วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อุตฯเร่งตั้งบอร์ดอ้อยเคาะราคาขั้นต้นใหม่

อุตฯ เร่งตั้งบอร์ดอ้อยและน้ำตาล พิจารณาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลใหม่ พร้อมปรับโครงสร้างน้ำตาลก่อนสิ้นปี 58

อุตฯ เร่งตั้งบอร์ดอ้อยและน้ำตาล พิจารณาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลใหม่ พร้อมปรับโครงสร้างน้ำตาลก่อนสิ้นปี 58 ด้านเกษตรกร คาดราคาอ้อยลดต่ำสุดรอบ 5 ปี แนะรัฐหนุน ธกส. ปล่อยเงินกู้เพิ่มค่าอ้อย ขอความชัดเจนเปิดเสรี ยันระบบแบ่งปันผลประโยชน์ดีที่สุด

นางอรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงฯอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.) ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในสัปดาห์นี้ โดยมีประเด็นเร่งด่วนที่ต้องให้ กอน.พิจารณาได้แก่การพิจารณาเงินค่าอ้อยขั้นต้นฤดูกาล 2557/58 ที่จะเริ่มนำอ้อยเข้าหีบตั้งแต่เดือนพ.ย. 2557 เป็นต้นไป รวมถึงการพิจารณาอ้อยขั้นสุดท้ายของฤดูกาลผลิต 2556/57

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายที่นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรมให้เร่งดำเนินการคือการเร่งทำยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายระยะ 10 ปี ที่จะเชื่อมโยงกับนโยบายโซนนิ่งพืชเกษตรที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งคณะอนุกรรมการร่วมจัดทำยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรเป็นรายพืชเศรษฐกิจ 4 สินค้า ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมันและอ้อยขึ้นมาดูแล และกระทรวงอุตสาหกรรมรับผิดชอบดูแลยุทธศาสตร์พืชอ้อย

ขณะเดียวกันต้องเร่งพิจารณาให้ใบขออนุญาตตั้งโรงงานน้ำตาลที่ยังค้างอยู่หลายราย โดยในกลุ่มนี้จะยังต้องดำเนินการตามนโยบายปัจจุบัน ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ โดยต้องทำควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม การเปิดเสรีโรงงานน้ำตาลทรายที่จะแก้ไขปัญหาระยะห่างในการตั้งโรงงานด้วย ซึ่งทั้งหมดจะนำงานศึกษาที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้ศึกษาไว้มาประกอบด้วย ซึ่งต้องดำเนินการให้เสร็จก่อนการเปิดประชาคมอาเซียนในสิ้นปี 2558

ด้าน นายจักรมณฑ์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทยถือว่าพัฒนาไปมากจนขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลอันดับ 2 ของโลก ขณะที่กฎหมายที่ใช้อยู่ปัจจุบันก็บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2527 ผ่านมา 30 ปีแล้ว และตอนนี้กำลังจะเปิดประชาคมอาเซียนจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมน้ำตาล รวมถึงปล่อยลอยตัวราคาน้ำตาลทราย

“ตอนนี้ในอุตสาหกรรมอ้อยน้ำตาล มีทั้งส่วนที่ถูกควบคุมและส่วนที่ปล่อยเสรีตามราคาตลาดโลก มีการพัฒนาการมา กว่า 30 ปี จะต้องดูว่าจะจัดการอุตสาหกรรมนี้อย่างไรที่จะรับกับเออีซี แต่ส่วนของคำขอตั้งโรงงานน้ำตาลยังต้องทำตามระบบเดิมคือ ให้ ครม.อนุมัติ” นายจักรมณฑ์ กล่าว

ขณะที่ นายธีระชัย แสนแก้ว ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน กล่าวว่า แนวโน้มราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี 2557/58 จากการคำนวณของคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาอ้อยฯเฉลี่ยทั่วประเทศคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 850-875 บาทต่อตัน เนื่องจากราคาน้ำตาลทรายตลาดโลกที่มีการขายล่วงหน้าเพื่อนำมาคำนวณเฉลี่ยราคาอยู่ที่ 18 เซนต์ต่อปอนด์เท่านั้น โดยราคาอ้อยขั้นต้นดังกล่าวถือเป็นราคาที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปีนับตั้งแต่ฤดูกาลผลิตปี 2551/52

“การประกาศราคาอ้อยขั้นต้นปีนี้ คาดว่าจะเป็นอีกครั้งที่ราคาอ้อยค่อนข้างต่ำสุดในรอบ 5 ปีแต่ราคาก็ยังไม่ต่ำเท่ากับปี 2550/51 ตอนนั้นอยู่ที่ 600 บาทต่อตันเท่านั้น อย่างไรก็ตามราคาดังกล่าวก็ไม่คุ้มทุนการผลิตดังนั้นชาวไร่อ้อยก็คงจะต้องเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนเงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เพื่อเพิ่มค่าอ้อยเหมือนฤดูกาลผลิตที่ผ่านมาส่วนจะช่วยได้เท่าใดก็ต้องมาหารือกัน” นายธีระชัย กล่าว

สำหรับการแก้ปัญหาในระยะสั้นให้เร่งแก้ไขเรื่องระยะห่างของโรงงานน้ำตาลทราย 2 แห่งของบ.มิตรผลและบ.น้ำตาลขอนแก่น ที่จ.เลยเพื่อที่จะสามารถเปิดหีบได้ทันในฤดูหีบนี้แบบไม่ต้องกระทำผิดกฎหมาย ส่วนระยะยาวต้องการคำตอบเรื่องแนวทางการเปิดเสรีของอุตสาหกรรมดังกล่าวว่าจะดำเนินการอย่างไรแน่ซึ่งจำเป็นต้องหารือกัน ซึ่งในส่วนของชาวไร่เองยืนยันว่ากฎหมายที่มีอยู่คือ พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทรายปีพ.ศ. 2526 ที่ใช้มาซึ่งเป็นระบบแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างชาวไร่และโรงงาน 70:30 เป็นระบบที่ดีสุด

“กฎหมายดังกล่าวนับเป็นเวทีที่ทำให้ชาวไร่มีโอกาสที่จะต่อรองได้แต่หากเปิดเสรีทั้งระบบและไม่อิงกฎหมายนี้ก็จะทำให้โอกาสตกเป็นของโรงงานขนาดใหญ่ทั้งหมดแทน ส่วนราคาอ้อยจะลอยตัวราคาก็ต้องชัดเจนว่าจะลอยแบบไหน และถ้าไม่มีระบบโควตาการผลิตเช่นปัจจุบันปัญหาการกักตุนเกิดขึ้นจะดูแลอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาแต่เราเองก็ยอมรับว่าเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC แล้วเราจำเป็นต้องเปลี่ยนแต่ก็ต้องดูเพื่อนบ้านให้แน่ด้วยว่าเขาเปลี่ยนด้วยหรือไม่” นายธีระชัยกล่าว