ทึ่ง! ยายทวด อายุ 103 ปี อ่าน-เขียนภาษาไทยคล่อง ความจำเป็นเลิศ แนะใช้ชีวิตมีสติ เข้าวัดชีวิตจะดี
ที่บ้านเลขที่ 23/1 ม.2 บ้านกลาง ต.แสนตอ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง 1 เมตร แม้จะเป็นบ้านหลังไม่ใหญ่โต แต่ก็เติมอิ่มไปด้วยความรัก อบอุ่น และความสุข เป็นประจำทุกวันที่เพื่อนบ้านทุกเพศทุกวัยต้องแวะเวียนมาทักทาย พูดคุย และบางคนมีเรื่องทุกข์ใจ ก็จะรู้สึกดีเมื่อได้รับพร คำเตือนสติจากหญิงชรา ที่ชื่อ ยายเลียบ ย้ายตั้ง ยายทวด 4 แผ่นดิน ปัจจุบันอายุ 103 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อายุไม่ได้เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิต เนื่องจากยายเลียบ ยังสุขภาพร่างกายแข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ พูดคุยรู้เรื่อง เป็นคนอารมณ์ดี ใครอยู่ใกล้แล้วมีความสุข ที่สำคัญยังอ่านและเขียนหนังสือได้โดยไม่ต้องสวมแว่นตา และที่น่าชื่นชมคือถ้าเป็นตัวเลข จะเขียนตัวเลขไทยเท่านั้น ขณะเขียนหนังสือมือจะไม่สั่น แถมอยู่ในแนวเดียวกันเป็นระเบียบถูกต้องสวยงาม โดยเฉพาะการเขียนบทสวดมนต์ ด้วยลายมือตัวเองในสมุดเป็นเล่มๆ และยังสามารถท่องบทสวดมนต์ได้อย่างคล่องแคล่วไม่มีติดขัด โดยเฉพาะบทสวดพระไตรปิฎก และบทสวดอิติปิโส นับเป็นสิ่งที่น่าทึ่งสำหรับหญิงชราที่มีอายุ 103 ปี
ด้วยความจำที่เป็นเลิศ ยายเลียบ เผยประวัติของตัวเองให้ฟังว่า เกิดปี 2455 อายุ 103 ปี เดิมนามสกุลเพชรงาม แต่งงานใช้นามสกุลสามี”ย้ายตั้ง” มีลูก 6 คน เสียชีวิตหมดแล้ว ปัจจุบันอยู่กับหลานสาวอายุ 83 ปี ช่วงวัยสาวด้วยความเป็นคนอารมณ์ดี และก็สวยพอตัว จึงมีหนุ่มในหมู่บ้านมารุมจีบพร้อมกันถึง 4 คน แต่ก็รักเดียวใจเดียวอยู่กินด้วยกันมาจนสามีเสียชีวิตไปกว่า 30 ปีแล้ว สำหรับอาหารที่ชอบรับประทานมากที่สุด จะเป็นประเภทผักต้ม ผักลวก ทานกับน้ำพริก โดยมีอาหารประเภทเนื้อปลาจะชอบมาก
ยายเลียบ จะเข้าวัด ถือศีล 8 นั่งสมาธิทุกวันพระ และปฏิบัติเช่นนี้เรื่อยมา ซึ่งส่งผลให้การใช้ชีวิตโดยไม่ยึดติด มีสติ จิตใจดีงาม และมีสมาธิ จึงทำให้ความเป็นเลิศแม้อายุจะ 103 ปี หากเยาวชน คนรุ่นใหม่จะปฏิบัติตามก็ไม่หวง ใครที่แวะเวียนมาเที่ยวหา ยายเลียบให้ให้กำลังใจ และให้คำอวยพรเจริญหน้าที่การงาน สุขภาพแข็งแรง ในแบบฉบับของยายเลียบเอง คือสวดมนต์ธรณีสารใหญ่ ซึ่งเป็นบทสวดมนต์สำหรับอันเชิญเหล่าเทพผู้เป็นใหญ่ให้ลงมาช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายในตัวมนุษย์ พร้อมปะพรหมน้ำมนต์ ผูกข้อมูลด้วยดายสายสิญจน์ ใครได้ฟังแล้วจะรู้สึกดี มีกำลังใจทำให้เป็นที่นับถือและเป็นคนสำคัญของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลแสนตอ




