วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผวา'เมอร์ส'ฉุดท่องเที่ยว เตรียมแผนรับมือ 22 มิ.ย.

ก.ท่องเที่ยวผวาเมอร์ส สั่งทัวร์อินบาวด์ทุกแห่ง ส่งใบรายการนำเที่ยว ประเมินสถานการณ์รับมือ22มิ.ย.นี้ หวั่นลามกระทบท่องเที่ยวเหมือนเกาหลีใต้

กระทรวงท่องเที่ยวผวาเมอร์ส สั่งทัวร์อินบาวด์ทุกแห่ง ส่งใบรายการนำเที่ยว ตรวจเข้มข้อมูลกรุ๊ปทัวร์ เตรียมประชุมประเมินสถานการณ์-แผนรับมือ 22 มิ.ย.นี้  ด้าน“แอตต้า” หวั่นลามกระทบท่องเที่ยวหนักเหมือนเกาหลีใต้ ฉุดรายได้ปีนี้ 2.2 ล้านล้านพลาดเป้า นักลงทุนตื่นข่าว แห่เทขายหุ้น ขณะโบรกเกอร์ประเมิน ผลกระทบระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือน

การพบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ เมอร์ส รายแรกในไทย หลังระบาดหนักในเกาหลีใต้ ทำให้ภาคธุรกิจเริ่มวิตกที่ถึงผลกระทบที่จะตามมา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอีกรายได้หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่หลายหน่วยงานรัฐ เร่งระดมแผนรับมือการแพร่ระบาดของโรค

นายขจร วีระใจ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงฯ เฝ้าระวังปัญหาไวรัสเมอร์สร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด โดยในการประชุมผู้บริหารซึ่งมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.นี้ จะสรุปสถานการณ์และหารือถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้น ได้สั่งการให้นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เรียกให้บริษัททัวร์ที่นำชาวต่างชาติเดินทางเข้ามา (อินบาวด์) ทุกแห่ง ส่งใบรายการนำเที่ยวทั้งหมดมาให้ตรวจสอบ เพื่อให้กรมการท่องเที่ยวทราบข้อมูลพื้นฐานของกรุ๊ปทัวร์ต่างๆ ว่าเดินทางไปอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวใดบ้าง และเข้าพักที่โรงแรมใด ถือเป็นการเฝ้าระวังล่วงหน้า เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา จะได้เข้าไปดูแลและตรวจสอบได้อย่างทันท่วงที

ททท.ติดตามผลกระทบใกล้ชิด

นอกจากนั้น ได้แจ้งไปยังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แล้วว่า ให้ติดตามผลกระทบด้านตลาดท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด และดูปฏิกิริยาจากประเทศต่างๆ ที่มีต่อข่าวสารการระบาดของไวรัสเมอร์สในไทยว่าเป็นอย่างไร เพื่อนำมาวางมาตรการรับมือที่เหมาะสมในอนาคต

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์ ในปัจจุบัน ยังมั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขยังมีมาตรการรับมือเพื่อไม่ให้แพร่กระจายได้ เพราะเคยมีประสบการณ์จากการรับมือโรคซาร์สมาก่อน แต่ทั้งนี้ ก็ต้องขอความร่วมมือทั้งจากบริษัททัวร์ที่รับผิดชอบดูแลลูกทัวร์ชาวต่างาติโดยตรง และจากสาธารณชนด้วยว่า หากพบเห็นเบาะแสของการระบาดของโรคดังกล่าว หรือพบเห็นความผิดปกติของผู้ที่แสดงอาการใกล้เคียง ก็ขอให้แจ้งเข้ามาเพื่อช่วยกันระงับยับยั้งไม่ให้ลุกลาม

สนง.ททท.ทั่วโลกแจงยังไม่ระบาดคนไทย

ขณะที่นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ 27 สำนักงาน ททท.ทั่วโลก รายงานข้อเท็จจริงให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ และยืนยันว่าไม่ได้เป็นการแพร่ระบาดในหมู่คนไทย แต่เป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในช่วงเวลานี้พอดีเท่านั้น และกระทรวงสาธารณสุขของไทยมีมาตรการดูแลและควบคุมโรคซึ่งอยู่ในมาตรฐานที่ดีมาก ขณะที่การมอนิเตอร์ข่าวสารเกี่ยวกับไทยที่ออกเผยแพร่ในสำนักข่าวต่างๆ นั้น ยังพบว่าเป็นการรายงานตามข้อเท็จจริง ยังไม่ได้ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแต่อย่างใด แต่ก็จะติดตามความเคลื่อนไหวในระดับต่อไปอย่างใกล้ชิด

“แอตต้า”ห่วงกระทบเป้ารายได้2.2ล้านล้าน

ด้านนายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า กังวลกับการพบผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์สในไทยรายแรก เนื่องจากมีตัวอย่างผลกระทบด้านท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นกับเกาหลีใต้ให้เห็นมาแล้ว และเป็นห่วงว่าอาจเป็นปัจจัยกระทบกับเป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวที่ตั้งไว้ 2.2 ล้านล้านบาทในปีนี้ โดยประเด็นสำคัญคือ ต้องดูพัฒนาการของเหตุการณ์แพร่ระบาดไวรัสใน 2 สัปดาห์ต่อไปนี้ ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง และหากจะไม่ให้กระทบต่อท่องเที่ยวเลย ก็ควรจะเร่งแก้ปัญหาให้หมดจากไทยไปในกรอบเวลา 2 สัปดาห์นี้

ทั้งนี้ แม้ว่าไทยจะพัฒนาการรับมือกับโรคระบาดดีขึ้น เพราะมีประสบการณ์ในอดีต แต่จากการลงพื้นที่สำรวจตามท่าอากาศยานต่างๆ ที่รับนักท่องเที่ยวขาเข้า ยังพบว่าการตรวจคัดกรองหละหลวม 

ดังนั้น ทั้งเพื่อเป็นการป้องกันและสร้างความมั่นใจให้กับไทยในระยะยาว จึงขอให้รัฐติดตั้งระบบเทอร์โมสแกนที่พร้อมทำงานตลอด 24 ชม. ในทุกด่านของสนามบินที่มีการตรวจรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ ให้เหมือนกับที่ประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มีเป็นปกติและตลอดเวลาแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีการระบาดของโรคใดๆ เพราะแม้จะไม่มีการตรวจพบเจอผู้ที่เป็นโรค แต่อย่างน้อยจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นกับนักท่องเที่ยวได้มาก และเมื่อมีผู้ต้องสงสัย อย่างน้อยจะได้มีการเก็บประวัติไว้ และบันทึกสถานที่พำนักระหว่างการมาเยือนไทย เพื่อรับมือได้หากปรากฏว่ามีการติดเชื้อจริงในภายหลัง

หวั่นผู้ติดเชื้อเพิ่มกระทบท่องเที่ยว

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร ที่ปรึกษาแอตต้า กล่าวว่า หากควบคุมผู้ป่วยให้มีเพียงรายเดียวจะไม่กระทบด้านท่องเที่ยวแน่นอน แต่หากว่าเริ่มลุกลามในระดับที่มีผู้ติดเชื้อ 10 รายขึ้นไปจะมีผลกระทบทันที โดยเฉพาะตลาดเอเชียที่มีความอ่อนไหวสูง และที่ผ่านมาเมื่อมีการระบาดของโรคติดต่อจะส่งผลโดยทันทีต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว และต้องอาศัยการฟื้นตัวไม่ต่ำกว่า 3-6 เดือน ดังนั้นจึงต้องการให้ภาครัฐวางมาตรการเชิงป้องกันอย่างเข้มข้นมากขึ้น

ธปท.เชื่อคุมสถานการณ์เมอร์สได้

นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ยังเร็วไปที่จะประเมินผลกระทบในขณะนี้ เพราะตอนนี้ยังพบผู้ติดเชื้อแค่ 1 ราย ซึ่งยังต้องดูต่อว่า ทางการไทยจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าวได้มากน้อยแค่ไหน

ที่ผ่านมาไทยมีประสบการณ์ในการดูแลสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคต่างๆ มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็สามารถทำได้ดี จึงคิดว่ากรณีนี้ทางการเองก็น่าจะควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้

ประกันชีวิตรับเมอร์ไม่กระทบธุรกิจ

นายอภิรักษ์ ไทพัฒนกุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด กล่าวว่า ความเสี่ยงจากโรคเมอร์ส จะไม่กระทบธุรกิจประกันปีนี้ เพราะมองว่าอัตราการเสียชีวิตจะไม่สูง หรือไม่น่าจะเลวร้ายไปกว่าโรคมะเร็ง ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่า ขณะเดียวช่วงเกิดโรคไข้หวัดนกระบาดหรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ธุรกิจประกันชีวิตก็ผ่านมาได้

ส่วนหลักการรับประกันชีวิต ขณะนี้ยังคงเดิม หากเป็นโรคร้ายแรง หรือโรคเมอร์ส มาก่อนแล้วจะมาขอทำประกันชีวิต ทางบริษัทประกันจะไม่รับประกัน แต่ถ้าไม่ได้เป็นโรคร้ายมาก่อน บริษัทยังรับประกันและหลังนั้นถ้าเสียชีวิตด้วยโรคตามเงื่อนไขในกรรม์ บริษัทประกันยังจ่ายสินไหม รวมถึงหากเสียชีวิตด้วยโรคเมอร์ส ทางบริษัทประกันยังจ่ายสินไหม และต้องรีบจ่ายด้วย

หุ้น“การบิน-รพ.-โรงแรม”ดิ่ง

ภาวะตลาดหุ้นไทย วานนี้ (19 มิ.ย.) ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง เหตุตื่นตกใจจากกระแสข่าวพบการติดเชื้อเมอร์สของชาวโอมานที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยได้มีการเทขายหุ้น โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวโยงกับธุรกิจท่องเที่ยวที่ปรับตัวลงอย่างรุนแรง ประกอบด้วย กลุ่มสายการบิน กลุ่มโรงแรม กลุ่มโรงพยาบาล เนื่องจากปัจจัยลบจากเมอร์สแล้ว ยังได้รับผลกระทบจากไอเคโอที่ปักธงแดงให้สายการบินของไทย ส่งผลดัชนีปิดตลาดลดลง 16.58 จุดมาอยู่ที่ 1,496.46 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,001.76 ล้านบาท

ด้าน บล.กสิกรไทย คาดว่า ตลาดจะตอบสนองเชิงลบต่อข่าวพบผู้ติดเชื้อเมอร์สในไทย โดยอาจเห็นการขายด้วยความตกใจ ในกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว ได้แก่ หุ้นกลุ่มโรงแรม กลุ่มสนามบิน และกลุ่มสายการบินวานนี้ (19มิ.ย.)

ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์ จึงยังคงน้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดสำหรับกลุ่มโรงแรมและสนามบิน เนื่องจาก เชื่อว่า ความเสี่ยงนี้เป็นแค่ระยะสั้น โดยปกติผลกระทบจะอยู่ในช่วง 3-6 เดือน ซึ่งอดีตที่ผ่านมาไทย เคยได้รับผลกระทบมากที่สุดจากโรคซาร์ส ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 10-50% ช่วงเดือน มี.ค.-ก.ค. 2546 แต่ทั้งนี้หุ้นจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับปกติ หลังความกังวลเกี่ยวกับปัญหาคลี่คลายลง

หวั่นเจอ "เอฟเอเอ" ห้ามไทยบินเข้าสหรัฐ

ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ขึ้นเครื่องหมายข้อบกพร่องที่มีนัยต่อความปลอดภัย (SSC) ด้วยการขึ้นเครื่องหมายธงแดง เชื่อว่า ตลาดจะตอบสนองเชิงลบ เนื่องจากก่อนหน้านี้รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมได้รายงานเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ว่าอุตสาหกรรมการบินของไทย จะไม่ถูกขึ้นเครื่องหมายทำให้ราคาหุ้นกลุ่มการบินปรับตัวขึ้นในช่วงเดือนนี้

จากกรณีที่เกิดขึ้นอาจทำให้สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (FAA) ปรับลดมาตรฐานการบินพลเรือนของไทยเป็นประเภท 2 และอาจสั่งห้ามสายการบินที่จดทะเบียนของไทยห้ามบินเข้าน่านฟ้าของสหรัฐ 

ฝ่ายวิเคราะห์ คาดว่า จะมีผลกระทบจำกัด เนื่องจากสายการบินที่จดทะเบียนเพียง 2 บริษัท คือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) THAI และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) BA ที่มีเส้นทางบินสู่น่านฟ้าสหรัฐ ซึ่งทั้ง 2 บริษัท ได้รับการรับรองมาจากมาตรการตรวจสอบด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติการบิน (IOSA) จึงคาดว่าทั้ง 2 บริษัทจะผ่านการตรวจสอบจาก FAA

จับตา 25 มิ.ย.เอฟเอเอชี้ชะตา

ทั้งนี้ อาจจะต้องติดตามรายงานต่อประเด็นดังกล่าวของสำนักงานความปลอดภัยการบินพลเรือนยุโรป (EASA) ในวันที่ 25 มิ.ย. นี้ ขณะที่ FAA จะมีรายงานในช่วงเดือน ก.ค. หลังที่ส่งทีมเข้าไปตรวจสอบสายการบินที่จดทะเบียนของไทย

ด้านบล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า กรณีไอเคโอสะท้อนว่าหน่วยงานรัฐที่เป็นผู้ควบคุมดูแลการบินในไทย ทำงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานโลก กดดันธุรกิจสายการบินในประเทศโดยตรง แม้สายการบินทุกแห่ง จะมีมาตรการทำงานในระดับสากล แต่เมื่อผู้ดูแลไม่ได้รับการยอมรับ ผู้ให้บริการก็จะได้รับผลกระทบด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานและประสิทธิภาพในการทำกำไร

ทั้งนี้ ประเมินว่า ปัญหาดังกล่าว อาจมีอุปสรรคต่อการเติบโตของหุ้น ที่ให้บริการการบิน และขนส่งทางอากาศโดยตรง ได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK รวมทั้งผู้ให้บริการสนามบินอย่าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT

ส่วนกรณีพบผู้ติดเชื้อเมอร์สในไทย หากสถานการณ์ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ ย่อมกระทบกับบรรยากาศของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรม