“เลขาฯแพทยสภา” แจงไม่มีอำนาจ คุมสถานบริการดีท็อกซ์ ชี้เป็นหน้าที่ สธ.
น.พ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ถึงความปลอดภัยของสถานบริการดีท็อกซ์ว่า การดีท็อกซ์จัดอยู่ในแพทย์ทางเลือก ซึ่งน่าจะมีช่องทางคุมได้ หากจะมีผลกระทบต่อประชาชน แต่ตอนนนี้ยังไม่ชัด ใครจะเปิดก็คงเปิดได้มั้ง
น.พ.สัมพันธ์กล่าวต่อว่า จริงๆเราให้ความสำคัญ เพราะหลายปีก่อนแพทย์สภา เราเคยถามไปทางราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ เรื่องการสวนล้างทวาร ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าจริงๆไม่ได้ทำได้ทุกคน การทำควรมีการประเมินโรคประจำตัว โรคหัวใจ เลือด หรือแม้แต่แร่ธาตุ หรือลำไส้เอง ซึ่งทำได้แต่ก่อนทำต้องปรึกษาหมอก่อนว่าร่างกายเราควรมีอะไรต้องทำ หรือมีข้อห้ามอะไรเช่นมีโรคลำไส้ใหญ่ หรือเป็นมะเร็ง วัณโรค เราไม่ให้ทำ หรือโรคหัวใจหรือกินยาอยู่แล้ว ที่ตอนนั้นเราถามเพราะมีการโฆษณาเรื่องการสวนล้างเยอะมาก และแพทยสภาก็ออกมาเตือน การสวนล้างจะทำได้เฉพาะเอ็กซเรย์ผ่าตัดจะคลอดหรือมีโรคตับเรื้อรังที่ต้องเอาอุจจาระออก ตอนนั้นท่านเคยตอบว่าการสวนล้างยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจะมีผลดีตามที่กล่าวถึง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ยังระบุว่าคนให้บริการต้องมีความรู้ทางการแพทย์ระดับหนึ่ง
เมื่อถามว่าเหตุใดจึงไม่ควบคุม น.พ.สัมพันธ์ กล่าวว่า แพทย์สภาเรามีหน้าที่ควบคุมแพทย์เท่านั้น ต้องเริ่มจากกระทรวงสาธารณสุข หากเป็นสถานประกอบการ ต้องไปดูเงื่อนไข ท่านต้องดูว่าถ้ามีผลกระทบอย่างนี้ ทำอย่างไรจะไม่ให้มีกระเพื่อมเกินไป
เมื่อถามว่าจะมีการจัดการหรือไม่ น.พ.สัมพันธ์กล่าวต่อว่า เราคงไม่แข็งกร้าว แต่คงดูว่าการควบคุมดูแลควรออกไปในทางรูปไหน
เมื่อถามต่อว่า ควรมีอะไรกำหนดหรือไม่ว่าคนให้บริการดีท็อกซืได้ต้องเป็นหมอ น.พ.สัมพันธ์กล่าวว่า น่าจะมีเกณฑ์ แต่ที่ตนอยากพูดคือ ตนเองไม่เคยทำดีท็อกซ์ การออกกำลังกาย การเจริญสติ ทำสมาธิ รับประทานอาหารให้น้อยตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ก็เพียงพอแล้ว ท่าจะทำการสวนล้าง จะดีท็อกซ์ ขอให้ท่านรู้ว่าท่านทำเพื่ออะไร เพราะอะไร ส่วนใหญ่ยังไม่รู้เลยว่าทำทำไม





