สธ.เผยหนุ่มเซียร์ราลีโอนสุขภาพดี ไม่มีอาการป่วย แจ้งความติดตามตัว ฐานฝ่าฝืนมาตรา 8 พรบ.โรคติดต่อ
จากกรณีที่สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้เข้าแจ้งความที่สน.ยานนาวา เพื่อขอให้ติดตามตัวหนุ่มชาวเซียร์ราลีโอน วัย 31 ปี ที่ขาดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของสธ.ที่เฝ้าระวังโรคติดเชื้ออีโบลาในผู้ที่เดินทางมาจาก 3 ประเทศที่มีการระบาดของโรคอีโบลา ได้แก่ กินี ไลบีเรียและเซียร์ราลีโอน ซึ่งเป็นมาตรการการเฝ้าระวังปกติของสธ.เพื่อที่จะได้ติดตามตัวเข้ารับการรักษาพยาบาลได้อย่างทันท่วงทีหากผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเหล่านี้มีอาการป่วย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมวอร์รูมมาตรการติดตามเฝ้าระวังโรคอ๊โบลาของไทยประจำสัปดาห์ว่า ในรอบสัปดาห์นี้สธ.มีการติดตามผู้ที่เดินทางมาจาก 3 ประเทศที่มีการระบาดของโรคอีโบลา จำนวน 8 ราย โดย 7 รายได้มีการโทรศัพท์ติดต่อกับเจ้าหน้าที่เป็นประจำทุกวันเพื่อรายงานตัว ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดสุขภาพดี ไม่มีอาการป่วยใดๆ ส่วนอีก 1 รายที่เป็นหนุ่มวัย 31 ปี ชาวเซียร์ราลีโอนได้ขาดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่และไม่สามารถติดตามตัวได้ สธ.จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการเข้มในการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามมาตรา 8 พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2523 เพื่อติดตามให้บุคคลดังกล่าวมาเข้าสู่ระบบติดตามเฝ้าระวังตามปกติ ซึ่งจะต้องมีการรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่เป็นเวลา 21 วันตามระยะฟักตัวของโรค โดยชายคนนี้จะครบกำหนดการเฝ้าระวังในวันที่ 4 ธันวาคม 2557 จึงอยากให้กลับมารายงานตัวและแม้ว่าจะผ่านพ้นวันดังกล่าวแล้วก็ยังจำเป็นต้องติดตามตัวให้เจอเพราะเป็นที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย พรบ.โรคติดต่อ
"ขอยืนยันว่าขณะนี้ชายดังกล่าวมีสุขภาพดี ไม่มีอาการไข้ ไม่มีอาการป่วยใดๆ ยังไม่ถือเป็นผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลา ที่ต้องติดตามตัวเพราะเป็นมาตรการปกติของสธ.ในการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจาก 3 ประเทศที่มีการระบาดของโรคอีโบลา ซึ่งการแจ้งความติดตามตัวไม่ถือเป็นการดำเนินการที่มากเกินไป แต่ดำเนินการเนื่องจากเป็นในห่วงความปลอดภัยของชายคนดังกล่าวและประชาชนทั่วไป เพราะหากมีอาการป่วยใดเกิดขึ้นจะได้เข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ โทษสูงสุดของผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรา 8 คือ ปรับ 2,000 บาท"นพ.วชิระกล่าว
นพ.วชิระ กล่าวอีกว่า สำนักระบาดวิทยา กรมคร.ได้ติดตามรายงานขององค์การอนามัยโลกหรือฮู(WHO) พบว่า สถานการณ์การระบาดของโรคมีการชะลอตัวในประเทศไลบีเรียและกินี โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ในรอบสัปดาห์ 100-200 ราย ส่วนที่ประเทศเซียร์ราลีโอนยังน่าเป็นห่วงมีผู้ป่วยในรอบสัปดาห์ราว 1,000 ราย และมีพื้นที่ติดเชื้อที่ต้องมีการจับตาเพิ่มขึ้น คือ เมืองบามาโก ที่เป็นเมืองหลวงของประเทศมาลี เนื่องจากแม้พบผู้ติดเชื้ออีโบลาจำนวนน้อย แต่พบการติดเชื้อในรุ่นที่ 2
นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมคร. กล่าวว่า นอกจากการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ติดตามตัวชายคนดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังได้เข้าพื้นที่เพื่อติดตามชายชาวเซียร์ราลีโอนรายนี้ด้วย และสำนักโรคติดต่อทั่วไปได้ประสานโรงแรมต่างๆในการติดตามตัวด้วย
นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ระบบมาตรการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจาก 3 พื้นที่เสี่ยง มีใน 3 ส่วน คือ ที่สนามบิน ในชุมชนแบะสถานพยาบาล เพื่อติดตามเฝ้าระวังจนครบ 21 วันตามระยะฟักตัวของโรค เพราะหากมีอาการป่วยจะได้ควบคุมโรคได้ทัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการเฝ้าระวังติดตามผู้ที่เดินทางมาจาก 3 ประเทศที่มีการระบาดของโรคแล้ว 1,102 ราย แยกเป็น ประเทศกินี 890 ราย ไลบีเรีย 121 ราย และเซียร์ราลีโอน 91 ราย ซึ่งโดยเฉลี่จะมีผู้เดินทางจากประเทศเหล่านี้เข้ามาประเทศราว 10 คนต่อวัน จากนี้จะมีการเพิ่มการเฝ้าระวังติดตามตัวบุคคลที่เดินทางมาจากเมืองบามาโก ประเทศมาลีด้วย เนื่องจากมีรายงานการพบผู้ป่วยในรุ่นที่ 2 ตามรายงานของฮู
อนึ่ง มาตรา 8 พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2523 กำหนดว่า เมื่อปรากฏแก่เจ้าพนักงานสาธารณสุขว่าได้เกิด หรือมีเหตุสงสัยว่าได้เกิดโรคติดต่ออันตรายอย่างใดเกิดขึ้นในบ้าน โรงเรือน สถานที่ หรือพาหนะใด ให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขมีอำนาจที่จะดำเนินการเอง ประกาศหรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ใดดำเนินการ โดยในวรรค 3 กำหนดให้คนหรือสัตว์รับการป้องกัน ตามวัน เวลา และสถานที่ซึ่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขกำหนด






