กรมโยธาธิการและผังเมือง จับมือจ.ตราด เปิดเวทีรับฟังความเห็นทุกภาคส่วนเพื่อนำมาพัฒนาผังเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษ
หวังได้แนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อการวางและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเมืองและชุมชนให้สอดรับกับเขตเศรษฐกิจพิเศษที่กำลังจะเกิดขึ้น
นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้่ว่า ในวันนี้ (26 ม.ค.) กรมโยธาธิการฯ จะจัดสัมมนาเรื่อง "การวางผังเมืองเพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ" ที่ ห้องจามจุรี โรงแรมบ้านปู รีสอร์ท อ.เมือง จ.ตราด เพื่อรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งเป็น 1 ใน 5 พื้นที่ชุมชนชายแดนที่จะพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
เขากล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการสัมมนาก็เพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูล สร้างความรู้ ความเข้าใจ และเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะแนวคิด แนวทาง และมาตรการที่เกี่ยวข้องกับงานด้านผังเมืองเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ในภาพรวม
นายไมตรี อินทุสุต รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลเล็งเห็นโอกาสในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จึงมีนโยบายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone : SEZ) ขึ้นในจังหวัดต่างๆ ตามแนวชายแดน เพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค กระตุ้นและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งเสริมสร้างให้เกิดการจ้างงาน ส่งเสริมการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยวของภูมิภาค ในระดับจังหวัด และเมืองชายแดน
เขากล่าวด้วยว่า ในระยะเร่งด่วน กรมโยธาธิการฯ ได้เร่งดำเนินการวางและปรับปรุงผังเมืองรวมจังหวัด ผังเมืองรวมเมือง ชุมชนชายแดน เพื่อให้ มีการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน การพัฒนาเมือง การคมนาคมขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ให้สอดคล้องและรองรับกับการพัฒนาพื้นที่ โดยได้ออกแบบผังพื้นที่เฉพาะชุมชนชายแดน 5 แห่ง ได้แก่
1.ชุมชนชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา 2.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร 3.ชุมชนชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก 4.อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ5.อ.คลองใหญ่ จ.ตราด
ทั้งนี้ เฟซบุ๊คของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ระบุว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยสำหรับการค้าและการลงทุน นอกจากนี้ ยังมีเขตปลอดอากร (Free Zone) ที่ช่วยส่งเสริมด้านเศรษฐกิจของประเทศ
เขตปลอดอากรเป็นเขตพื้นที่ที่กำหนดสำหรับการประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ โดยของที่นำเข้าไปในเขตดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ เช่น ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้า-ขาออก เป็นต้น
สำหรับเขตปลอดอากรต้องอยู่ในบริเวณที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นว่าเหมาะสมและมีพื้นที่ที่กรมศุลกากรสามารถควบคุมการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรได้ ทั้งนี้ในเขตปลอดอากรต้องจัดให้มีสาธารณูปโภค ระบบควบคุมกำจัดมลพิษและรักษาสิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่จำเป็น และห้ามมิให้จัดตั้งที่อยู่อาศัยในเขตปลอดอากร โดยผู้ได้รับอนุมัติจัดตั้งเขตปลอดอากรต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และประกาศกรมศุลกากร






