วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

มุมมอง 'ภาครัฐ-เอ็นจีโอ' ไร่ข้าวโพดกับวิกฤติหมอกควัน

มุมมอง 'ภาครัฐ-เอ็นจีโอ' ไร่ข้าวโพดกับวิกฤติหมอกควัน

(รายงาน) มุมมอง "ภาครัฐ-เอ็นจีโอ" ไร่ข้าวโพดกับวิกฤติหมอกควัน

วิกฤติหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กทางภาคเหนือเป็นปัญหาซ้ำซากที่เกิดขึ้นทุกปี ซึ่งจนถึงเวลานี้บ่อเกิดของปัญหามีมากมายหลายประการและนับวันจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ


ทว่าในระยะหลังเสียงเรียกร้องไปยังบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ด้านการเกษตรให้เข้ามามีส่วนรับผิดชอบกับวิกฤติหมอกควันดูจะหนาหูขึ้นเรื่อยๆ


ก่อนหน้านี้ นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ กรรมการบริหาร องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ส.ส.ท. (ไทยพีีบีเอส) ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ใจความว่า ต้นเหตุแห่งปัญหาหมอกควันพิษที่เมืองเหนือ คือ บริษัทเกษตรรายใหญ่ไปส่งเสริมให้ชาวบ้านรุกป่า ปลูกข้าวโพด เพื่อตัวเองจะได้รับซื้อเป็นอาหารสัตว์ แถมยังขายเมล็ดพันธุ์กับชาวบ้าน...


ต่อมา นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวในงานเสวนาเรื่อง “ปลาป่น ข้าวโพด หมอกควัน และอาหาร” ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า ขณะนี้มีการผลักปัญหาและชี้นิ้วไปยังเกษตรกรท้องถิ่นและรายย่อยว่าเป็นต้นตอปัญหาเรื่องหมอกควันและสิ่งแวดล้อมในภาคเหนือ
สิ่งที่บริษัทใหญ่แถลงข่าวมานั้น ไม่ได้ช่วยอะไรในการแก้ไขปัญหา ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่า ไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน จึงรู้สึกผิดหวังในหน่วยงานราชการที่ไม่แก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง เพราะมีการสร้างมายาคติทำให้เกิดการเข้าใจผิด


“ที่สามารถกล่าวได้ คือ หมอกควันเกิดจากการที่ชาวบ้านหาของป่า ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม วิถีการทำไร่หมุนเวียน การผลิต การหาของป่า การพึ่งพาเศรษฐกิจแบบนั้น น้อยลงทุกที บางพื้นที่เหลือไม่ถึง 20% ความสัมพันธ์ของพื้นที่เผาข้าวโพดกับราคาข้าวโพด ซึ่งสร้างแรงจูงใจ และการเกิดจุดฮอตสปอตเป็นไปตามราคาข้าวโพดที่ขึ้นลงในตลาด เป็นตัวอย่างสัมพันธ์โดยตรงของปัญหาหมอกควัน”


เขาบอกว่า ถ้าดูจะพบว่าพื้นที่การปลูกข้าวโพด 50% ของเมล็ดพันธุ์ที่ใช้ ส่วนแบ่งการตลาดจะอยู่บริษัทใหญ่ที่เกี่ยวกับอาหารสัตว์ ถ้าคิดเฉพาะเมล็ดพันธุ์อย่างเดียว อยู่ที่ประมาณ 1.2 พันล้านบาท


ฉะนั้นบริษัทจะได้ประโยชน์จากการได้วัตถุดิบอาหารสัตว์และขายเมล็ดพันธุ์ให้กับเกษตรกรในพื้นที่


นายวิฑูรย์ บอกอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้รับฟังข้อมูลจากบริษัทใหญ่ในการจัดการรับซื้อและขายข้าวโพดในพื้นที่ที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อระบบนิเวศน์ซึ่งถ้าทำได้จริงก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี


ขณะที่ท่าทีของภาครัฐต่อประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นก็มีการเรียกประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับเชิญเอกชนมาร่วมหารือเพื่อวางมาตราการป้องกันและแก้ไขปัญหา


พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุบรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันจากการเผาเศษวัสดุภาคเกษตร เมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนระดับสูงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และผู้ประกอบการค้าอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นเอกชนที่รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรหรือพืชไร่ เข้าร่วมประชุม


ที่ประชุม นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) อธิบายสถานการณ์ฝุ่นละอองในภาพรวมของทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือว่า ในปี 2557 มีจำนวนวันที่มีฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐาน (ค่ามาตรฐานเท่ากับ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) จำนวน 48 วัน และเมื่อเทียบกับปี 2558 ในช่วงเวลาเดียวกัน (1 ม.ค.- 8 เม.ย.) พบว่ามีจำนวนวันที่มีฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐาน รวม 46 วัน


สาเหตุที่จำนวนวันที่มีฝุ่นละอองลดลง เนื่องช่วงวันที่ 20-26 มี.ค.2558 มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ซึ่งเป็นพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ รวมถึงภาคเหนือด้วย ทำให้สถานการณ์หมอกควันทางภาคเหนือในช่วงนั้น คลี่คลายอย่างรวดเร็ว


ทั้งนี้ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูงสุดติดต่อกัน 2 ปี คือ ปี 2557 มีค่าฝุ่นละออง 324 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ปี 2558 มีค่าฝุ่นละออง 381 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา ตามลำดับเป็นต้น


ขณะที่ GISTDA ได้เตรียมภาพถ่ายดาวเทียมที่รวบรวมไว้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.- 7 เม.ย.2558 ที่ชี้ให้เห็นว่า ภาคเหนือมีเพาะปลูก เป็นแปลงปลูกข้าวโพดมากถึง 57% โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ จ.ตาก เชียงราย น่าน
รองลงมาเป็นการเพาะปลูกแบบไร่เลื่อนลอย 25% และ 18% เป็นการเพาะปลูกแบบพืช และยังพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์เพื่อใช้ปลูกข้าวโพด รวมกว่า 3.5 ล้านไร่


ในที่ประชุมยังได้มีการแยกแยะสาเหตุของการเกิดปัญหาหมอกควันไว้ 3 สาเหตุด้วยกัน


หนึ่ง กิจกรรมของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาในพื้นที่การเกษตร ล่าสัตว์ หาของป่า หรือบุกรุกพื้นที่ป่า และการเผาจากนอกเขตชายแดนประเทศเพื่อนบ้านแล้วหมอกควันลอยข้ามแดน


สอง จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่มากับฤดูหนาว ไม่ว่าจะเป็นอากาศเย็นและแห้ง ความกดอากาศสูง สภาพอากาศนิ่ง จนทำให้หมอกควันไม่แพร่กระจาย สะสมฝุ่นละอองแขวนลอย


สาม สภาพภูมิประเทศในภาคเหนือที่เป็นแอ่งกระทะ ห้อมล้อมไปด้วยภูเขาสูง ทำให้หมอกควันสะสม
ช่วงหนึ่งของการประชุม อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่าใน 3 สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันนั้น การเผาจากมนุษย์ในทุกกิจกรรม ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน เป็นปัจจัยของการเกิดหมอกควันที่รัฐบาลสามารถควบคุมได้


ภายหลังการประชุม พล.อ.ดาว์พงษ์ บอกว่า ผลการประชุมสรุปว่า นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ในฐานะเอกชนที่รับซื้อพืชเกษตรที่เป็นสาเหตุของปัญหาหมอกควัน ได้เตรียมการในระยะยาวที่จะปฏิเสธรับซื้อพืชที่มีวิธีการเผาแปลงเกษตรในกระบวนการเพาะปลูก


แต่ทั้งนี้ นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกูล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวถึงในส่วนเอกชนที่ต้องเตรียมการเพื่อปฏิเสธข้าวโพดจากไร่ที่มีการเผาว่า มีทั้งเรื่องการออกเอกสารว่าจะมีขั้นตอนอย่างไรในการชี้แจงถึงที่มาที่ไปของแหล่งปลูกข้าวโพด และจะตรวจสอบผลผลิตที่เก็บรักษาไว้ในไซโลอย่างไร รวมถึงการให้ความร่วมมือของภาคเอกชนในทุกระดับที่จะไม่ลักลอบสนับสนุนแปลงเพาะปลูกที่มีการเผา