สธ.เผยในปีรอบ 10 ปี คนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากถึง 119,615 คน เฉลี่ย 2 คนต่อชั่วโมง
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ในวันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายนทุกปี องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้เป็น “วันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” (World Day of Remembrance For Road Traffic Victims) ในปีนี้ตรงกับวันที่ 16พฤศจิกายน 2557 เพื่อให้ประชาชนทั่วโลก รำลึกและไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน รวมทั้งตระหนักถึงผลกระทบและความสูญเสียต่างๆ ที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนนและร่วมกันป้องกัน เช่น การเสียชีวิต พิการ บาดเจ็บ สูญเสียทรัพย์สิน รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาว ครอบครัวที่สูญเสียผู้นำ
องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ในแต่ละปี มีประชาชนทั่วโลกเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนประมาณ 1.3 ล้านคน เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1ของประชากรอายุ 15-29 ปี เกิดในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลางมากถึงร้อยละ 91 โดยมีประมาณ 20-50 ล้านคนที่รอดชีวิต แต่มีความพิการตามมา หากไม่เร่งป้องกันแก้ไข คาดว่าในปี 2563 จำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 1.9 ล้านคน
นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทย จากรายงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในรอบ 10 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2547-2556 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน รวม 119,615 คน เฉลี่ยปีละ 11,962 คน ผลการวิเคราะห์ในปี 2556 มีผู้เสียชีวิตรวม 14,789 คนหรือเฉลี่ย 2 คน ในทุกๆ 1 ชั่วโมง เพศชายเสียชีวิตสูงกว่าเพศหญิงถึง 3 เท่าตัว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุ 15-24 ปี หากจำแนกตามประเภทยานพาหนะพบว่ารถจักรยานยนต์มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุด
กระทรวงสาธารณสุข ได้เร่งพัฒนาระบบบริการ เพื่อลดการเสียชีวิตและป้องกันความพิการจากอุบัติเหตุจราจร ได้มอบนโยบายให้เขตสุขภาพทั้ง 12เขต พัฒนาระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลทุกแห่งให้เชื่อมโยงถึงกัน 3 ระบบใหญ่ ทั้ง ระบบบริการก่อนถึงโรงพยาบาลหรืออีเอ็มเอส (EMS)ทีมแพทย์กู้ชีพไปถึงที่เกิดเหตุภายใน 10 นาที ระบบบริการในโรงพยาบาล ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดภายใน 30 นาที และ และระบบการส่งต่ออย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายลดอัตราเสียชีวิตในปี 2558 ลงให้เหลือไม่เกิน 18 ต่อประชากรแสนคน จากที่ผ่านมาอัตราการเสียชีวิตเท่ากับ 22.9 ต่อประชากรแสนคน






