วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝนกระหน่ำ'ท่วมสงขลา' เหนือ-อีสานอุณหภูมิลด

น้ำป่าผนวกกับน้ำฝนกลางดึกจากคลองอู่ตะเภา หลากเข้าท่วมหลายชุมชนในเขต อ.สะเดา จ.สงขลา

ถนนในหมู่บ้านถูกตัดขาด ก่อนน้ำลดระดับลง เผยโรงพยาบาล โรงงาน และอีกหลายชุมชนยังจมบาดาล ด้านปภ.สุราษฎร์ธานี เตือน อ.พุนพิน ระวังระดับน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำตาปี ขณะที่ชาวบ้านในภาคเหนือและอีสาน เริ่มเผชิญอากาศหนาว หลังอุณหภูมิลดลงอีก

เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา หลังจากที่น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองสะเดา ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือภายในเขตเทศบาลตำบลปริก เนื่องจากน้ำในคลองอู่ตะเภาที่ไหลมาจากตัวเมืองสะเดา ได้เอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนร้านค้าในชุมชนปริกตก และชุมชนปริกออก ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 23 พ.ย. ถนนภายในหมู่บ้านถูกตัดขาดไม่สามารถสัญจรได้ สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝนหยุดตก เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างตัวเมืองสะเดากับเมืองปาดังเบซาร์ รวมถึงถนนเลี่ยงเมืองสะเดา สามารถกลับใช้ได้ตามปกติหลังถูกตัดขาดทั้งคืน มีเพียงปริมาณน้ำที่ท่วมผิวถนน

ส่วนที่โรงพยาบาลสะเดา ห้องประชุม โรงอาหาร คลินิกพิเศษ และบ้านพักเจ้าหน้าที่ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังโรงพยาบาล ระดับน้ำยังสูงกว่า 1 เมตร แต่ทางโรงพยาบาลยังคงเปิดรักษาผู้ป่วยตามปกติ

ขณะที่ชุมชนริมถนนท่าพรุวิทยา ชาวบ้าน 7 ครัวเรือน ต้องอพยพออกมาพักค้างนอนริมถนนชั่วคราว รวมทั้งโรงงานแปรรูปพลาสติก ในพื้นที่บ้านหลัก 3 น้ำได้ท่วมโรงงานและบ้านพักคนงานจนต้องปิดทำการ แรงงานพม่าต้องย้ายมานอนอยู่บนกองกระสอบพลาสติกชั่วคราว

นายสุรศักดิ์ พรหมอักษร ชาวบ้านที่เขตเทศบาลเมืองสะเดาที่ถูกน้ำท่วม เปิดเผยว่า มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถึง 3 รอบ โดยหนักสุดอยู่ในช่วงตี 1 ซึ่งมวลน้ำไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว ถือว่าหนักสุดในรอบ 4 ปี นับจากน้ำท่วมครั้งล่าสุดเมื่อปี 2553

สงขลาหมอกหนาหลังฝนกระหน่ำ

สำหรับสภาพอากาศในพื้นที่ จ.สงขลา เช้าเมื่อวานนี้ มีหมอกลงหนาจัด เนื่องจากตลอดทั้งคืนหลายพื้นที่ของจังหวัดยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดหมอกลงหนาเกือบทุกพื้นที่ของจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ มีหมอกลงหนา บดบังทัศนะวิสัยบนท้องถนนจนสามารถมองเห็นได้เพียงระยะใกล้

ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานสภาวะอากาศมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ลมประจำฤดู) มีกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนกระจายและมีฝนหนักบางแห่ง ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย หรือประมาณ 60% ของพื้นที่ ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ปภ.สุราษฎร์เตือนระวังแม่น้ำตาปีล้นตลิ่ง

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวานนี้ (23 พ.ย.) สภาพอากาศโดยรวมยังคงมืดครึ้ม บางพื้นที่ฝนหยุดตกสลับกับมีฝนตกโปรยปราย ขณะที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำตาปี ใน อ.พระแสงเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลน้ำจาก จ.กระบี่ และนครศรีธรรมราช ที่ไหลทะลักมาสมทบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะไหลระบายผ่าน อ.พุนพิน และลงสู่ทะเลต่อไป

นายธนกร ตระบันพฤกษ์ หัวหน้าสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ลักษณะมวลน้ำที่ไหลทะลักมาในปริมาณมากนี้ จะส่งผลทำให้พื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำลำคลองทุกสายโดยเฉพาะ คลองอิปัน คลองสาขาของแม่น้ำตาปี ช่วงอำเภอพระแสง จะได้รับผลกระทบต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น จึงได้ย้ำเตือน ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมบ่อยครั้ง ควรยกทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูง

สำหรับสภาพอากาศเฉพาะพื้นที่ใน อ.พระแสง ช่วงเช้าวานนี้ มีฝนตกเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ภาพรวมทั้งจังหวัด ฝนเริ่มน้อยลงแต่ยังมีฝนเป็นช่วงๆ ส่วนพื้นที่ชายทะเล ในช่วงเช้าสภาพอากาศปลอดโปร่ง เรือโดยสารทุกประเภท สามารถให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติ โดยผู้ประกอบการยังคงย้ำเตือนให้ลูกเรือเฝ้าติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และใช้วิจารณญาณในการเดินเรือโดยคำนึงความปลอดภัยเป็นหลัก

น้ำท่วมพัทลุงเริ่มคลี่คลาย

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พัทลุง เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เหลือเพียงพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งทะเลสาบสงขลา ที่ยังคงมีสภาพน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตร เช่น ต.ปรางหมู่ ต.พญาขัน อ.เมืองพัทลุง ต.ทะเลน้อย ต.พนางตุง ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน ต.จองถนน อ.เขาชัยสน และต.ท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว

สำหรับบ้านเรือนที่ยังคงได้รับความเดือนร้อน มีประมาณ 700 ครัวเรือน พื้นที่สวนยางพารา นาข้าวและปาล์มน้ำมัน ยังคงมีสภาพน้ำท่วมขัง กว่า 5,000 ไร่ วัดระดับน้ำสูงสุดที่ ต.มะกอกเหนือ และ ต.พนางตุง เฉลี่ยที่ 1 เมตร ส่วนพื้นที่ หมู่ 1 ต.ปรางหมู่ อ.เมือง ถนนหลายสายในหมู่บ้านยังคงมีสภาพน้ำไหลผ่าน บางจุดมีกระแสเชี่ยวกราก

ทั้งนี้ หากไม่มีฝนตกซ้ำลงมาอีกคาดว่า ระดับน้ำที่ท่วมจะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในช่วงสัปดาห์นี้ เนื่องจากบริเวณชายฝั่งไม่มีสภาพน้ำทะเลหนุน ในส่วนของความเสียหาย ทางจังหวัดได้สั่งการให้ทุกอำเภอรายงานโดยเร็วที่สุดเพื่อจะได้สรุปความเสียหายต่อไป

"แม่คะนิ้ง"ยังคงโผล่บนดอยอินทนนท์

ส่วนในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานเริ่มพบกับอากาศที่หนาวเย็น โดยบนดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ช่วงเช้าวานนี้( 23 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณยอดดอยมีอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 6 องศาเซลเซียส บริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน มีอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 2 องศาเซลเซียส และบริเวณสำนักงานอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์และที่พัก มีอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 11 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิบริเวณยอดหญ้าติดลบทำให้เกิดเหมยขาบหรือแม่คะนิ้งเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นไปเที่ยวชมแม่คะนิ้งและรอชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณกิ่วแม่ปานจำนวนมาก

นายพรเทพ เจริญสืบสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ระบุว่า ในวันที่ 23 พ.ย.ถือเป็นการเกิดแม่คะนิ้งขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถือเป็นวันที่ 2 ของปี ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากางเต็นท์นอน เพื่อรอชมแม่คะนิ้งในช่วงเช้าและรอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่บริเวณกิ่วแม่ปาน เฉพาะวานนี้มีจำนวน 3,108 คน เป็นคนไทย 2,958 คนและชาวต่างชาติ 150 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากวันก่อน และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

"อ่างขาง"หนาวซากุระเตรียมผลิบาน

ส่วนช่วงสายที่ดอยอินทนนท์ ได้จัดงานประเพณีไหว้พระเจ้าอินทวิชานนท์ ประจำปี 2557เนื่องในวันครบรอบวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัยของพระเจ้าอินทวิชานนท์ อดีตเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ไปรอชมขบวนการแสดงและร่วมพิธีไหว้สาบูชาดวงพระวิญญาณ ที่บริเวณพระสถูปพระเจ้าอินทวิชยานนท์

ส่วนที่ดอยอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ นางสาวจารุวรรณ ยิ้มหิ้น นักประชาสัมพันธ์สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เปิดเผยว่า อุณหภูมิยอดหญ้าบริเวณสถานีเกษตรฯ วัดได้ 5 องศาเซลเซียส ลดลง 1 องศาเซลเซียส ถือว่าอากาศเย็นสบายและท่ามกลางความสวยงายของพรรณไม้ ดอกไม้รอบสถานีฯ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากว่า 1,600 คน และคาดว่าช่วงกลางเดือนธ.ค. ดอกซากุระญี่ปุ่นบนดอยอ่างข่างจะผลิบาน เชื่อว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

แสงสะท้อนกลางทะเลหมอกริมน้ำมูล

ที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหมอกลงจัดหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณริมลำน้ำมูล บ้านส่วยนอก หมู่ที่ 3 ต.ในเมือง อ.พิมาย ทั่วบริเวณริมลำน้ำมูลและทุ่งนาที่อยู่ริมตลิ่ม ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกที่หนาแน่นเหมือนปุยเมฆ เมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์ ท่ามกลางการดำเนินชีวิตประจำวันของชาวบ้าน ไม่ว่า การต้อนวัว-ควาย ออกไปกินหญ้าตามทุ่งนา หรือพาครอบครัวออกมาทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ตามท้องถนน เกิดเป็นภาพที่สวยงาม

นายสงัด สายใหม่ ผู้อำนวยการ สถานีอุตุนิยมวิทยา จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ช่วงนี้สภาพอากาศในพื้นที่เริ่มมีอากาศหนาวเย็นลงบ้างแล้ว แต่ไม่มากนัก อุณหภูมิช่วงเช้าเฉลี่ย 19 องศาเซลเซียส ขณะที่ช่วงกลางวันเฉลี่ย 31 องศาเซลเซียส ส่วนยอดภูเขา อ.วังน้ำเขียว อ.ปากช่อง และอ.ครบุรี ช่วงเช้า จะมีอุณหภูมิต่ำสุด 13-15 องศาเซลเซียส และมีหมอกลงจัดมาก เหมาะแก่การท่องเที่ยวชมทะเลหมอกเป็นอย่างยิ่ง

"ชาวพบพระ"เผชิญอากาศหนาวเย็น

ที่ จ.ตาก บรรดาชาวเขา และชาวไทยในพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก ที่ไปเที่ยวงานประจำปีเกษตร อ.พบพระ เริ่มเผชิญกับอากาศที่หนาวเย็นแล้ว โดยต่างสวมเสื้อกันหนาวไปชมงานประจำปีดังกล่าว ที่ลานพุทธรูป บ้านห้วยนกแล อ.พบพระ ขณะที่ร้านค้าจำหน่ายเสื้อกันหนาว มีลูกค้าแห่กันไปซื้อเสื้อกันหนาวกันจำนวนมาก