สลด!รับปีใหม่ฆ่าตัวตายยกครัว5ศพย่านบางยี่เรือ

สลด!รับปีใหม่ฆ่าตัวตายยกครัว5ศพย่านบางยี่เรือ

เกิดเหตุฆ่าตัวตายยกครอบครัว 5 ศพ ที่บ้านเช่าย่านบางยี่เรือ ตร.ยังไม่ฟันธงว่าฆ่าตัวตาย หรือถูกฆาตกรรมอำพราง

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 31 ธ.ค. ร.ต.ท.จักรพันธุ์ จิตต์แก้ว พนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตหลายราย ที่บ้านเลขที่ 174 ซอยอินทรพิทักษ์ 1 แยก 2 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กทม.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่เรือ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าสูง 2 ชั้น จากการตรวจภายในบ้านบริเวณชั้นล่าง พบศพผู้หญิงสูงอายุ ทราบชื่อคือ นางเคี้ยงเซี้ยม แซ่ลิ้ม อายุ 89 ปี ลักษณะเป็นชาวจีน นอนหงายเหยียดตรง ถูกคลุมตัวผ้านวมสีขาว ข้างกันพบศพหญิงสาว ซึ่งเป็นลูกสาวของนางเคี้ยงเซี้ยม ทราบชื่อคือ น.ส.เพชรรัตน์ จารุพรรณกิจ อายุ 61 ปี สภาพนอนหงายเหยียดยาว ถูกคลุมด้วยผ้าลายสก็อตสีแดง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขึ้นไปตรวจสอบบริเวณชั้นที่ 2 ของตัวบ้านพบศพอีก 3 ราย ถูกผูกคอเรียงกันบริเวณริมบันได

โดยคนแรกเป็นหญิงสาววัยรุ่น ทราบชื่อคือ น.ส.สุวรรณทิพย์ จารุพรรณกิจ อายุ 16 ปี คนกลางเป็นชายวัยกลางคน ทราบชื่อคือ นายอนันต์ จารุพรรณกิจ อายุ 64 ปี และคนริมเป็นเด็กผู้ชาย ทราบชื่อคือ ด.ช.อภิสิทธิ์ จารุพรรณกิจ อายุ 14 ปี โดยทั้ง 3 เป็นพ่อลูกกัน

ส่วนนายอนันต์ เป็นลูกชายของนางเคี้ยงเซี้ยม และเป็นพี่ชายของ น.ส.เพชรรัตน์ ซึ่งทั้งหมดผูกคอด้วยเชือกไนลอนสีน้ำเงิน บริเวณปากและมือทั้ง 3 คน มีรอยเขียวคล้ำ บริเวณเท้ามีเก้าอี้ล้มอยู่ 3 ตัว และมีมีดวางอยู่ 4 เล่ม นอกจากนี้ บริเวณข้างเก้าอี้ยังมีขวดน้ำอัดลมวางอยู่ 2 ขวด ขวดแรกเป็นขวดเปล่า ส่วนอีกขวดเหลือน้ำอยู่ครึ่งเดียว ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นน้ำอัดลมผสมสารเคมี เจ้าหน้าที่จึงเก็บรายละเอียดที่พบไปตรวจสอบ

จากการสอบถาม นางธนิดา รัตนธนากุล อายุ 66 ปี เพื่อนบ้านที่อยู่บ้านเช่าหลังติดกัน ให้การว่า ครอบครัวคนตายได้ย้ายเข้ามาอยู่ได้ประมาณ 2 ปีกว่า โดยปกติคนที่บ้านหลังดัวกล่าวจะไม่ค่อยสุงสิงกับคนอื่นเท่าไร ซึ่งลูกสาวของอาม่าและตัวอาม่าเองมีอาการทางประสาท

ส่วนนายอนันต์ จะเป็นก่อนหน้านี้ เคยขายของที่ลึกจากเมืองจีนที่ย่านเยาวราช แต่ขณะนี้ไม่ได้ทำงานอะไร ส่วนลูกชายของนายอนันต์ เรียนอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ ส่วนลูกสาวเรียน กศน. ซึ่งทุกเช้านายอนันต์ จะซ้อนรถจักรยานยนต์ลูกชายออกมาซื้อข้าวกล่อง ประมาณ 10 กล่องเข้ามาที่บ้าน

เนื่องจากต้องคอยเฝ้าน้องสาวและแม่ที่มีอาการทางประสาท และต้องปิดประตูบ้านไว้ตลอดเวลา เนื่องจากน้องสาวนายอนันต์ มักออกไปก่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จึงต้องปิดประตูบ้านและคอยเฝ้าไว้ กระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายอนันต์ แจ้งเจ้าของบ้านว่าจะย้ายออกวันสิ้นปี และได้นัดเจ้าของบ้านให้มาตกลงกันที่บ้านช่วงเย็นนี้

นางธนิดา กล่าวต่อว่า กระทั่งวันนี้ เจ้าของบ้านได้เข้ามาตามนัด และได้ตะโกนเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงได้ไขกุญแจเข้าไปก็พบว่าคนในบ้านทั้งหมดกลายเป็นศพ จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

ด้าน พล.ต.ต.ฤชากร จรเจนวุฒิ ผบก.น.8 กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ฟันธงว่าเป็นการฆ่าตัวตาย หรือถูกฆาตกรรมอำพราง ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนอีกครั้งว่ามาจากสาเหตุใดกันแน่ และต้องนำหลักฐานที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุทั้งหมดไปตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งเครื่องดื่มที่เก็บได้ว่ามีสารพิษชนิดใดปนเปื้อนหรือไม่ ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาร้านที่ขายเชือกไนล่อน รวมทั้งร้านสะดวกซื้อด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่พบร่องรอยว่ามีคนภายนอกเข้ามาในบ้าน จึงสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ยังไม่ทิ้งประเด็นฆาตกรรมอำพราง