วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

รวบโจ๋พม่าขโมยมือถือในห้างดังย่านปทุมวัน

รวบโจ๋พม่าขโมยมือถือในห้างดังย่านปทุมวัน

สืบบก.น.6 แถลงจับกุมหนุ่มพม่า ก่อเหตุขโมยมือถือในห้างดังย่านปทุมวัน พร้อมของกลางมือถือ 4 เครื่อง

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิสูตร ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิศมัย สว.กก.สส.บก.น.6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 แถลงข่าวจับกุมตัว นาย ติง ซอ อู หรือใหม่ สัญชาติพม่าเชื้อสายมอญ อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.9/2558 ลง 10 ม.ค. พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือตรวจยึดได้จากผู้ต้องหา จำนวน 4 เครื่อง โทรศัพท์มือถือตรวจยึดได้จากร้านที่ผู้ต้องหานำไปขายทอดจำนวน 8 เครื่อง ไอแพด ตรวจยึดได้จากร้านที่ผู้ต้องหานำไปขายทอด จำนวน 1 เครื่อง โดยจับกุม กก.สส.บก.น.6 หลังจากเชิญตัวมาสอบสวน มารีน่าอพาร์ทเมนท์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์

พ.ต.ท.เขมรินทร์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2557 ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ซ่อนตัวอยู่ในห้างมาบุญครองจนกระทั่งห้างปิดทำการ และได้ออกมาลักทรัพย์ของกลางจากร้านขายโทรศัพท์มือถือ 3 ร้าน บริเวณชั้น 4 ห้างสรรพสินค้ามาบุญครองเซ็นเตอร์ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร จำนวน 55 รายการ และได้ซ่อนตัวอยู่ในร้านโทรศัพท์ที่ปลอดคน จนกระทั่งถึงเวลาห้างเปิดในช่วงเช้า จึงได้แฝงตัวปะปนกับผู้คนทั่วไปหลบหนีออกมา และจากนั้นได้นำโทรศัพท์ที่ลักมาไปตระเวนขายตามร้านค้าห้างสรรพสินค้า 9 แห่ง จำนวน 21 ร้านค้า จำนวน 34 เครื่อง เมื่อคนร้ายตรวจสอบดูพบว่า มีโทรศัพท์เสียหายก็ทิ้งไว้ในห้างมาบุญครองจำนวน 10 เครื่อง อีก 10 เครื่องทิ้งไว้ที่ห้องเช่ารายวันบริเวณห้างเดอะมอลท่าพระ มีเครื่องที่ถูกตรวจยึดพบแล้ว 13 เครื่อง

จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่า เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเมื่อ 15 ปีที่แล้ว อยู่มานานจนสามารถรวบรวมเงินทองเปิดร้านขายโทรศัพท์มือถือบริเวณ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ จึงมีความรู้เกี่ยวกับโทรศัพท์เป็นอย่างดี กระทั่งมีทะเลาะกับหุ้นส่วนที่เป็นเพื่อนสัญชาติพม่าด้วยจนเป็นเหตุให้มีการกันเผาร้านโทรศัพท์ทิ้ง จึงไม่มีรายได้ และก่อเหตุกระทำความผิดครั้งแรกลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือภายในห้างบิ๊กซีสะพานควาย เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2557 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางซื่อ จับกุมถูกศาลตัดสินจำคุก 8 เดือน ออกจากคุกมาเมื่อต.ค.2557 ที่ผ่านมา แล้วมาก่อเหตุซ้ำ โดยได้ก่อเหตุลักทรัพย์ แอบปั๊มกุญแจห้องอดีตเพื่อร่วมงานชาวพม่า ชื่อ จ่อนาย สงวนนามสกุล ที่ตลาดสี่มุมเมือง ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสด 16,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง หนังสือเดินทาง สำเนาเอกสารแรงงานต่างด้าวของผู้เสียหายเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2557 และได้นำมาใช้เป็นเอกสารอำพรางการแสดงตนในการขายโทรศัพท์ที่ลักมา นอกจากนี้สืบทราบอีกว่า เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ต่อเนื่องวันที่ 12 ธ.ค.2557 ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุลักษณะเดียวกันที่ บิ๊กซี พระราม 2 พื้นที่สน.ท่าข้าม ใช้วิธีเดียวกันกับห้างมาบุญครอง ได้ทรัพย์สินเป็น คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 2 ตัว และโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า เคยก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง ติดคุก 1 ครั้ง ประมาณ 8 เดือน เมื่อได้โทรศัพท์ไอโฟนนำไปขายเครื่องละ 4,000 - 5,000 บาท วิธีการหลบซ่อนอยู่ในร้านขายโทรศัพท์ที่มีผ้าคุมตู้กระจกใส่โทรศัพท์ทำให้มองไม่เห็น โดยหาขนมคบเคี้ยวภายในร้านดังกล่าวกิน ก่อนหน้าที่จะก่อเหตุเดินไปดูลาดเลา 3 ครั้ง ซึ่งว่าหลบซ่อนอยู่ก็มีรปภ.เดินตรวจสอบ แต่รปภ.ห้างดังกล่าวเดินมาได้ยินเพียงแค่เสียงโทรทัศน์ที่อยู่ภายในร้านดังกล่าวดังขึ้นเท่านั้น โดยไม่ได้เห็นว่าตนแอบอยู่ด้านหลัง ระหว่างก่อเหตุใส่รองเท้าผ้าใบพื้นยางทำให้ไม่มีเสียง

ด้านน.ส.เจน เพ็งพุฒ อายุ 30 ปี เจ้าของร้านมือถือย่านพระราม 2 ให้ข้อมูลเบาะแสคนร้าย กล่าวว่า เมื่อประมาณวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา นาย ติง ซอ อู ผู้ต้องหาได้นำมือถือมาขายให้ที่ร้านขายมือถือให้ร้านที่ตนรับผิดชอบ กระทั้งสังเกตว่า นาย ติง ซอ อู ลักษณะคล้ายกับคนร้ายที่ขโมยมือถือมาขายที่ถูกแชร์ภาพผ่านเฟสบุ๊ค จึงได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบบก.น.6 ให้เฝ้าติดตาม กระทั่งมาขายมือถือให้กับร้านใกล้อีกครั้งเมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้เฝ้าสังเกตการณ์ โดยพบว่า คนร้ายได้นำโทรศัพท์มือถือไปขายหลายร้านในระแวกใกล้เคียง ก่อนหน้าที่จะนำโทรศัพท์มาซ่อมที่ร้านของเพื่อนจึงได้ให้พนักงานขายเดินไปบอกข้อมูลคนร้ายใช้แล้วนำข้อมูลมือถือมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนกระทั่งติดตามจับกุมคนร้ายได้ดังกล่าว