วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยธ.เผยยังไม่พบผู้ถูกใช้กำไลEMฝ่าฝืนเงื่อนไข

"ก.ยุติธรรม" เผยยังไม่พบผู้ถูกใช้กำไล "อีเอ็ม" คุมประพฤติฝ่าฝืนเงื่อนไข เล็งขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

ศูนย์ควบคุมการติดตามด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์ราชการ - นายวัลลภ นาคบัว รองผอ.สำนักกิจการยุติธรรม ในฐานะรองโฆษกกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายประสาร มหาลี้ตระกูล รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ แถลงผลการดำเนินการนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Monitoring) หรือกำไลข้อเท้า มาใช้คุมประพฤติแทนการคุมขังในเรือนจำ ว่า ขณะนี้เป็นช่วงสัญญาเช่ารอบที่ 2 โดยก่อนหน้านี้มีการเช่าใช้กำไลข้อเท้าไปแล้ว 200 ชุด ในปีนี้เป็นการเช่าใหม่จำนวน 3,000 ชุด เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2557ในพื้นที่ 23 จังหวัด ล่าสุดมีการใช้กำไลข้อเท้ากับผู้กระทำผิดตามคำพิพากษาของศาลแล้ว 57 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้กระทำผิดตามพ.ร.บ.จราจร 31 ราย คดีบุกรุก 4 ราย คดียาเสพติด 3 ราย คดีขับรถประมาท 3 ราย คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ 2 ราย ความผิดต่อชีวิตและร่างกาย ความผิดพ.ร.บ.สารระเหย พ.ร.บ.อาวุธปืน คดีละ 1 ราย และตามพ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด 10 ราย ทั้งนี้ ยังไม่พบว่ามีผู้เจตนาฝ่าฝืนการใช้กำไลข้อเท้า โดยกรมคุมประพฤติมีแนวโน้มจะขยายการใช้งานให้ครอบคลุมทั่วประเทศ หลังพบว่าระยะหลังศาลมีความเชื่อมั่นและมีคำสั่งใช้กำไลข้อเท้ามากขึ้น

นายวัลลภ กล่าวต่อว่า การใช้กำไลข้อเท้าเป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยในการควบคุมผู้กระทำผิดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเช่น กรณีเมาแล้วขับศาลจะกำหนดเขตพื้นที่ห้ามเข้า ห้ามออก หรือจำกัดเส้นทางเพื่อไม่ให้มีการกระทำผิดซ้ำ ไม่ใช่เครื่องมือที่สามารถปรับพฤติกรรมได้ ทั้งนี้นอกจากกำไลข้อเท้าที่เป็นทางเลือกหนึ่งในการควบคุมแล้ว งานบริการสังคมถือว่ามีความจำเป็น โดยมีแนวคิดปรับงานบริการสังคมที่อาจดึงความถนัดหรือความเชี่ยวชาญของผู้กระทำผิดมาใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น