วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร่าง พรบ.เซลล์ทางการแพทย์ นิยามสับสน-เพิ่มความขัดแย้ง

การจัดทำ ร่าง พรบ.เซลล์ทางการแพทย์ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแพทย์ไปแล้ว

ทั้งๆที่ถูกทักท้วงคัดค้านจากแพทยสภา กรมการแพทย์ และนักวิชาการต่างๆ มากมาย ร่างกฎหมายฉบับสุดท้ายนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยมีการตัดบางประเด็นที่ไม่สำคัญจากร่างฉบับที่ 5 ที่ซึ่งผู้เขียนเคยทำการวิเคราะห์ไว้อย่างละเอียด

อย่างไรก็ตามสาระสำคัญกฎหมายยังคงข้อผิดพลาดกฎหมายในส่วนที่สำคัญที่สุดเช่นเดิม กล่าวคือ นิยามกฎหมาย เรื่องการแบ่งประเภทการใช้เซลล์ในทางการแพทย์ ผิดหลักการสากลโดยสิ้นเชิง เพราะไปนำ หลักการมาจากงานวิจัยเซลล์แบบพื้นฐาน มาใช้แบ่งกลุ่มการใช้เซลล์รักษาโรคในผู้ป่วย ซึ่งถือเป็นคนละเรื่องกัน เป็นคนละวิธีคิดกัน

ร่าง พรบ.เซลล์ทางการแพทย์ แบ่งกลุ่มการใช้เซลล์ในการรักษาโรคตามแหล่งที่มาของเซลล์ เช่น เซลล์มนุษย์ เซลล์สัตว์ เซลล์พืช หรือ สเต็มเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์ ซึ่งการแบ่งลักษณะนี้ ไม่มีประเทศใดในโลกนำมาใช้ในระบบควบคุมสุขภาพเรื่องการใช้เซลล์เพื่อการรักษาโรคในผู้ป่วยแม้แต่ประเทศเดียว

การให้นิยามกฎหมายที่ผิดพลาด ทำให้สาระควบคุมของกฎหมายที่บัญญัติตามหลังเกิดความผิดพลาดทั้งหมด หากมีผลบังคับใช้ จะส่งผลกระทบต่อระบบควบคุมสุขภาพของประเทศอย่างร้ายแรงอย่างไม่มีมาก่อน ทำให้วงการแพทย์แตกแยกเป็น 2 ส่วน แพทย์ส่วนอยู่ในการควบคุมของแพทยสภา แพทย์อีกส่วนหนึ่งที่ใช้เซลล์ในการรักษาโรคต้องภายในกำกับของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ที่รวบอำนาจควบคุมแพทย์และสถานพยาบาลเข้าด้วยกันในนามคณะกรรมการเซลล์ทางการแพทย์ โดยสามารถควบคุมข้อบ่งชี้ในการรักษาโรคได้ทั้งหมด ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบและความเชี่ยวชาญของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแอย่างใด นับเป็นความผิดพลาดของระบบควบคุมสุขภาพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนและเป็นเรื่องที่แพทย์ทั่วประเทศไม่อาจยอมรับได้

การให้ นิยามศัพท์กฎหมายผิดพลาดทำให้ ร่าง พรบ.เซลล์ทางการแพทย์ มองไม่เห็น หมวดหมู่ควบคุมการใช้เซลล์ในรักษาผู้ป่วยตามระบบสากล หมวดควบคุมในบัญญัติกฎหมายดังกล่าวจึงไม่สามารถใช้นิยามศัพท์มาใช้ประโยชน์แบ่งหมวดหมู่และระดับการควบคุมได้อย่างเป็นระบบสากล จึงใช้วิธีแบบง่ายๆ สำหรับงานควบคุมทั่วไปมาควบคุมแทนระบบควบคุมเซลล์สากลที่สลับซับซ้อน คือ บังคับให้ขึ้นทะเบียนให้หมด ทุกประเภท ทั้งแพทย์ สถานพยาบาล ผลิตภัณฑ์เซลล์(แฝงไว้ในหมวดเซลล์พืช เซลล์สัตว์

และ การใช้วิธีง่ายๆในการควบคุมคือ ออกประกาศกฎหมายบังคับไม่ให้ทำหรืออนุญาตให้ทำ ตามความเห็นของคณะกรรมการเซลล์ทางการแพทย์เป็นผู้กำหนด กลายเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับแพทย์ที่ วิธีการรักษาโรคโดยใช้เซลล์จะถูกประกาศบังคับโดยกฎหมายเป็นกรณีๆไป จึงเป็นเรื่องที่ไม่มีประเทศใดในโลกทำเช่นกัน

นับว่าเป็นความสับสนในเรื่องหลักการหรือปรัชญาการควบคุม ที่ผู้มีอำนาจไม่ได้ทำเข้าใจถึงตรรกะการควบคุมอย่างแท้จริง การรักษาที่มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพ เป็นเรื่องสากลที่ทุกประเทศกระทำบนหลักการเดียวกัน แม้ระบบกฎหมายแต่ละประเทศจะต่างกัน แต่หลักการ ตรรกะวิธีคิด เป็นเรื่องเดียวกัน

เมื่อวิเคราะห์ผลกระทบของการบัญญัติกฎหมายพระราชบัญญัติเซลล์ทางการแพทย์ ในรายละเอียดเชิงลึก แม้เจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการแก้ปัญหาการใช้เซลล์รักษาโรคในประเทศก็ตาม แต่กฎหมายมีข้อผิดพลาดร้ายแรงในหลักการควบคุมจะทำให้เกิดผลเสียหายต่อประเทศอย่างใหญ่หลวง มากกว่าการใช้สเต็มเซลล์แบบผิดๆในประเทศอย่างไม่อาจ สิ่งที่ถูกต้องที่ควรยกร่างกฎหมายควบคุมการใช้เซลล์รักษาโรคขึ้นใหม่ให้สอดคล้องหลักการสากล ไม่ใช่เร่งผลักดัน กฎหมายที่ผิดหลักการสฤฉากลไปบังคับใช้จนเกิดผลเสียหายต่อประเทศร้ายแรง แล้วใครจะรับผิดชอบ ?