สธ.ห่วง 'โรคเรื้อน' 3จชต.เพิ่มขึ้น

สธ.ห่วง 'โรคเรื้อน' 3จชต.เพิ่มขึ้น

จนท.ห่วงโรคเรื้อน3จชต.เพิ่มขึ้น เหตุความไม่สงบ ส่งผลคนไข้เข้าไม่ถึงการรักษา เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ค้นหาไม่ได้ ปี 59 เร่งควบคุม

นพ.กฤษฎา มโหทาน นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่าสถานการณ์โรคเรื้อนในภาพรวมของประเทศไทยมีปริมาณลดลงเรื่อยๆแต่ก็ยังมีพื้นที่ที่น่าเป็นห่วง คือ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบขึ้น ส่งผลให้บางครั้งแพทย์ไม่สามารถลงพื้นที่ไปดูแลรักษาผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อนได้ ทำให้การค้นหาไม่ได้ผล ขณะเดียวกันตัวผู้ป่วยเองที่สงสัยว่าป่วยก็ไม่สามารถออกมาจากบ้านเพื่อพบแพทย์ได้ เนื่องจากกลัวไม่ปลอดภัยจึงทำให้ไม่สามารถหยุดการแพร่โรคได้

 จึงยังถือว่าเป็นภูเขาน้ำแข็งอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และจากการเก็บรวบรวมข้อมูลรวมถึงหลักฐานแวดล้อมก็บ่งชี้ว่าจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อนใน3จังหวัดชายแดนใต้เพิ่มขึ้น โดยจังหวัดที่พบผู้ป่วยโรคเรื้อนมากที่สุด คือ จ.นราธิวาส พบผู้ป่วยรายใหม่เกือบทุกอำเภอ รองลงมาเป็น จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา ตามลำดับ สำหรับจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อนในปี 2558 ที่พบสูงสุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย ได้แก่ จ.นราธิวาส 25 คน ศรีษะเกษ 14 คนปัตตานี13 คน ชัยภูมิ 10 คน และบุรีรัมย์ 9 ราย ตามลำดับ

 นพ.กฤษฎากล่าวอีกว่า มาตรการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือจะเน้นไปที่ผู้นำศาสนาโต๊ะอีหม่ามและผู้นำชุมชน ในการสื่อถึงอาการโรคเรื้อน และแนะนำวิธีการดูแลชำระร่างกาย นอกจากนี้ ในปี 2559 สธ.ได้เตรียมการควบคุมโรคเรื้อนทั้งประเทศ โดยจะมีการให้ค่าตอบแทน ซึ่งเป็นการสนับสนุนจากมูลนิธิราชประชาสมาสัยฯ เพื่อเป็นการดึงดูดและเกิดความตระหนัก ยกตัวอย่างเช่น กรณีพบคนใกล้ตัวสงสัยว่าเป็นโรคเรื้อนแล้วพาไปตรวจและพบว่าเป็นโรคเรื้อนจริงคนที่พาไปก็จะได้รับเงินรางวัล 1,000 บาท ส่วนตัวผู้ป่วยเองหากสงสัยว่าเป็นโรคเรื้อนแล้วเข้าตรวจและพบว่าเป็นโรคเรื้อนจริงและกินยาครบก็จะได้รับเงิน 1,000 บาท สรุปภาพรวมคนไข้จะได้รับเงิน 2,000 บาท เป็นต้น ถือเป็นตัวกระตุ้นเสริมในการให้ประชาชนตื่นตัวและสร้างความตระหนักถึงโรคเรื้อนว่าสามารถแพร่ได้แต่ก็ช่วยกันควบคุมได้

“ขอแนะนำให้ประชาทุกคนหมั่นดูแลผิวหนัง ถ้าเป้ฯโรคผิวหนังที่ไม่คันและรักษาไม่หายภายใน3เดือนหรือผิวหนังเป็นวงด่างสีขาวหรือแดง มีอาการชา หรือเป็นผื่นนูนแดง ผื่นวงแหวนตุ่มแดง ไม่คัน ให้รีบไปพบแพทย์ที่สถนบริการสาธารณสุขใกล้บ้านเพื่อรับการตรวจรักษา สำหรับผู้ที่ทำงานหรืออยู่ร่วมกับคนที่เป้ฯโรคเรื้อน ให้แนะนำหรือพาผู้ป่วยโรคเรื้อน หรือผู้มีอาการสงสัยโรคเรื้อนไปรับกาตรวจรักษา ซึ่งโรคเรื้อนสามารถรักษาให้หายได้ภายใน6เดือนถึง2ปี และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาภายในสัปดาห์แรกก็จะไม่แพร่โรค ดังนั้นจึงสามารถทำงานและดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมและชุมชนได้ตามปกติ”นพ.กฤษฎา กล่าว