กรมชลประทานเผยลุ่มเจ้าพระยาแอบปลูกข้าวทะลุ 3.8 ล้านไร่ หวั่นกระทบน้ำดื่ม-น้ำใช้
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำที่เริ่มน้อยลงว่า ทางกรมชลประทานได้ประกาศงดส่งน้ำเพื่อสนับสนุนการทำนาปรังในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและแม่กลองโดยสิ้นเชิง แต่ขณะนี้มีเกษตรกรไม่เชื่อคำเตือนของกรมชลประทาน และยังคงมีการทำนาปีและนาปรังอย่างต่อเนื่องรวมกันไปแล้วกว่า 3.8 ล้านไร่ ในจำนวนนี้เสี่ยงต่อปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งและจะกระทบต่อปัญหาการใช้น้ำในภาคอื่นๆตามไปด้วย จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้งดทำนาปรังเพื่อให้การใช้น้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด เพียงพอต่อการอุปโภค-บริโภค การผลิตน้ำประปา และการผลักดันน้ำเค็ม ที่มักจะรุกล้ำเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงหน้าแล้งของทุกปี
ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 6,184 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม. )หรือคิดเป็น 46% ของความจุอ่าง มีปริมาณน้ำใช้การได้ 2,384 ล้านลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 5,940 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 62% ของความจุอ่าง มีปริมาณน้ำใช้การได้ 3,090 ล้านลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 713 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 76% ของความจุอ่าง มีปริมาณน้ำใช้การได้ 670 ล้านลบ.ม. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำ 799 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 83% ของความจุอ่าง มีปริมาณน้ำใช้การได้ 796 ล้านลบ.ม. รวมทั้ง 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันประมาณ 6,940 ล้านลบ.ม.
สำหรับการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ กรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังใน พื้นที่จังหวัดพัทลุง จำนวน 18 เครื่อง พื้นที่จังหวัดนราธิวาส จำนวน 3 เครื่อง และในพื้นที่จังหวัดสงขลา จำนวน 25 เครื่อง คาดว่าหากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดต่างๆในภาคใต้ จะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววันนี้
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ให้กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมการรับมือและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการดูแล
โดยรัฐบาลได้ประชุมบูรณาการแก้ปัญหาภัยแล้ง ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพราะปีนี้มีปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในปีที่ผ่านมา โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการแก้ปัญหา ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว
นายนำชัย พรหมมีชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การหยุดสนับสนุนน้ำในการทำนาปรังของ 2 ลุ่มน้ำดังกล่าว 390,000 กว่าครอบครัว หากแบ่งเกษตรกร เป็น 3 กลุ่ม คือ เจ้าของนา คนเช่านา และคนรับจ้างทำนา ซึ่งคนรับจ้างทำนา และคนเช่านา ถือว่ามีความเดือดร้อนมาก หากประเมินแล้วมีอยู่ประมาณ 200,000 กว่าครัวเรือน โดยจะใช้มาตรการจ้างแรงงาน เป็นมาตรการช่วยเหลือหลัก รวมถึงจะมีการฝึกอาชีพ เป็นมาตรการเสริมอีกด้วย
สำหรับมาตรการของกระทรวงเกษตร โดยกรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร จะมีการเปิดสอนอาชีพเสริม อาทิ การเลี้ยงเป็ด-ไก่ การเลี้ยงปลาเลี้ยงกบ การปลูกพืชบำรุงดิน การเพาะเห็ด โดยมีเกษตรกรสมัครเข้ามาเรียนอาชีพเสริมแล้วจำนวน 3 หมื่นกว่าครอบครัว ซึ่งได้เปิดโครงการระยะแรกไปแล้ว ที่ชัยนาท อยุธยาและชลบุรี โดยจะเปิดพร้อมกันทั้ง 3 จังหวัด"







