วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สพฉ.จัดทีมกู้ชีพเพิ่มกำลังคน รับมือ7วันอันตราย

สพฉ. เผยจัดทีมกู้ชีพเพิ่มกำลังคน2 เท่า รับมือ 7 วันอันตราย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ คาดสถิติผู้เสียชีวิตลดลง

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมรับมืออุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลสงกรานต์ปี 2558 ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2558 ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางมากที่สุด และเป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากกว่าช่วงปกติ ว่า สพฉ.ได้ประสานไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการทั่วประเทศให้ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ สายด่วน 1669 ให้พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง และได้เตรียมพร้อมบุคลากรเพื่อให้เพียงพอต่อการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยจะมีผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉินปฏิบัติหน้าที่เพิ่มเป็น 2 เท่า โดยเฉพาะในจังหวัดใหญ่ๆ และจังหวัดที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูง นอกจากนี้ได้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเตรียมสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศยานด้วย อีกทั้งหากมีเหตุการณ์ใหญ่ๆ จนระบบการสื่อสารล่ม สพฉ. ได้เตรียมรถสื่อสารพิเศษเพื่อเสริมการสั่งการให้การช่วยเหลือผู้ป่วยมีประสิทธิภาพด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับจำนวนผู้ปฏิบัติทางการแพทย์ฉุกเฉินมีจำนวนทั้งสิ้น 159,854 คน แบ่งเป็นแพทย์ 1,593 คน พยาบาล 18,823 คน เจ้าพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ 2,295 คน พนักงานฉุกเฉินการแพทย์ 5,618 คน อาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ 127,709 คน

เลขาธิการ สพฉ. กล่าวต่อถึงอัตราการแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 ว่า โดยปกติจะเป็นการแจ้งเหตุอุบัติเหตุจราจร ร้อยละ 20 แต่ในช่วงเทศกาลจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ30โดยในปีนี้มีการคาดว่าผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจะลดลง แต่คงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก เนื่องจากเรายังไม่มีมาตรการรับมือที่เข้มข้น ดังนั้นจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคร่วมแก้ปัญหาต่อไป อย่างไรก็ตามแนวทางการลดการสูญเสียที่ดีที่สุด คือการป้องกัน ซึ่งจากสถิติของผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ จะเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ รองลงมาคือเสียชีวิตขณะนำส่ง และเสียชีวิตในโรงพยาบาล โดยการเสียชีวิต ในจุดเกิดเหตุแม้แต่ประเทศที่เจริญแล้วก็เสียชีวิตสูงถึงร้อยละ50ดังนั้นวิธีการแก้ไขในเรื่องนี้จึงไม่สามารถแก้ไขได้โดยใช้วิธีทางการแพทย์ฉุกเฉิน แต่จะต้องแก้ในเชิงป้องกัน5ข้อ คือ1.ผู้ขับขี่จะต้องไม่ขับรถเร็ว2.ขับรถอย่างมีสติ คือ เมาไม่ขับ ง่วงไม่ขับ โทรไม่ขับ3.ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้ซ้อนท้ายจะต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง4.คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และ5.ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ฝ่าไฟแดง ไม่ขับรถย้อนศร ซึ่งหากทำได้ทั้ง5ข้อ จะสามารถลดการเสียชีวิตได้ถึงร้อยละ80

“หากพบผู้ป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน1669บริการฟรีตลอด24ชั่วโมง แต่ต้องขอความกรุณาอย่าโทรเล่น เพราะทุกวินาทีมีค่าสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน และที่สำคัญอยากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกทางให้รถฉุกเฉินทันทีเมื่อได้ยินเสียงหรือเห็นสัญญาณไฟวับวาบ โดยให้คิดเสมอว่าผู้ป่วยฉุกเฉินที่อยู่ในรถอาจจะเป็นญาติของเราเพราะหากผู้ป่วยฉุกเฉินถึงโรงพยาบาลเร็วหมายถึงโอกาสรอดชีวิตที่เพิ่มขึ้นด้วย” นพ.อนุชากล่าว