วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมาขับยังพุ่ง! แม้จนท.เรียกตรวจรถวันที่2รวม6แสนคัน

สงกรานต์วันที่2ตายเพิ่ม64 ชี้อุบัติเหตุจากเมาขับยังพุ่ง แม้จนท.เรียกตรวจรถ6แสนคัน ดำเนินคดีกว่า1แสนราย

นายโสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2559 ว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน(ศปถ.) ประจำปี 2559 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงาน ภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 12 เม.ย.2559

นับเป็นวันที่ 2 ของการรณรงค์ “สงกรานต์ปลอดภัย ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สร้างวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 520 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 64 ราย ผู้บาดเจ็บ 550 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 36.35 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 33.46 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.03 รองลงมา รถปิคอัพ ร้อยละ 6.81 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 63.65 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 38.85 ถนนใน อบต.และหมู่บ้าน ร้อยละ 35.96 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 29.62 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 53.42

นายโสภณ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,125 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,677 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 631,584 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 104,484 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 30,201 ราย ไม่มีใบขับขี่ 29,747 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (26 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ พิจิตร (6 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง (25 คน)

อย่างไรก็ตาม สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 2 วัน ระหว่างวันที่ 11-12 เม.ย.2559 เกิดอุบัติเหตุรวม 907 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 116 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 981 คน จังหวัดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ สมุทรปราการ จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต มี 23 จังหวัด จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง 2 วัน ได้แก่ สมุทรปราการ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 45 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ บุรีรัมย์ 8 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 48 ราย

นายโสภณ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน พบว่ารถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่ประสบอุบัติเหตุมากที่สุด คิดเป็นกว่าร้อยละ 80 โดยถนนสายรองมีสถิติอุบัติเหตุเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประชาชนเดินทางถึงจุดหมายและเริ่มท่องเที่ยวสงกรานต์ในพื้นที่แล้ว ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จึงได้เน้นย้ำจังหวัดกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบูรณาการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร ในพื้นที่เพิ่มความเข้มข้นการปฏิบัติงานของด่านชุมชน คุมเข้มการดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ รวมถึงการเล่นน้ำสงกรานต์ท้ายกระบะ ตลอดจนให้จังหวัดประสานตำรวจ ทหาร สาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสถานที่ห้ามจำหน่าย ช่วงเวลา และการจำหน่ายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี

นายโสภณ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน ยังได้กำชับให้จังหวัดและสาธารณสุขจังหวัดเตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนที่เป็นระบบ ทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่จุดเกิดเหตุที่มีประสิทธิภาพ การส่งต่อผู้บาดเจ็บอย่างรวดเร็ว และการจัดระบบส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลใกล้เคียงอย่างไร้รอยต่อ หากประชาชนพบเห็นหรือประสบอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วน 1669 เพื่อให้ผู้ประสบอุบัติเหตุได้รับการดูแลและช่วยชีวิตอย่างถูกต้อง ซึ่งจะลดอัตราการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตามในวันนี้ศปภ.ให้ความสำคัญ เพราะจากสถิติทุกปีที่ผ่านมาระบุว่าทุกวันที่ 13 เม.ย. จะเกิดอุบัติเหตุสูงสุด และมีผู้เสียชีวิตสูงสุดในช่วง 7 วันอันตราย โดยช่วงเวลาที่เกิดบ่อยครั้งในวันนี้จะเป็นช่วง 16.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งกลุ่มผู้ชาย โดยเฉพาะวัยรุ่น ที่ไม่สวมกันน๊อคจะมีความเสี่ยงเสียชีวิตสูงสุด ทำให้ศปถ.จะเน้นมาตราการไปที่การตั้งด่านชุมชน โดยเน้นไปที่การบังคับใช้กฎหมาย เมาไม่ขับ จำกัดความเร็วของรถยนต์ หากพบว่าเมาแล้วขับขี่จะถูกยึดไปขับขี่ตามมาตรา 44 ทันที ส่วนพื้นที่ใดที่เป็นจุดเสี่ยงต้องเร่งแก้ไขทันที

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่าตัวในวันแรกนั้น ศปภ.จะมีการปรับแผนหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า “คิดว่าแผนยังออกมาได้ดี”