วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

'ปวีณา'นำตัวพริตตี้สาวเสริมหน้าอกเน่า รักษาตัวฟรีรพ.ยันฮี

'ปวีณา'นำตัวพริตตี้สาวเสริมหน้าอกเน่า รักษาตัวฟรีรพ.ยันฮี

"ปวีณา" นำตัวพริตตี้สาวเสริมอึ๋มหน้าอกเน่ารักษาตัวฟรี รพ.ยันฮี

จากกรณี น.ส.แป้ง (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี พริตตี้สาว เดินทางเข้าร้องทุกข์กับนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กรณีไปฉีดฟิลเลอร์เสริมใบหน้าและหน้าอกกับหมอเถื่อนภายในอาคารแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว เมื่อ 2 ปีก่อน สูญเงินไปกว่า 1 แสนบาท แต่ภายหลังเกิดปัญหาหน้าอกเน่าเป็นแผลเหวอะหวะทั้งสองข้าง แถมใบหน้ายังบูดเบี้ยว ต้องเสียค่ารักษาและผ่าตัดเพื่อรักษาตัวอีกกว่า 2 แสนบาท จึงย้อนกลับมาเรียกร้องความรับผิดชอบจากหมอคนดังกล่าว แต่กลับถูกปฏิเสธความรับผิดชอบ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ บก.ปคบ. และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) พร้อมเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขได้เข้าตรวจค้นคลินิกเถื่อนตามคำให้การพริตตี้สาว เบื้องต้นได้มีการสั่งปิดสถานพยาบาลดังกล่าว 60 วัน พร้อมแจ้ง 3 ข้อหา 1.ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต 2.ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.3.ขายยาโดยไม่ได้ขึ้นตำรับทะเบียนยา เนื่องจาก นายธรกร (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ขอใบอนุญาตเปิดสถานบริการความงาม และเป็นผู้ฉีดสารฟิลเลอร์ให้พริตตี้สาวไม่มีใบประกอบวิชาชีพ อีกทั้ง ที่สถานบริการดังกล่าวมียาและสารเสริมความงามที่ไม่ได้รับอนุญาตและขึ้นทะเบียนยาอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ดี นายธนกรได้ไหวตัวทันและหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน ที่รพ.ยันฮี ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กทม. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พาน.ส.แป้ง พริตตี้สาวผู้เสียหาย เข้ารับการรักษากับ นพ.สุพจน์ สัมฤทธิ์วนิชชา ผอ.รพ.ยันฮี เบื้องต้น นพ.สุพจน์ พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งของรพ.ยันฮี ได้ทำการตรวจร่างกายนส.แป้ง โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกทั้งสองข้างที่เป็นแผลเน่าเหวอะหวะ ใช้เวลาตรวจเบื้องต้นประมาณ 1 ชม.

นางปวีณา เปิดเผยว่า วันนี้ตนขอความอนุเคราะห์จาก นพ.สุพจน์ ผอ.รพ.ยันฮี ให้ทำการรักษาน.ส.แป้ง เนื่องจากตอนนี้ไม่มีเงินจะใช้รักษาแล้ว ที่ผ่านมาใช้เงินไปกว่า 300,000 บาท ค่าทำหน้าอก 100,000 บาท ค่ารักษาหน้าอกเน่าอีก 200,000 บาท รวม 300,000 บาท ทั้งนี้ ตนต้องการรักษาน.ส.แป้งให้เป็นปกติ ซึ่งทางผอ.รพ.ยันฮี แจ้งว่าจะรักษาให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และถ้าหายดีอาจจะเสริมหน้าอกให้อีกด้วย จากกรณีนี้จึงขอเตือนน้องๆผู้หญิง ตนเข้าใจการรักสวยรักงาม เป็นเรื่องธรรมชาติของผู้หญิง แต่ต้องศึกษาให้ดีและใช้ความละเอียดรอบคอบ จะไปศัลยกรรมก็ควรทำกับแพทย์ที่จบแพทยศาสตร์ และมีใบประกอบโรคต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องผ่าตัด ต้องผ่านการรับรองจากแพทยสภา 

นางปวีณา กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องคดีขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดำเนินตามกระบวนการยุติธรรม โดยคาดว่าวันนี้(13 พ.ย.)หรือพรุ่งนี้(14 พ.ย.) เจ้าหน้าที่จะสามารถขอหมายค้นในส่วนของชั้น 6 ที่ผู้เสียหายไปฉีดฟิลเลอร์ที่หน้าและหน้าอกได้ เพราะเมื่อวาน (12 พ.ย.) ไม่มีหมายค้น ส่วนเรื่องหมอเถื่อนที่ฉีดฟิลเลอร์ให้ น.ส.แป้ง จากการตรวจสอบประวัติพบว่า บก.ปคบ. เคยจับกุมหมอคนดังกล่าวเมื่อปี 57 ในความผิดลักษณะเดียวกัน คือ ทำศัลยกรรมโดยไม่มีใบอนุญาต ศาลมีคำสั่งจำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท แต่อยู่ระหว่างรอลงอาญา 2 ปี ก่อนจะมากระทำผิดซ้ำอีก

ด้าน นพ.สุพจน์ กล่าวว่า หลังจากนี้ทีมแพทย์จะต้องทำการตรวจร่างกาย รวมถึงบาดแผลบริเวณหน้าอกอย่างละเอียดอีกครั้งว่า มีอาการติดเชื้อหลงเหลืออยู่หรือไม่ และหากติดเชื้อ ติดมากน้อยเพียงใด เนื่องจากสารที่ฉีดเข้าไปในร่างกายมีส่วนประกอบของสารที่ไปละลายโปรตีนบริเวณผิวหนัง ซึ่งพอฉีดเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปจะทำให้ผิวหนังบางและเป็นรูโหว่ได้ หากปล่อยไว้นานอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาท ทีมแพทย์จะทำการเจาะเลือด เพื่อตรวจหาโรคแทรกซ้อนด้วย ก่อนจะประเมินอาการ เพื่อกำหนดแนวทางรักษาขั้นต่อไป เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลารักษาประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี

ขณะที่ น.ส.แป้ง บอกว่า กรณีดังกล่าว เริ่มเมื่อปี 57 ซึ่งตนได้ไปฉีดฟิลเลอร์ที่หน้าผาก ใบหน้าและหน้าอกกับแพทย์ ต่อมาเกิดแผลเน่า ทำให้ต้องไปรักษาตลอดแต่ก็ไม่หาย จึงร้องขอให้นางปวีณาช่วย โดย ล่าสุด ตนป่วยหนัก อาการเหมือนคนจะตาย เนื่องจากกลิ่นตัวเหมือนกลิ่นเน่า ทำให้เหม็นจนนอนไม่ได้แม้แต่ชม.เดียวก็นอนไม่ได้ นอกจากนี้ น้ำหนักก็ลดลงมาก เมื่อไปหาแพทย์ที่อื่น แพทย์ก็แจ้งว่าช่วยได้เท่าที่ช่วย พอจะได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงรู้สึกดีใจ ส่วนสาเหตุที่ไปฉีด เพราะมีพี่ที่รู้จักกันแนะนำมา 

“หนูไม่ได้คำนึงอะไร เชื่อตามคำบอกเล่าเลยไปฉีด ไม่ได้ศึกษาอย่างละเอียด หนูอยากให้กรณีของหนูเป็นอุทาหรณ์ ขอเตือนสำหรับคนที่คิดจะฉีดเพิ่มขนาดหน้าอก ถ้าเป็นไปได้อย่าไปเลย และหากย้อนเวลาได้ หนูจะไม่ไปฉีด” น.ส.แป้ง กล่าว