มวลน้ำทะลักท่วม'หาดใหญ่'สงขลายก8อำเภอ'ภัยพิบัติ'

มวลน้ำทะลักท่วม'หาดใหญ่'สงขลายก8อำเภอ'ภัยพิบัติ'

น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชานเมืองหาดใหญ่แล้ว ขณะที่สถานการณ์น่าเป็นห่วงเหตุถูกน้ำโอบล้อมรอบทุกทิศทุกทาง

ขณะที่ชายฝั่งทะเลสงขลา เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมชุมชนชาวเก้าเส้งแบบไม่ทันตั้งตัว ผู้ว่าฯประกาศให้ 8 อำเภอของสงขลาเป็นเขตภัยพิบัติ ส่วนชายฝั่งทะเลปัตตานี ทำเอ้อท่วมเขตเทศบาลเมือง ขณะ"เขื่อนบางลาง"พร่องน้ำรองรับฝน แต่ต้องสั่งหยุด หลังประชาชนแตกตื่น

เมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานเรือท้องแบนจำนวน 5 ลำให้กับศูนย์พัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 4 กรมเจ้าท่า เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ.สงขลา

โดยนายธรา วรรณพฤกษ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 4 ร่วมกับทหารกองพลพัฒนาที่ 4 และเทศบาลตำบลพะตง นำเรือพระราชทานจำนวน 2 ลำ ออกช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่บ้านทุ่งลุง เขตเทศบาลตำบลพะตง อ.หาดใหญ่ ซึ่งยังคงมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ติดต่อกัน 2 วันและถูกน้ำท่วมซ้ำเป็นครั้งที่สองในรอบเดือนนี้ โดยได้นำข้าวกล่องและน้ำดื่มกว่า 1,000 ชุด ออกแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ติดค้างอยู่ตามบ้านเรือน รวมทั้งอพยพประชาชนที่ต้องการออกจากพื้นที่

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเตรียมพร้อมเรือพระราชทานที่เหลืออีก 3 ลำ เพื่อออกช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.สงขลา จนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยประชาชนหรือหน่วยงานใดที่ต้องการรับความช่วยเหลือเร่งด่วนติดต่อไปได้ที่ศูนย์พัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 4 จ.สงขลา หมายเลข 089-1971978 ตลอด 24 ชั่วโมง

น้ำทะลักเข้าชานเมืองหาดใหญ่แล้ว

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สงขลา ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากยังมีน้ำไหลบ่าเข้าท่วมอีกหลายพื้นที่ ล่าสุดน้ำที่ไหลมาจาก ต.ทุ่งตำเสา และพื้นที่ อ.คลองหอยโข่ง ได้เริ่มท่วมในเขตเทศบาลเมืองควนลัง ซึ่งเป็นพื้นที่ชานเมืองหาดใหญ่แล้ว โดยน้ำจากคลองต่ำ ได้เอ่อล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วม ทั้งภายในที่ทำการเทศบาลเมืองควนลัง และบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่หมู่ 3 ต.ควนลัง ระดับน้ำสูงมากกว่า 50 เซนติเมตร

เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองควนลัง ต้องขนย้ายรถยนต์และเครื่องจักรขึ้นมาไว้บนถนน เนื่องจากปริมาณน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และต้องรีบแจ้งเตือนให้ชาวบ้านใน ต.ควนลัง ที่อยู่ในแนวร่องน้ำคลองต่ำไหลผ่านให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอของ จ.สงขลา ขณะนี้ยังไม่ผ่านพ้นช่วงวิกฤติ เนื่องจากยังคงมีฝนตกหนักทั่วทั้งจังหวัดและระดับน้ำยังทรงตัว โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุดขณะนี้เขตตัวเมืองหาดใหญ่เนื่องจากอยู่ในภาวะถูกน้ำโอบล้อมรอบทุกทิศทั่วทางจากน้ำที่ไหลเข้ามาจากพื้นที่อำเภอรอบนอก

"ชุมชนเก้าเส้ง"เจอน้ำทะเลหนุน

ขณะที่บริเวณชายฝั่งทะเล ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 23 ธ.ค. เกิดภาวะคลื่นลมแรงและน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ภายในชุมชนเก้าเส้ง เขตเทศบาลนครสงขลา หนึ่งในชุมชนชาวเลของจังหวัด โดยคลื่นได้ซัดน้ำทะเลขึ้นฝั่งมาไกลกว่า 15 เมตร น้ำทะเลไหลเข้าท่วมถนนและบ้านพักอาศัยของประชาชนอย่างกะทันหัน โดยไม่มีใครได้ทันตั้งตัว ทำให้มีชาวบ้าน 20 ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ต้องขนย้ายทรัพย์สินภายในบ้านไว้บนที่สูงและอพยพออกจากไปพักอาศัยบ้านญาติชั่วคราว

ท่วมตลาดสดเทศบาลสงขลา

นอกจากคลื่นจะซัดเข้าท่วมที่พักอาศัยในชุมชนเก้าเส้งแล้ว ยังเข้าท่วมพื้นที่ย่านการค้าตลาดสดเขตเทศบาลนครสงขลา ถนนวิเชียรชม ถนนแหล่งพระราม และบริเวณสี่แยกถนนรองเมือง ถนนจะนะ ระดับน้ำสูงกว่า 30 เซนติเมตร ส่งผลให้การจราจรติดขัด ต้องใช้ตำรวจจราจรและ อพปร.เทศบาลนครสงขลาคอยอำนวยความสะดวก

เทศบาลนครสงขลา ต้องเร่งนำกระสอบทรายออกแจกจ่ายประชาชน เพื่อนำไปวางกั้นน้ำไม่ให้เข้าท่วมภายในบ้าน เนื่องจากไม่สามารถสูบน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลาได้ เพราะอยู่ในภาวะน้ำทะเลหนุน ต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายตามภาวะน้ำขึ้นน้ำลง และในปีนี้สภาวะคลื่นลมแรงในฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีความรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา

สงขลาประกาศ8อำเภอเขตเสี่ยงภัย

ขณะที่นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าฯ สงขลา ประกาศให้พื้นที่ 8 อำเภอ 42 ตำบล 12,134 ครัวเรือน เป็นเขตความช่วยเหลือภัยพิบัติฉุกเฉินน้ำท่วมแล้ว ประกอบด้วย อ.หาดใหญ่ สะเดา รัตภูมิ ควนเนียง จะนะ เทพา นาทวี และอ.สะบ้าย้อย ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมกินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของจังหวัด โดยทั้ง 8 อำเภอยังไม่ผ่านพ้นช่วงวิกฤติ เนื่องจากฝนที่ยังตกหนักมากทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัดต่อเนื่องไปอีก 2-4 วัน ทำให้พื้นที่ลุ่มน้ำริมคลองสายหลักต่างๆ เช่น คลองอู่ตะเภา คลองนาทวี คลองเทพา คลอรัตภูมิ คลองหวะ คลองวาด และคลองต่ำ เพิ่มสูงขึ้นและมีความเสี่ยงที่จะมีน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้น

น้ำทะเลหนุนเข้าท่วมเมืองปัตตานี

ที่ จ.ปัตตานี ช่วงกลางดึก บริเวณชายฝั่งทะเล เกิดภาวะน้ำทะเลหนุน ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำปัตตานี ตั้งแต่ปลายน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมถึงใจกลางเมือง เขตเทศบาลเมืองปัตตานี ทั้งย่านเศรษฐกิจ ร้านค้าเอกชน และหน่วยงานราชการต่าง เช่น สถานีตำรวจ สถานีดับเพลิง โรงเรียน รวมถึงศาลหลักเมือง ซึ่งมีระดับสูง 30-50 เซนติเมตร สร้างความโกลาหลบรรดาผู้ประกอบการร้านค้าต่างตั้งตัวไม่ทัน เนื่องจากน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว แต่ยังได้ช่วยกันขนของตั้งไว้ที่สูง รวมทั้งนำอิฐมาก่อปูนปิดประตูหน้าพร้อมนำถุงทรายมากั้น เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าด้านในได้ หลังผู้ว่าราชการจังหวัดได้แจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังกับสถานการณ์น้ำท่วม อาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้

"เขื่อนบางลาง"พร่องน้ำรับฝน

ที่ จ.ยะลาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เขื่อนบางลาง ได้ออกหนังสือชี้แจงถึงความจำเป็นที่จะต้องพร่องน้ำออกจากเขื่อนผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จำนวน 2 เครื่อง ว่าเนื่องจากภาวะฝนตกหนักที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางลางจำนวนมาก แต่จากการคาดการณ์ ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ยังจะมีปริมาณน้ำฝนไหลเข้าอ่างอยู่ต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยของเขื่อน กฟผ.เขื่อนบางลาง จึงมีความจำเป็นที่จะพร่องน้ำ.

ผู้ว่าฯสั่งเบรกหลังประชาชนแตกตื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีการแชร์ข้อมูลหนังสือแจ้งการระบายน้ำ เข้าในระบบโซเชียลมีเดีย ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ จ.ปัตตานี ซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรง ทำให้ กฟผ.เขื่อนบางลาง ต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอีกครั้งเพื่อประเมินสถานการณ์ว่า จะดำเนินการระบายน้ำ หรือชะลอการระบายน้ำออกไปหรือไม่ ที่ศาลากลางจังหวัด

กระทั่งเวลา 15.30 น. นายสามารถ วราดิศัย ผู้ว่าฯ ยะลา แถลงหลังการประชุมร่วมว่า ที่ประชุมมีมติให้เขื่อนบางลาง หยุดการพร่องน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ก่อน เพื่อป้องกันและลดความตื่นตระหนกของประชาชนในพื้นที่

สุราษฎร์คลื่นลมแรงจัดสั่งงดเรือเฟอรี่

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี สภาพอากาศเกือบทุกพื้นที่ ยังคงมีฝนตกหนักในบางช่วง ขณะที่ชายทะเล โดยเฉพาะเกาะสมุยและเกาะพะงัน คลื่นลมแรงจัดโดยเฉพาะที่ อ.เกาะสมุย บางช่วงคลื่นสูง 2-4 เมตร และมีน้ำทะเลหนุนสูง เข้าท่วมถนนสายรอบเกาะสมุยในบางจุด โดยเฉพาะถนนบริเวณหาดหน้าทอน

ที่บริเวณท่าเทียบเรือดอนสัก ก็เช่นเดียวกันคลื่นสูง เรือเฟอร์รี่ทั้ง 2 บริษัท ทั้งบริษัทราชาเฟอร์รี่และซีทรานส์เฟอร์รี่ต้องยุติการเดินเรือชั่วคราวในบางเที่ยวเช่นเดียวกัน เพราะคลื่นสูงและแรงจัด และบางเที่ยวต้องเลื่อนเวลาออกไป ซึ่งผู้โดยสารเข้าใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี