"พล.อ.ประยุทธ์" ใช้อำนาจหน.คสช. ตามมาตรา44 สั่ง12ข้อ รื้อบอร์ด "ประกันสังคม" แต่งตั้งบุคคลทำหน้าที่
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ (8พ.ย.) คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๐/๒๕๕๘ เรื่อง การได้มาซึ่งคณะกรรมการประกันสังคม ที่ปรึกษาของคณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน เป็นการชั่วคราว
โดยที่พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้บัญญัติให้คณะกรรมการประกันสังคม และคณะกรรมการการแพทย์ ซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือคณะกรรมการการแพทย์ขึ้นใหม่ ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ ใช้บังคับ ประกอบกับในปัจจุบันได้ปรากฏข้อเท็จจริงถึงสภาพปัญหาและข้อขัดข้องในการดําเนินการของระบบประกันสังคมและสํานักงานประกันสังคม ทําให้มีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน อันส่งผลไปถึงความเสียหายต่อรัฐด้วย กรณีจึงมีความจําเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีการปฏิรูประบบของงานประกันสังคม งานเงินทดแทน และสํานักงานประกันสังคม เพื่อให้มีการดําเนินงานที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน โดยจําเป็นต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประกันสังคม ที่ปรึกษา ของคณะกรรมการประกันสังคม และคณะกรรมการการแพทย์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนไว้เป็นการชั่วคราว รวมทั้งให้ระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกคณะกรรมการประกันสังคมและคณะกรรมการการแพทย์ตามกฎหมาย ว่าด้วยการประกันสังคมไว้ก่อน แล้วแต่งตั้งบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้ามาทําหน้าที่แทน เพื่อให้การปฏิรูประบบประกันสังคมเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปราชการแผ่นดิน
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้คณะกรรมการประกันสังคมและคณะกรรมการการแพทย์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ อยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ มีผลใช้บังคับหยุดปฏิบัติหน้าที่และให้การดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการประกันสังคม ตามมาตรา ๘ หรือคณะกรรมการการแพทย์ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ ยุติลง
ข้อ ๒ ให้งดการบังคับใช้บทบัญญัติมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ และมาตรา ๘/๑ มาตรา ๘/๒ มาตรา ๘/๓ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ จนกว่าคณะกรรมการหรือที่ปรึกษาตามข้อ ๔
ข้อ ๕ และข้อ ๖ จะครบวาระการดํารงตําแหน่ง โดยในระหว่างนี้ให้การได้มาซึ่งคณะกรรมการประกันสังคม ที่ปรึกษาของคณะกรรมการประกันสังคม และคณะกรรมการการแพทย์ เป็นไปตามคําสั่งนี้
ข้อ ๓ ให้คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับพ้นจากตําแหน่ง และให้งดการบังคับใช้บทบัญญัติมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ จนกว่าคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนตามข้อ ๗ จะครบวาระการดํารงตําแหน่งโดยในระหว่างนี้ให้การได้มาซึ่งคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเป็นไปตามคําสั่งนี้
ข้อ ๔ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วย การประกันสังคม
(๑) ปลัดกระทรวงแรงงาน ประธานกรรมการ
(๒) ผู้แทนกระทรวงการคลัง กรรมการ
(๓) ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ
(๔) ผู้แทนสํานักงบประมาณ กรรมการ
(๕) นายทวี ดียิ่ง กรรมการ
(๖) นายธีระวิทย์ วงศ์เพชร กรรมการ
(๗) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการ
(๘) นายมานิตย์ พรหมการียก์ ุล กรรมการ
(๙) นายวาชิต รัตนเพียร กรรมการ
(๑๐) นายวันชัย ผุดวารี กรรมการ
(๑๑) นายสมพงศ์ นครศรี กรรมการ
(๑๒) นายสุวรรณ สุขประเสริฐ กรรมการ
(๑๓) นายสุวิทย์ ศรีเพียร กรรมการ
(๑๔) นางอรุณี ศรีโต กรรมการ
(๑๕) เลขาธิการสํานักงานประกันสังคม กรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๕ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วย การประกันสังคม
(๑) นายปั้น วรรณพินิจ
(๒) นายอําพล สิงหโกวินท์
(๓) พลโท กฤษฎา ดวงอุไร
(๔) นายถาวร พานิชพันธ์
(๕) พลเอก อภิชาต แสงรุ่งเรือง
ข้อ ๖ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นกรรมการในคณะกรรมการการแพทย์ตามกฎหมายว่าด้วย การประกันสังคม
(๑) นายชาตรี บานชื่น ประธานกรรมการ
(๒) นายพรเทพ ศิริวนารังสรรค์ กรรมการ
(๓) นายอํานวย กาจีนะ กรรมการ
(๔) นายสุพรรณ ศรีธรรมมา กรรมการ
(๕) พลโท ไตรโรจน์ ครุธเวโช กรรมการ
(๖) ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี กรรมการ
(๗) พลตรี จัดพล วุฑฒกนก กรรมการ
(๘) ศาสตราจารย์พรชัย สิทธิศรัณย์กุล กรรมการ
(๙) รองศาสตราจารย์จุฑาไล ตัณฑเทอดธรรม กรรมการ
(๑๐) นายอดุลย์ บัณฑุกุล กรรมการ
(๑๑) นายชาญวิทย์ ทระเทพ กรรมการ
(๑๒) นายทรงยศ ชัยชนะ กรรมการ
(๑๓) ศาสตราจารย์สุนันทา พลปัถพี กรรมการ
(๑๔) ศาสตราจารย์สารเนตร์ ไวคกุล กรรมการ
(๑๕) รองศาสตราจารย์ศุภชัย รัตนมณีฉัตร กรรมการ
(๑๖) ผู้แทนสํานักงานประกันสังคม กรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๗ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นกรรมการในคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายว่าด้วย
เงินทดแทน
(๑) เลขาธิการสํานักงานประกันสังคม ประธานกรรมการ
(๒) นายศรีประสิทธิ์ บุญวิสุทธิ์ กรรมการ
(๓) นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ํา กรรมการ
(๔) นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย กรรมการ
(๕) นายดสุ ิต เขมะศักดิ์ชัย กรรมการ
(๖) นางผจงสิน วรรณโกวิท กรรมการ
(๗) นางปริศนา ประหารข้าศึก กรรมการ
(๘) นายอรรถการ ตฤษณารังสี กรรมการ
(๙) นายปิยะชาติ ชุณหเวชสกุล กรรมการ
(๑๐) นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ กรรมการ
(๑๑) นายวารินทร์ ศรีแจ่ม กรรมการ
(๑๒) นายบรรจง บุญรัตน์ กรรมการ
(๑๓) นายพงษทร คงลือชา กรรมการ
(๑๔) ผู้แทนสํานักงานประกันสังคม กรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๘ กรรมการซึ่งระบุชื่อตามข้อ ๔ ข้อ ๖ และข้อ ๗ หรือที่ปรึกษาตามข้อ ๕
มีวาระอยู่ในตําแหน่งสองปีนับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และเมื่อครบกําหนดตามวาระแล้ว ให้ดําเนินการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการหรือที่ปรึกษาตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม หรือกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน แล้วแต่กรณีให้คณะกรรมการและที่ปรึกษาที่พ้นจากตําแหน่งตามวรรคหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการประกันสังคมและคณะกรรมการการแพทย์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมหรือคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ข้อ ๙ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระในข้อ ๘ กรรมการซึ่งระบุชื่อตามข้อ ๔ ข้อ ๖
และข้อ ๗ หรือที่ปรึกษาตามข้อ ๕ พ้นจากตําแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้ออก
เมื่อกรรมการหรือที่ปรึกษาพ้นจากตําแหน่งตามวรรคหนึ่ง ให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นผู้มีอํานาจแต่งตั้งบุคคลเพื่อทําหน้าที่แทนได้ และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนอยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการหรือที่ปรึกษาซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วนั้น ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งบุคคลเพื่อทําหน้าที่แทนกรรมการซึ่งระบุชื่อให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่และให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
ข้อ ๑๐ ประธานกรรมการเป็นผู้เรียกประชุมกรรมการ การประชุมคณะกรรมการตามข้อ ๔ ข้อ ๖ และข้อ ๗ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่อาจมาประชุมได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม มติในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากกรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียง เท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ในการประชุมของคณะกรรมการตามข้อ ๔ ข้อ ๖ และข้อ ๗ ถ้ากรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสีย เป็นการส่วนตัวในเรื่องที่พิจารณา ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม
ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการตามข้อ ๔ ข้อ ๖ และข้อ ๗ มีอํานาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ให้นําข้อ ๑๐ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
ข้อ ๑๒ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๘
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ





