อธิบดีกรมอุทยานฯลงพื้นที่แก้ปัญหาช้างทำร้ายชาวบ้าน

อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่เสนอแก้ปัญหาช้างทำร้ายชาวบ้าน แทนการย้ายช้างออก
อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ลงพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อติดตามการแก้ปัญหาช้างป่าทำร้ายคน เบื้องต้นเสนอแก้ปัญหาเบื้องต้นสั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนคุ้มครองชาวบ้านในเส้นทาง 24 ชม. เตรียมติดตั้งกล้องซีซีทีวี และให้ อบต.ติดตั้งไฟส่องสว่างตลอดเส้นทาง 9 กม.บนนถนนสายหัวหิน-ป่าละอู พร้อมระบุการเคลื่อนย้ายช้างป่าที่ทำร้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีการศึกษา อย่างละเอียดและจะต้องไม่ก่อปัญหาให้กับพื้นที่ที่ย้ายช้างป่าไปน่าจะเป็นขึ้นตอนสุดท้าย
ที่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าเขาหุบเต่า ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เดินทางลงพื้นที่ พร้อมนายเชิดชัย จริยะปัญญา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 3 (สาขาบ้านโป่ง) และนายวัฒนา พรประเสริฐ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สาขาเพชรบุรี) พร้อมทีมสัตว์แพทย์ของกรมอุทยานแห่งชาติ มีนายกมล นวลใย หนอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานฯแก่งกระจานให้การต้อนรับ รวมทั้งมีการประชุมร่วมกันกับนายพรชัย ถมกระจ่าง นายอำเภอหัวหิน,นางสุนันทา พิมพ์ไทย นายก อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ พร้อมทั้งตำรวจพลร่วม ทหาร ฉก.จงอางศึก ทหารทัพพระยาเสือ และเจ้าหน้าที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS)ประเทศไทย
ทั้งนี้นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่าการเดินทางมาตรั้งนี้เพื่อติดตามสถานการณ์ช้างป่า และการแก้ปัญหากรณีช้างป่าออกมาทำร้ายชาวบ้านบนถนนสายหัวหิน-ป่าละอู เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2557 จนเสียชีวิต โดยมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นายอำเภอหัวหิน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งประเทศไทย WSC พร้อมทหาร ตำรวจพลร่ม ร่วมประชุมวางแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ปัญหาช้างป่าทำร้ายชาวบ้านเป็นปัญหาที่สำคัญ และเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ว่ามีกรณีช้างป่าทำร้ายชาวบ้านบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ดังนั้นเป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานจะต้องเข้ามาดูแลแก้ปัญหา โดยเบื้องต้นแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น ได้มีการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตำรวจพลร่ม ทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก และการชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านห้วยสัตว์ใหญ่ ในการออกลาดตระเวนในเส้นถนนเส้นถนนสายหัวหิน-ป่าละอู ทางเข้าตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ระยะทางกว่า 9 กิโลเมตร ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูและรักษาความปลอดภัยให้กับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางนี้ รวมทั้งมีการติดตั้งป้ายเตือนทั้งสองฝั่งถนนจำนวน 30 ป้าย ซึ่งถือว่ามาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการในระยะสั้น และเพื่อคลายความกังวลหวาดกลัวของชาวบ้านรวมไปถึงนักท่องเที่ยว ในส่วนของการติดตามช้างป่าตัวที่เคยทำร้ายชาวบ้านขณะนี้ยังไม่พบ รวมทั้งการใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรนสำรวจเส้นทางเดินของช้างป่าก็พบอุปสรรคสำคัญไม่สามารถมองเห็นช้างได้ เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่เป็นป่ารกทึบ
นายนิพนธ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ได้มีการประชุมหารือร่วมกันกับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อวางมาตรการแก้ไขปัญหาให้ชัดเจนได้ผล รวมทั้งปรับปรุงการทำงานในบางจุด โดยวันนี้ได้มีการสั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยให้กับชาวบ้านที่ใช้เส้นทางนี้ รวมทั้งจะประสานกับ อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ให้จัดสรรงบประมาณในติดตั้งไฟส่องสว่างตลอดเส้นทาง 9 กม. โดยในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ จะติดตั้งกล้องวงจรปิดอย่างน้อย 20 –30ตัวเพื่อดูพฤติกรรมช้าง เพื่อคอยแจ้งเตือนประชาชนที่ใช้เส้นทาง และประสานงานขอเพิ่มเสาสัญญาณโทรศัพท์ ในบริเวณเส้นทางดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งข่าวได้ และปรับปรุงหน่วยพิทักษ์เขาหุบเต่าให้เป็นศูนย์เฝ้าระวังช้าง ซึ่งทุกฝ่ายมาใช้ร่วมกันได้ ขณะเดียวกันจะมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับชาวบ้านในการกำจัดวัชพืชและต้นไม้ขนาดเล็กระยะขอบทางทั้ง 2 ข้างออกไปให้กว้างมากขึ้น 30-50 เมตร เพื่อเปิดทัศนวิสัยให้มองเห็นช้างป่าได้ชัดเจนมากขึ้น
นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทั้งนี้ในส่วนของการเคลื่อนย้ายช้างป่าตัวที่ทำร้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่ไปนั้น เบื้องต้นมีรายงานว่ามีช้างป่าอย่างน้อย 2 ตัว ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีการศึกษาข้อมูลให้ชัดเจน จะต้องมีการสำรวจติดตามพฤติกรรมของช้างป่า รวมทั้งหากจะมีการเคลื่อนย้ายไป จะต้องดูในเรื่องของแหล่งอาหาร สภาพพื้นที่ และที่สำคัญจะต้องไม่ไปก่อปัญหาให้กับถิ่นใหม่ที่ย้ายช้างป่าไปซึ่งเป็นมาตรการที่ต้องใช้เวลา ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แสดงความเป็นห่วงปัญหาช้างป่า และสิ่งสำคัญต้องทำให้ช้างป่าและคนอยู่ร่วมกันได้
ขณะเดียวกันชาวบ้านที่ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าออกในเดส้นทางดังกล่าว ซึ่งภายหลังมีทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และตำรวจพลร่วมที่ออกมาลาดตระเวนและคอยดูแลความปลอดภัย พร้อมคอยแจ้งเตือนผู้ขับขี่นั้นเห็นว่าเป็นมาตรการที่ดี แต่ก็ยอมรับว่ายังรู้สึกกลัวกลับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมไปถึงหากพบช้างป่าก็จะต้องให้ช้างลงข้างถนนไปก่อนเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง







