ชาวไร่อ้อย เรียกร้องรัฐขอเงินเพิ่ม 160 บาทต่อตัน อ้างประกาศราคาอ้อยขั้นต่ำเพียง900บาทต่อตัน ต่ำกว่าต้นทุนมาก
ห่วงราคาน้ำตาลโลกลดลง ฉุดราคาอ้อยขั้นสุดท้ายต่ำกว่าขั้นต้น
นายธีระชัย แสนแก้ว ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวหลังการประชุมคณะทำงานพิจารณาเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2557/58 ว่า จากการที่รัฐบาลได้ประกาศราคาอ้อนขั้นต้นที่ 900 บาทต่อตัน ชาวไร่ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าอ้อย เช่นที่เคยดำเนินการมา โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.) ปล่อยกู้ผ่านกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.)
“เราต้องการให้รัฐช่วยเหลือเงินค่าอ้อยให้คุ้มกับต้นทุน 900 บาทต่อตัน ต่ำไป ตอนนี้ต้นทุนอยู่ที่1,222 บาทต่อตัน หากพิจารณาตามศักยภาพการใช้หนี้ของกองทุนอ้อยฯขั้นต่ำที่เคยกู้เพื่อเพิ่มค่าอ้อยก็จะได้ 160 บาทต่อตัน” นายธีระชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสถานการณ์ราคาน้ำตาลทรายตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยราคาน้ำตาลทรายดิบเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 15 เซนต์ต่อปอนด์ มีแนวโน้มว่าราคาอ้อยขั้นสุดท้ายฤดูการผลิตปี 2557/58 จะต่ำกว่า 900 บาทต่อตัน จะเป็นปัญหาต่อกองทุนฯต้องหาเงินมาจ่ายคืนในส่วนนี้ จึงเป็นหน้าที่รัฐต้องพิจารณา
ส่วนการเปิดหีบอ้อยตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2557 พบว่าปริมาณอ้อยหีบประมาณ 31 ล้านตันแล้ว หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถือว่าปริมาณอ้อยเข้าหีบเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านตัน เนื่องจากปริมาณพื้นที่เพาะปลูกอ้อยจากรายย่อยเพิ่มขึ้น
แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย กล่าวว่า ควรประกาศราคาอ้อยขั้นต้น และเงินช่วยเหลือให้เร็วที่สุด มีความชัดเจนก่อนเปิดหีบอ้อย ยิ่งล่าช้าเท่าไหร่ ยิ่งทำให้รายย่อยไม่ได้รับเงินส่วนเพิ่ม เนื่องจากหัวหน้าโควตาที่ไปรับซื้ออ้อยให้กับโรงงานจะปั่นราคาอ้อยให้ต่ำ
นอกจากนี้ ยังเห็นว่ารัฐไม่ควรจะไปกำหนดระยะห่างที่ตั้งโรงงานน้ำตาลแต่อย่างใด ควรปล่อยให้เป็นกลไกเสรีแล้วรัฐใช้วิธีกำกับดูแลใบอนุญาต ที่จะดูเครื่องจักรว่าเหมาะสมหรือไม่จะดีกว่าเนื่องจากเอกชน เมื่อทำธุรกิจจึงไม่ควรจะไปห่วงว่าจะไปแย่งอ้อยกัน






