กมธ.ทรัพยากรฯ ลงพื้นที่สำรวจแปลงหอยนางรม หลังผู้ว่าฯระยองปิดประกาศรื้อถอนแปลงเพาะเลี้ยงภายใน 30 วัน
ที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 ระยอง ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง คณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำโดย นายย์สนิท อักษรแก้ว รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ คนที่สี่ พร้อมด้วยพล.ร.อ.ธราธร ขจิตสุวรรณ เลขานุการคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง และคณะ เดินทางมาร่วมรับฟังปัญหาการเลี้ยงหอยนางรมในคลองลาวน หมู่ 1 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง โดยนายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 ระยอง ให้การต้อนรับ
นายเกริกยศ ศรีประสิทธิ์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงหอยนางรมคลองลาวน กล่าวว่า ขอความเป็นธรรมกรณีจังหวัดระยองออกประกาศ เรื่องการจัดระเบียบการเพาะเลี้ยงหอยนางรมในร่องน้ำคลองลาวน ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยฯ ผู้รุกล้ำลำน้ำในที่สาธารณประโยชน์คลองลาวน ดำเนินการรื้อถอนแปลงหอย เนื่องจากกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490
นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน นายอำเภอแกลง กล่าวว่าแปลงเลี้ยงหอยนางรมคลองลาวนแห่งนี้ในอดีตที่ผ่านมาชาวบ้านทำมาหากินเป็นปกติ เป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านมานานกว่า 50-60 ปี คลองลาวนโดยสภาพของพื้นที่เป็นคลองที่แยกส่วนออกมาไม่มีเรือสัญจร และเป็นที่รู้กันของชาวบ้านว่าพื้นที่คลองนี้เป็นที่ที่ทุกคนต้องสงวนไว้สำหรับทำแพเลี้ยงหอยนางรม และสามารถทำแพเลี้ยงหอยนางรมได้เป็นบางส่วนเพียง 1 กิโลเมตร เศษ นอกจากนั้นจะเป็นพื้นที่น้ำจืดอีกส่วนก็เป็นน้ำเค็ม ไม่สามารถเลี้ยงหอยนางรมได้
สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีผู้มาซื้อที่ดินติดรอบบริเวณคลองลาวน เพื่อทำธุรกิจ รีสอร์ต มีการปิดทางเดินที่ชาวประมงและผู้เลี้ยงหอยนางรมเข้าออกมานานทำให้เกิดปัญหากับชาวบ้าน
นายเกริกยศ ศรีประสิทธิ์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงหอยนางรม คลองลาวน กล่าวว่า ชาวบ้านเลี้ยงหอยนางรมในคลองลาวนมานานกว่า 50 ปี ต่อมามีนายทุนเข้ามาซื้อที่ดินรอบบริเวณคลองลาวนและมีการออกโฉนดเพิ่มพื้นที่ที่มีการขุดทรายในคลองลาวนที่ตื้นเขินขึ้นมาถมบริเวณปากคลอง จึงต้องการขับไล่กลุ่มประมงเรือเล็ก 19 รายและผู้เลี้ยงหอยนางรมจำนวน 86 ราย ให้ออกจากพื้นที่เพื่อปรับภูมิทัศน์รอบคลองลาวน ต่อมามีประกาศจังหวัดระยองลงวันที่ 22 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมาลงนามโดยนายธานี สามารถกิจ ผวจ.ระยอง ให้ผู้เพาะเลี้ยงหอยนางรมที่ไม่ได้รับอนุญาต ทำการรื้อถอนแปลงหอยนางรมให้เสร็จภายใน 30 วัน หลังวันปิดประกาศ เมื่อพ้นกำหนด หากผู้เพาะเลี้ยงหอยนางรมยังไม่ยอมรื้อถอน ให้ถือว่าเป็นยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการรื้อถอน
นายสนิท อักษรแก้ว รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ คนที่4 กล่าวว่า ที่ดินที่มีปัญหาอยู่รอบบริเวณคลองลาวนซึ่งเจ้าของรายใหม่ได้ซื้อที่ดินจากเจ้าของเดิม และได้มีการปิดทางเดินของกลุ่มประมงและผู้เลี้ยงหอยนางรม ไม่สามารถเข้าออกได้ตามปกติ เรื่องนี้ต้องเชิญเจ้าของที่ดินมาเจรจากรณีกลุ่มประมงและผู้เลี้ยงหอยนางรม ขอให้เปิดทางเดินตามปกติ แต่หากเจ้าของที่ดินไม่ยินยอมก็จะหาทางต่อสู้ต่อไป






