือ ใช้ยาไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นเพราะไม่รู้จักยาที่ใช้ดีพอหรือไม่ทราบว่าควรใช้ยาในสถานการณ์ใด ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางจิตเวชร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคซึมเศร้า โรคหอบหืดที่เกิดจากการแพ้สปอร์ของเชื้อรา ในกรณีที่ผู้ป่วยหรือญาติไม่ให้ความร่วมมือในการรักษา ทำให้ไม่สามารถวางแผนการรักษาในระยะยาวได้ไม่ทราบว่าอาการหอบเหนื่อยที่เกิดขึ้นมากน้อยขนาดไหน หลอดลมของผู้ป่วยมีความไวต่อตัวกระตุ้นอย่างรุนแรง ซึ่งสามารถทดสอบได้จากการตรวจความไวของหลอดลม

รวมทั้งผู้ป่วยที่มีประวัติการจับหืดที่รุนแรงมาก่อน เคยเข้ารับการรักษาฉุกเฉินบ่อยครั้ง การที่ผู้ป่วยหรือญาติไม่เข้าใจอาการและความรุนแรงของโรค โดยทั่วไปแล้วโรคหอบหืดเกิดจากอาการแพ้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น สปอร์ของเชื้อรา ฯลฯ ซึ่งความรุนแรงแต่ละรายไม่เหมือนกัน บางคนไวต่อสิ่งที่แพ้ก็จะทำให้เกิดอาการหอบหืดมาก ขณะที่บางคนมีอาการหอบหืดน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพสิ่งแวดล้อม สำหรับหลักการรักษา มีแนวทาง 3 ประการ คือ 1.หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดการแพ้เป็นหลักอันสำคัญที่ลงทุนน้อยแต่ได้ผลดี 2.การใช้ยาลดการอักเสบของหลอดลมหรือยาขยายหลอดลม ส่วนมากเป็นยาพ่นทางปาก 3.การฉีดยาเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างความต้านทานต่อสิ่งที่ผู้ป่วยแพ้ ผู้ป่วยโรคหอบหืดควรดำรงชีวิตเช่นคนปกติ แต่ควรจัดที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมให้ดี ด้วยการกำจัดหรือหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ให้มีอยู่ในบ้านหรือสถานที่ทำงานให้น้อยที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยแพ้สิ่งนั้นๆ