กรมปศุสัตว์ ออกประกาศกำหนดให้โรงฆ่าต้องจ้างพนักงานตรวจโรคประจำ หากพ้น31ธ.ค.จะพักใบอนุญาต และเลิกจ้างใน1ปี
นายสัตวแพทย์อยุทธ์ หรินทรานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่าเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค กรมปศุสัตว์จะออกประกาศให้โรงฆ่าสัตว์ทั่วประเทศ ต้องจัดให้มีพนักงานตรวจโรคสัตว์ประจำอยู่ โดยจะต้องปฏิบัติให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค. นี้ เป็นไปตามพ.ร.บ.ควบคุมและจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2535 และกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการตั้งโรงฆ่า โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ พ.ศ.2555
ทั้งนี้ปัจจุบันโรงฆ่าที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์มีทั้งสิ้น 1,872 แห่ง ต้องมีพนักงานตรวจโรคสัตว์ประจำทั้งหมด ตามระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการจะพักใบอนุญาต และจะเพิกถอนใน 1 ปี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ กรณีที่เป็นการฆ่าเถื่อนไม่มีโรงฆ่า ถือว่าผิดกฎหมายอาญา กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถแจ้งความเพื่อดำเนินคดีได้ โดยปี 2557 กองสารวัตรปศุสัตว์สามารถดำเนินการได้กว่า 50 คดี เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ที่สามารถดำเนินคดีได้ 16-17 คดีเท่านั้น
นายอยุทธ์ กล่าวว่าที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ ต้องการยกระดับโรงฆ่าให้เป็นมาตรฐานสากล จึงต้องให้มีพนักงานตรวจโรคสัตว์ประจำโรงฆ่ามาตั้งแต่ ปี 2554 โดยได้ว่าจ้างพนักงาน 190 คน ประจำตามโรงฆ่าสัตว์ต่างๆ คาดว่าโรงฆ่าทุกแห่งจะปฏิบัติตาม แต่เมื่อสิ้นสุดโครงการ ได้โอนภาระการดูแลโรงฆ่าเหล่านี้ให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นดูแล พบว่าโรงฆ่าเหล่านี้ไม่จ้างพนักงานตรวจโรคต่อ เนื่องจากเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ ขณะที่กรมปศุสัตว์เห็นว่าไม่ใช่หน้าที่ ส่งผลให้เมื่อวันนที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา มีการเลิกจ้างพนักงาน 190 คน
ดังนั้นกรมปศุสัตว์จึงต้องออกประกาศให้โรงฆ่า ต้องเร่งดำเนินการตามพรบ.ควบคุมการฆ่าและจำหน่ายเนื้อสัตว์อย่างเข้มงวด โดยจะประชุมร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดทั่วประเทศวันที่ 5 พ.ย.นี้ เพื่อกำหนดมาตรการและหาแนวทางดำเนินการให้โรงฆ่าสัตว์ทุกแห่งมีพนักงานตามคุณสมบัติที่กำหนดคือ ต้องได้รับวุฒิปริญญาตรีด้านสัตวบาล สัตวแพทย์ เทคนิคสัตวแพทย์ และผ่านการอบรมจากสมาคมสัตว์บาลวิชาชีพ
“การออกประกาศนี้โรงฆ่าทุกแห่ง ต้องการพนักงานจำนวนมาก ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอในระยะเริ่มต้น ทางกรมปศุสัตว์จึงเตรียมความพร้อม โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดและปศุสัตว์อำเภอ เข้าไปทำหน้าที่เป็นพนักงานตรวจโรคประจำโรงฆ่าที่ยังไม่มีพนักงานประจำไปก่อน พร้อมทั้งเร่งประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงตามกฎหมาย ให้เร่งดำเนินการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ หากพ้นวันที่ 31ธ.ค.นี้กรมปศุสัตว์จะดำเนินการตามขั้นตอนทันที “ นายอยุทธ์ กล่าว
นายอยุทธ์ กล่าวว่าโรงฆ่าสัตว์ ทั้งหมดที่มีปัญหาคือในส่วนของสุกร ที่มีการฆ่า 5-6 หมื่นตัวต่อวัน และโค กระบือ ที่มีการฆ่า1,000-2,000 ตัวต่อวัน ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศ ทำให้หละหลวมไม่ใส่ใจต่อการตรวจโรคทั้งก่อนและหลังฆ่า ส่วนโรงฆ่าไก่ ที่มีการฆ่าอยู่วันละ 4-5 ล้านตัว ส่วนใหญ่เพื่อส่งออกทั้งลักษณะแปรรูปและแช่แข็ง ทำให้ไม่มีปัญหา กรณีการจ้างพนักงานฯประจำ เพราะเป็นเงื่อนไขของประเทศผู้นำเข้าสินค้า






