จิตแพทย์ชี้โรคไบโพลาร์รักษาหายได้
จิตแพทย์ชี้โรคไบโพลาร์รักษาหายได้ ต้องได้รับกำลังใจ-รักษาอย่างต่อเนื่อง หากไม่รับการรักษาติดตามดูแลจะกลับเป็นซ้ำได้ถึงร้อยละ 80-90
ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า วันที่ 30 มีนาคมทุกปี สมาพันธ์โรคไบโพลาร์สากล (The International Society for Bipolar Disorders) กำหนดให้เป็นวันไบโพลาร์โลก (World Bipolar Day) เพื่อรณรงค์ให้ทั่วโลกเร่งป้องกันและดูแลผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) ซึ่งเป็นโรคที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ มีอารมณ์สองขั้วสลับเวียนระหว่างรื่นเริงผิดปกติและซึมเศร้า คาดว่าขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ป่วยประมาณ 27 ล้านคน หรือร้อยละ 1- 2 ของประชากรโลก ร้อยละ 20 ฆ่าตัวตายสำเร็จ สำหรับไทยโดยการศึกษาในปี 2555 ประเมินจำนวนผู้มีปัญหาสุขภาพจิตที่ต้องเข้าถึงบริการ 10 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นโรคไบโพลาร์ประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 รองจากโรคจิตเภท การเข้าถึงบริการของผู้มีปัญหาสุขภาพจิตยังต่ำกว่าโรคทางกายมาก โดยเข้าถึงบริการเพียงร้อยละ 61 จึงต้องพัฒนาระบบบริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
“ในปี 2558 เน้น 3 เรื่องหลัก คือ 1.เพิ่มการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยจิตเวช โดยโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.)โรงพยาบาลทั่วไป(รพท.)อย่างน้อย 1 แห่ง จัดหอผู้ป่วยเพื่อดูแลรักษาในโรงพยาบาล เช่นเดียวกับโรงพยาบาลจิตเวช และพัฒนาศักยภาพห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลใหญ่ 33 แห่ง ให้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชในภาวะวิกฤตได้ 2.เพิ่มการเข้าถึงยาของผู้ป่วย โดยกระจายยารักษาโรคเฉพาะทางจิตเวช อาทิ ยาต้านโรคจิต ยาควบคุมอารมณ์ ยาต้านเศร้า ยาคลายเครียด ยากันชัก เป็นต้น สู่รพศ./รพท. และโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยากินอย่างต่อเนื่องโดยสะดวก และ3.พัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ในการคัดกรองและจัดกิจกรรมส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในชุมชน จัดทีมหมอครอบครัวลงติดตามดูแลผู้ป่วยทุกรายอย่างต่อเนื่อง”ศ.นพ.รัชตะ กล่าว
วันเดียวกัน ที่โรงพยาบาลศรีธัญญา จัดกิจกรรม “วันไบโพลาร์โลก” โดยพญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า โรคนี้รักษาหายได้ แต่ต้องได้รับกำลังใจและรักษาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหากไม่รับการรักษาติดตามดูแลจะกลับเป็นซ้ำได้ถึงร้อยละ 80-90 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีญาติเป็นโรคซึมเศร้า มีวงจรการกิน การนอนผิดปกติ ตลอดจนคนใช้สารเสพติด ทั้งนี้สามารถขอรับบริการปรึกษาได้ที่สายด่วน 1323 ตลอด 24 ชั่วโมงฟรี
พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์จิตรักษ์กรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ประเทศไทยอาจไม่คุ้นเคยกับโรคนี้มากนัก แต่ในต่างประเทศรู้จักกันดี อย่างงกรณีนักบินผู้ช่วยของสายการบินเยอรมันวิงส์พุ่งตกนั้น ก็พบว่าป่วยเป็นโรคไบโพลาร์เช่นกัน ถือเป็นโรคที่มีความรุนแรง ปัญหาคือ โรคนี้สังเกตยาก เพราะผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการ แต่จะมีลักษณะเหมือนคนนิสัยไม่ดีทั่วไป แต่สังเกตได้ตรง จะทำอะไรที่แปลกไปจากเดิม เช่น มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป อย่างร่าเริงผิดปกติ เศร้าผิดปกติ เป็นต้อง หากพบเจอญาติหรือคนใกล้ชิดมีลักษณะอาการเช่นนี้ให้รีบพาพบจิตแพทย์เพื่อบำบัดรักษาด่วน







