นราธิวาสประสบภัยน้ำท่วมแล้วในพื้นที่3อำเภอ หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง จนเกิดน้ำป่าไหลทะลักหลากท่วม
รายงานข่าวความเคลื่อนไหวจากพื้นที่ จ.นราธิวาส เกี่ยวกับสภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเป็นเวลา 4 วันติดต่อกันในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ล่าสุดฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ส่งผลทำให้น้ำป่าบนเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในพื้นที่ อ.สุคิริน ได้ไหลทะลักลงมาสมทบในแม่สุไหงโก-ลก จนล้นตลิ่ง และไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฏรที่ปลูกสร้างอยู่ตลอดแนวริมตลิ่ง และที่ราบลุ่มในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ สุคิริน แว้ง และสุไหงโก-ลก แล้ว
โดยมีราษฏรได้รับความเดือดร้อน จำนวนกว่า 300 ครัวเรือน แถมยังมีโรงเรียนอีก จำนวน 2 โรง คือ โรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาและโรงเรียนบ้านยะหอ ในพื้นที่ อ.แว้ง ถูกน้ำท่วมขัง โดยมีระดับน้ำท่วมสูงโดยเฉลี่ย 40-50 ซ.ม. จนทางโรงเรียนต้องประกาศปิดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว
นอกจากนี้ในช่วงคืนที่ผ่านมาบ้านพักครูในพื้นที่ อ.สุคิริน ซึ่งปลูกสร้างอยู่ในที่ราบลุ่ม ก็ถูกน้ำท่วมขังเช่นกัน แถมคอสะพานสายบ้านต้นทุเรียน-วังน้ำเย็น ในพื้นที่ ต.ภูเขาทอง ก็ถูกน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวกลากได้กัดเซาะคอสะพานขาด จนยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถแล่นผ่านได้ แถมยังมีรายงานอีกด้วยว่าบนถนนสายโต๊ะโม๊ะ-ต้นทุเรียน ดินบนเทือกเขาได้สไลด์ลงมาทับเส้นทางหลายจุด เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปเคลียร์พื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำยานพาหนะสัญจรไปมาได้
แต่อย่างไรก็ตาม สภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ยังส่งผลทำให้ดินบนเทือกเขาได้สไลด์ลงมาทับกำแพงด้านหลังบ้านของนายจวน มิทราวงค์ อายุ 89 ปี เลขที่ 155 ม.3 ต.ภูเขาทอง ขณะนอนหลับในช่วงคืนที่ผ่านมา และกำแพงได้พังลงมาทับฝาผนังและทับนายจวน จนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีกด้วย






