กิจกรรมให้ความรู้ช่วยเด็กและผู้ปกครองมีความเข้าใจในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย และโรคทางเพศสัมพันธ์
สมัยก่อนเมื่อมีการพูดถึงเรื่องเพศ เรามักจะถูกสอนว่า เป็นเรื่องน่าอาย ไม่ควรพูด เป็นเรื่องที่ต้องปกปิด ซึ่งทำให้หญิงไทยไม่มีภูมิคุ้มกันทางเพศและก่อเกิดปัญหาทางสังคม เช่น การท้องไม่พร้อม หรือ การติดโรคทางเพศสัมพันธ์ แต่ในปัจจุบันมีการเปิดกว้างมากขึ้น เรื่องเพศเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนควรทราบ และมีการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศที่ถูกต้องรวมไปถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยคนทั่วไปสามารถหาข้อมูลเรื่องนี้ได้อย่างง่ายดาย แต่สำหรับผู้พิการทางการได้ยินแล้วเป็นเรื่องที่ยากเนื่องจากผู้พิการทางการได้ยินไม่สามารถรับรู้ข้อมูลผ่านทางการฟังเหมือนคนทั่วไป ทำให้มีความยากลำบากในการพูดคุยทั้งผู้ให้ข้อมูลและผู้พิการทางการได้ยิน
มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสุขภาวะทางเพศ ให้แก่นักเรียนหญิงพิการทางการได้ยิน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 พร้อมทั้งฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกฟรีแก่เด็ก ซึ่งโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากเด็กแล้ว ยังมีพ่อแม่ผู้ปกครองมาด้วย ทำให้เด็กและผู้ปกครองมีความเข้าใจในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย และโรคทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคมะเร็งปากมดลูก โรคเอดส์ เป็นต้น
ดร.มลิวัลย์ ธรรมแสง ประธานฝ่ายวิชาการ มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า ในปัจจุบันมีผู้พิการทางการได้ยินในประเทศไทยเกือบ 3 แสนคนหรือคิดเป็นประมาณ 20% ของผู้พิการทั้งประเทศ ซึ่งมูลนิธิจะเป็นหน่วยงานประสานความช่วยเหลือต่าง ๆ ให้เข้าถึงผู้พิการทางการได้ยินทุกคนในประเทศเพื่อให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ปัญหาสำคัญคือ โอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขมีน้อย ผู้พิการทางการได้ยินก็มีปัญหาเรื่องสุขภาพเหมือนคนทั่วไปแต่ว่าเรื่องของการป้องกันโรค การรักษาโรค จะมีข้อจำกัดเพราะไม่สามารถรับสื่อต่าง ๆ ได้ อย่างเรื่องของโรคมะเร็งปากมดลูก ส่วนใหญ่จะไม่มีความรู้เลย ทางมูลนิธิฯ ต้องทำความเข้าใจกับครูและผู้ปกครองที่เป็นผู้ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุดให้มีความรู้ที่ถูกต้อง และที่สำคัญคือ ทำความเข้าใจกับเด็ก เพื่อให้เด็กมีความรู้เพื่อใช้ในการป้องกันและดูแลตนเอง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนกวรรณ ธราวรรณ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สุขภาวะทางเพศที่ดี คือ การมีเพศสัมพันธ์ที่เต็มใจและปลอดภัย โดยไม่ท้องและไม่ติดโรคทางเพศสัมพันธ์ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะต้องมีการส่งเสริมให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่ไม่สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้ผ่านทางการได้ยิน เนื่องจากการที่เด็กไม่ได้รับความรู้อย่างรอบด้านอาจก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมต่าง ๆ เช่น การท้องไม่พร้อมหรือตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร การติดโรคทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคมะเร็งปากมดลูก โรคหนองใน โรคเอดส์ ดังนั้น สังคมไทยควรเปิดกว้างให้เรื่องเพศเป็นเรื่องที่พูดกันได้ พร้อมสนับสนุนให้พ่อแม่คุยกับลูก ให้ครูเปิดใจให้ความรู้กับลูกศิษย์ สำหรับกิจกรรมในวันนี้เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศแก่นักเรียนหญิงในมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกในพระบรมราชินูปถัมภ์และผู้ปกครอง เพื่อให้เด็กมีความรู้และทักษะในการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย มีความเข้าใจในเรื่องการมีสุขภาวะทางเพศที่ดี และสามารถดูแลและป้องกันตัวเองได้ในเบื้องต้น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองสามารถคุยในเรื่องเพศสัมพันธ์กับลูก นับเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด
นพ.พูนศักดิ์ สุชนวณิช สูตินรีแพทย์จากโรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ซึ่งได้มาร่วมให้ความรู้พร้อมทั้งนำทีมพยาบาลมาฉีดวัคซีนแก่เด็กนักเรียน กล่าวว่า โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทยทั้งที่เป็นมะเร็งชนิดเดียวที่รู้ว่าเกิดจากไวรัสและมีวิธีการป้องกัน โดยค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกอยู่ที่ 2-3 แสนบาท ทำให้ประเทศต้องสิ้นเปลืองมาก ซึ่งหากเอามาลงทุนด้านรณรงค์ให้ความรู้และฉีดวัคซีนก็จะได้ประโยชน์มากกว่า
“การป้องกันต้องทำให้ได้ทั้ง 3 วิธี คือ 1.ระมัดระวังเรื่องพศสัมพันธ์ อย่ามีเพศสัมพันธ์ตอนอายุน้อย เมื่อมีเพศสัมพันธ์ต้องใส่ถุงยางอนามัยแม้จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่ก็ต้องใส่ไว้ก่อนเพื่อลดโอกาสเสี่ยง 2.ควรตรวจภายใน เพราะโรคนี้อาการแสดงช้า ดีที่สุดคือตรวจตอนไม่มีอาการตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป หรือ ตรวจเมื่อเริ่มมีเพศสัมพันธ์แม้จะก่อนอายุ 25 ก็ตาม ก็เริ่มมีความเสี่ยงแล้ว และตรวจเป็นประจำทุกปี และ 3.ในเมื่อมีวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว ผู้หญิงทุกคนควรจะฉีด การฉีดวัคซีนจะดีที่สุดคือต้องฉีดก่อนมีเชื้อจะทำให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ เพราะวัคซีนเป็นตัวสร้างภูมิป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย นพ.พูนศักดิ์ กล่าว
นางเล็ก รตตะสา คุณแม่ของน้องนุ่น วัย 12 ปี เล่าว่า น้องนุ่นเป็นลูกสาวคนโตซึ่งมีความพิการทางการได้ยินตั้งแต่กำเนิด โดยคุณแม่จดจำภาษามือเบื้องต้นมาสื่อสารกับน้องนุ่นตั้งแต่น้องนุ่นยังเด็ก ทำให้รู้เรื่องที่น้องนุ่นต้องการสื่อสาร คุณแม่มีความคิดว่า เรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติแต่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องป้องกันไว้ก่อน โดยการสอนและให้ความรู้แก่เด็กเพื่อให้เด็กเข้าใจและรู้ว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร ในครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่น้องนุ่นได้ร่วมกิจกรรมและได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกฟรี ต้องขอบคุณมูลนิธิฯ อย่างมาก และอยากให้เด็กหญิงทุกคนได้รับโอกาสเช่นเดียวกับน้องนุ่นด้วย
การให้ความรู้เรื่องสุขภาวะทางเพศที่ถูกต้องแก่เด็กผู้พิการทางการได้ยินและการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางเพศอย่างยั่งยืน ทั้งร่างกายที่มีภูมิคุ้มกันโรคและการได้รับความรู้ที่จะช่วยป้องกันตัวเองจากสุขภาวะทางเพศที่ไม่เหมาะสมได้อีกด้วย






