วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมศุลฯจี้5ด่านหลักเพิ่มเป้าเก็บรายได้5%

อธิบดีกรมศุลกากร เร่งเครื่องจัดเก็บรายได้ สั่งทุกด่านเพิ่มประสิทธิภาพพร้อมเพิ่มเป้า 5% ใน 5 ด่านหลัก

อธิบดีกรมศุลกากร เร่งเครื่องจัดเก็บรายได้ สั่งทุกด่านเพิ่มประสิทธิภาพพร้อมเพิ่มเป้า 5% ใน 5 ด่านหลัก มั่นใจทั้งปีจัดเก็บได้ตามเป้าหมาย 1.18 แสนล้านบาท พร้อมเผยมีผู้ประกอบการนำรถยนต์หรูหนีภาษีคืนคลังแล้วจำนวน 200 คัน คาดจะมีจำนวนรถยนต์ที่ไม่ยอมนำกลับมาเสียภาษีอย่างถูกต้องจำนวน 100-200 คัน

นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกด่านศุลกากรเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ เพื่อให้เป้าหมายรายได้ในปีนี้ที่ 1.18 แสนล้านบาทเป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะใน 5 ด่านศุลกากรสำคัญ ซึ่งได้สั่งการให้เพิ่มเป้าจัดเก็บอีก 5% เพราะเป็นด่านที่สร้างรายได้รวมจำนวนมากมีสัดส่วน 80% ของรายได้กรมฯ ทั้งนี้ 5 ด่านหลัก ได้แก่ ด่านท่าเรือกรุงเทพฯ ด่านแหลมฉบัง ชลบุรี ด่านท่าเรือคลองเตย ด่านสุวรรณภูมิ และด่านลาดกระบัง

กรมฯยังสั่งการให้ปรับเปลี่ยนนายด่านทั้ง 5 ด่านดังกล่าว เพื่อให้ประสิทธิภาพการจัดเก็บเข้มข้นมากยิ่งขึ้น สั่งการให้พิธีการทางศุลกากรเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงนำเข้าสินค้าในด่านที่หย่อนประสิทธิภาพ และให้เพิ่มความเข้มงวดพิธีการศุลกากร ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ในเขตปลอดอากร รวมถึงในเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนที่ก่อนหน้านี้มีปัญหา

"เป้าหมายสำคัญของกรมศุลกากร คือ จัดเก็บรายได้ ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณนี้ ผมจึงสั่งการให้ทุกหน่วยจัดเก็บเพิ่มประสิทธิภาพ และเน้น 5 ด่านหลักที่สร้างรายได้ ตัวอย่างเช่น ด่านอรัญประเทศ ที่ผ่านมายอดจัดเก็บรายได้รั่วไหลมากหรือเฉลี่ย 1-2 แสนต่อวัน แต่ถ้าไม่ปิดช่องโหว่จะเพิ่ม 3-5 ล้านบาทต่อวัน" นายสมชัย กล่าว

ยอดจัดเก็บรายได้ของกรมฯ ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ 58 คาดจะเป็นไปตามเป้า แม้ยอดนำเข้า ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญ จะยังไม่มีสัญญาณดีขึ้นในเดือนดังกล่าวก็ตาม เพราะกรมศุลกากรเพิ่มประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ จึงมั่นใจว่า ยอดจัดเก็บรายได้เดือนดังกล่าว รวมถึงทั้งปีงบประมาณ เป็นไปตามเป้า

"เดือนต.ค. ยอดนำเข้ายังไม่มีสัญญาณดีขึ้น ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลก แต่เชื่อว่า ระยะต่อไปจะดีขึ้น เพราะหลายค่ายคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะดีขึ้น ทั้งไอเอ็มเอฟ หรือในส่วนของกระทรวงการคลัง มูลค่าการนำเข้าน่าจะดีขึ้นตามด้วย" นายสมชัย กล่าว

ส่วนความคืบหน้ากรณีรถยนต์หรูหนีภาษีที่หายไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากรนั้น ขณะนี้มีผู้ประกอบการนำรถยนต์กลับเข้ามาเสียภาษีแล้ว 200 คัน ส่วนที่เหลืออีก 300 คัน ทยอยนำกลับมาเสียภาษี คาดจะมีรถยนต์ที่ไม่ยอมนำกลับมาเสียภาษีอย่างถูกต้อง 100-200 คัน

ทั้งนี้กรมศุลกากรได้ดำเนินการตามกฎหมายใน 3 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มผู้นำเข้า ขณะนี้ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว 2.เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากร ได้แจ้งความดำเนินคดีไปในส่วนที่มีหลักฐานครบถ้วน ขณะนี้มีการอุทธรณ์ 3 ราย และ 3.ในส่วนของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่เกี่ยวข้อง กรมฯก็ได้ตั้งกรรมการสอบสวน โดยทั้งสามส่วนนี้ จำเป็นต้องใช้เวลาในการดำเนินการ

อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวด้วยว่า ในสัปดาห์หน้า กรมฯจะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติการปรับปรุงกฎหมายกรมศุลกากร เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีและนำเข้าสู่การพิจาณาของสภานิติบัญญัติ โดยการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวจะลดอุปสรรคต่อการนำเข้าและส่งออกของผู้ประกอบการ และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ ทั้งนี้ ในการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว จะมีการแก้ไขในส่วนของเงินสินบนรางวัลและบทลงโทษต่างๆ ซึ่งนอกจากจะสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการแล้ว ยังจะลดแรงจูงใจในการทุจริตของเจ้าหน้าที่ด้วย