ญาติไม่เชื่อเซลฟี่เหตุหญิงไทยตกผาภูฏาน ชี้ตรงจุดเกิดเหตุเป็นจุดที่แคบจนไม่สามารถทำรั้วกั้นทางได้
วานนี้ (4 ม.ค.) ญาติของนางนวรัตน์ บวรจิรภัทร์ อายุ 54 ปี ซึ่งตกหน้าผาเสียชีวิตใกล้กับวัดทักซัง ประเทศภูฏาน เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดไพชยนต์พลเสพย์ ราชวรวิหาร ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยบรรยากาศไปด้วยความเศร้าสลด
นางสมพิศ มนัสวีระพร น้องสาวผู้ตาย กล่าวว่า ผู้ตายเดินทางไปยังภูฏานกับกลุ่มเพื่อนอีก 10 คน โดยใช้บริการของบริษัททัวร์ซึ่งมีลูกทัวร์ร่วมคณะไปในทริปนี้ทั้งหมด 30 คน
เธอกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้นางนวรัตน์ตกลงจากหน้าผาว่าเป็นเพราะพยายามถ่ายภาพเซลฟี่กับวิวทิวทัศน์ของวัดทักซังว่า เรื่องนี้ทำให้ญาติๆ รู้สึกเสียใจมาก และยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากนางนวรัตน์ ไม่ใช่คนที่ชอบถ่ายภาพเซลฟี่ และเท่าที่ทราบตรงจุดเกิดเหตุเป็นจุดที่แคบจนไม่สามารถทำรั้วกั้นทางได้ มีเพียงธงที่ปักไว้แจ้งเตือนเท่านั้น โดยจุดดังกล่าวเคยเกิดอุบัติเหตุลักษณะนี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง
ด้าน นายวุฒิ บวรจิรภัทร์ สามีผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ช่วงที่ภรรยาเดินทางไปก็ไม่ได้พูดคุยกันเลย เพราะไม่มีสัญญาณ แต่ภรรยาเป็นคนชอบเที่ยวและชอบทำบุญอยู่เป็นประจำ และนี่เป็นครั้งแรกที่ภรรยาเดินทางไปภูฏาน
"ในวันเกิดเหตุเพื่อนภรรยาโทรมาบอกว่า ภรรยาเสียชีวิตแล้ว พลัดตกเขา ระหว่างเดินลงมากับเพื่อนสองคน ไหว้พระเสร็จแล้วก็เดินลงมาจะไปร้านอาหาร และตลอดช่วงก็มีตรงจุดเกิดเหตุที่ไม่มีราวกั้น ก็ทราบจากเพื่อนเขาแค่นี้" นายวุฒิ กล่าว
สามีผู้เสียชีวิต กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่มีกระแสข่าวว่ามีการเซลฟี่หรือการถ่ายรูปตัวเองจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุนั้น ถึงแม้ว่าภรรยาจะชอบถ่ายรูป แต่การถ่ายตัวเองหรือที่เรียกว่าเซลฟี่คงไม่น่าจะใช่ โดยเฉพาะจุดเกิดเหตุเป็นจุดที่แคบ พื้นที่ประมาณ 40-50 เซนติเมตรเท่านั้น คงไม่มีใครไปยืนถ่ายได้
เขากล่าวว่า เรื่องการเกิดอุบัติเหตุเพราะเซลฟี่ คิดว่าไม่น่าใช่แน่ๆ และครอบครัวไม่ได้ติดใจอะไรเพราะคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ
สำหรับ นางนวรัตน์ บวรจิรภัทร์ เป็นเจ้าของกิจการ บริษัท หลุยส์เครนแอนด์ทรานสปอร์ต จำกัด ตั้งอยู่ย่านคลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ประกอบธุรกิจบริการให้เช่า ติดตั้ง ขนย้ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ เพื่อการก่อสร้างด้วยรถเครน รถยกรวมถึงการให้บริการขนส่งด้วยรถเทลเลอร์ และรถบรรทุกต่างๆ





