ซิโก้ เด็กเรียนวิทย์สู่คนบงการข้างสนาม

ซิโก้ เด็กเรียนวิทย์สู่คนบงการข้างสนาม

ชะตาลิขิตให้อดีตเด็กวิทย์ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เบนเส้นทางชีวิตสู่สนามลูกหนัง กลายเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับฟุตบอลไทย

จากความฝันวัยเด็กที่หมายมาดเป็นนักวิทยาศาสตร์ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตนักเรียนสายวิทย์-คณิตในห้องคิงที่ฝันสลายจากสอบเอนทรานซ์ จนต้องเบนเข็มหาสิ่งที่รักเป็นอันดับแรกก็คือ ฟุตบอล และเริ่มคิดว่าจะใช้แข้งขาตัวเองมาสร้างอาชีพ หวังเป็นนักฟุตบอลที่ติดทีมชาติ และผลักดันตัวเองไปให้ถึงจุดนั้น


“ผมเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กแล้ว และไม่เคยคิดว่า ฟุตบอลจะโตมากเท่าทุกวันนี้ ไม่เคยเชื่อว่า การเล่นฟุตบอลจะสามารถหาเลี้ยงชีพได้ หลายๆ คนก็คิดแบบนี้ เพราะเราถูกปลูกฝังมาให้เห็นเรื่องเรียนเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง ยิ่งผมเองมีพ่อแม่เป็นคุณครูก็จะถูกปลูกฝังให้เรียนๆๆๆ แล้วมาทำงานรับราชการ” ซิโก้เท้าความ


ในช่วงปี 2536 รายได้ของการเป็นนักฟุตบอลในไทยอยู่ที่ 2 พันบาทต่อเดือน เขาจึงตัดสินใจไปค้าแข้งที่มาเลเซีย รายได้อยู่ที่ 2 แสนบาทต่อเดือน สั่งสมประสบการณ์ในฐานะนักเตะก็ขยับมาเป็นโค้ช ทำให้เขาเห็นความแตกต่างระหว่างนักฟุตบอลในสนามกับโค้ชข้างสนาม


"จากนักฟุตบอลที่กิน นอน ฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ แต่เมื่อมาเป็นโค้ช ไม่ใช่แค่นั้น ต้องคิดตลอดเวลา ไม่มีหยุด คิดไปข้างหน้า และดึงใจผู้เล่นออกมา เพราะคนร้อยพ่อพันแม่ที่แตกต่างกัน บ้างอีโก้สูง ต้องสร้างทีมเวิร์ค สร้างความไว้ใจ"


เพราะเกมหรือนักฟุตบอลก็เหมือนสินค้า ในฐานะโค้ชก็ต้องสร้างสินค้าที่มีคุณภาพเพื่อให้แบรนด์เกิด เทรนด์กีฬาในช่วง 3-4 ปีก่อนแรงมาก โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีนักกีฬาดาวเด่นหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น วอลเล่ย์บอล กอล์ฟ ยิงปืน ฟันดาบ รวมถึงฟุตบอล หลายคนมองว่า กีฬาไม่โต แต่ซิโก้ชี้ว่า ในความเป็นจริง ธุรกิจกีฬาโตมาก เห็นได้ชัดจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดกีฬาจากทั่วโลก หรือแม้กระทั่งในไทยที่ช่องโทรทัศน์ต่างๆ เคยซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลลีกทั้งอังกฤษ ยุโรปหรืออื่นๆ แต่เมื่อเห็นว่า ฟุตบอลลีกไทยมีความน่าสนใจ ก็เกิดการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอด ทำให้เกิดมูลค่ามหาศาลและมีแนวโน้มที่จะแรงขึ้นเรื่อยๆ


เมื่อถามถึงการใช้เวลาใน 24 ชั่วโมงทั้งการดูแลทีมฟุตบอล การดูแลครอบครัวและธุรกิจสปอร์ตฮีโร่ แน่นอนว่าเขาอยากให้ 1 วันมีมากกว่า 24 ชั่วโมง ทุกๆ เช้าต้องตื่นตี 5 เพื่อส่งลูกไปโรงเรียน จากนั้นก็เข้าบริษัท สปอร์ตฮีโร่ จำกัด ซึ่งเป็นกิจการของเขาเอง ช่วงเย็นหากมีงานที่ต้องเก็บตัว ฝึกซ้อมกับทีมนักฟุตบอลก็ต้องไปกิน นอน ซ้อม ถือว่าโฟกัสเต็มที่ให้กับทีมชาติ


แต่แม้ทำเต็มที่ในทุกด้านทั้งการทำธุรกิจ เป็นโค้ช หรือครอบครัว ก็อาจมีบางปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ วิธีแก้คือ เอาธรรมะเข้าข่ม รู้จักหน้าที่ของตัวเอง ถ้าทำถึงที่สุดแล้วแต่แพ้อาจเสียใจแต่ไม่เสียดาย แต่จะไม่โอเค ถ้าแพ้โดยที่ไม่ได้ทำให้เต็มที่ บางครั้งก็ต้องปล่อยไป


ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กล่าวขณะเป็นแขกรับเชิญในงาน SCB SME Expo เมื่อเร็วๆ นี้ และอ่านบทเสวนาฉบับเต็มใน กรุงเทพธุรกิจ (กายใจ) ฉบับวันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม 2559