คืนเดียวควายตายเกลื่อนกว่า 50 ตัว หลังโรคคอบวมระบาด
ที่บ้านสมานมิตร ม.1 ต.ดอนศิลา อ.เวียงชัย จ.เชียงราย นายสัตวแพทย์พืชผล น้อยนาฝาย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานกลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดเชียงราย ได้เดินทางไปตรวจสอบควายของชาบ้าน หลังจากได้รับแจ้งว่ามีความตายอย่างผิดกติเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุเป็นจุดเลี้ยงความที่ริมฝั่งหนองหลวง และเกาะมะเฝือง ต.ดอยศิลา อ.เวียงชัย จ.เชียงราย โดยควายทั้งหมดเป็นของ นายสุข นรรัตน์ อายุ 60 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านสมานมิตร จากการตรรวจสอบภายในพื้นที่พบว่ามีควายล้มตายเป็นจำนวนมากประมาณ 50 ตัว ซึ่งนอนตายอยู่ทั่วบริเวณ บางส่วนก็ลอยอยู่ภายในน้ำ
นายสุข นรรัตน์ กล่าวว่า ตนได้เลี้ยงความทั้งหมดมาตั้งแต่ปี 2528 โดยซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์มาเลี้ยงจนกระทั่งควายของตนได้เกิดลูกหลานมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีจำนวน 53 ตัว ซึ่งที่ผ่านมาก็เลี้ยงตามปกติไม่มีความผิดปกติหรือเป็นโรคระบาดใดๆ จนกระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมาก็ได้สังเกตุว่าควายมีอาการซึม จมูกแห้ง และหายใจขัด ก่อจะตายลงใน 4 ชั่วโมงต่อมา ขณะนี้ได้สำรวจแล้วพบว่าความที่ตายแล้วอยู่ประมาณ 30 ตัว ส่วนที่เหลือคาดว่าจะตายลงอีกในไม่้าเพราะมีอาการเหมือนกันทุกตัว นอกจากนี้ความส่วนหนึ่งยังหายไปซึ่งคาดว่าจะหนีเข้าไปในป่าละเมาะอีกประมาณ 10 ตัว ซึ่งความเสียหายในครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท
ด้านนายสัตวแพทย์พืชผล น้อยนาฝาย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานกลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดเชียงราย กล่าวว่าหลังจากที่ได้ตรวจสอบสภาพควายที่ตายแล้วพบว่าเป็นโรคคอบวมม หรือโรคเฮโมรายิกเซฟติซีเมีย ซึ่งจะมีอาการเซื่อมซึมก่อนจากนั้นไม่เกิน 1 วันก็จะล้มตาย โดยจากการตรวจสอบโดยการเจาะที่บริเวณคอของควายพบว่ามีของเหลวในลักษณะเป็นเจลอย่ภายในซึ่งเป็นสาเหตุการตายที่แน่ชัด อย่างไรก็ตามการการระบาดของโรคดังกล่าวไม่สามารถระบาดไปสู่คนได้ ซึ่งจะแพร่ระบาดไปสู่สัตว์ที่มีเท้าเป็นกีบเท่านั้น อย่างไรก็ตามของเตือนประชาชนในพื้นที่ห้ามนำเนื้อของควายที่ติดเชื้อไปรับประทานซึ่งอาจจะทำให้เจ็บป่วยได้
โดยในเบื้องต้นทาง สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย ได้ให้ชาวบ้านออกตามหาควายที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่นำมาฉีดวัคซีนป้องกัน และนำซากควายที่ตายมาฝัง และห้ามนำออกพื้นที่หรือนำไปบริโภคโดยเด็ดขาด และได้ประกาศให้ในรัศมี 5 กิโลเมตร เป็นพื้นที่โรคระบาด ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ โดยได้ประสานงานกับด่านกักกันสัตว์ระหว่างประเทศ และสำนักงานปศุสัตว์เขต 5 ให้เฝ้าระวัง นอกจากนี้ได้แจ้งให้ทางชาวบ้านที่มีสัตว์เท้ากีบไปฉีดวัคซีนกับที่เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์โดยด่วน ซึ่งตามปกติการระบาดของโรคชนิดนี้จะไม่เกิดขึ้นเพราะทางสำนักงานปศุสัตว์ได้ออกฉีดวัคซีนทั่วทุกพื้นที่อยู่แล้วรวมถึงฝูงกระบือของนายสุขด้วย แต่ในปีนี้ฝูงนายสุขได้เว้นไม่นำไปฉีดวัคซีนทำให้เกิดความเสียหายดังกล่าว





