ปอศ.บุกจับบริษัทขายตรง หลังตุ๋นแรงงานพม่า800คน ซื้อหุ้นปันผล มูลค่าความเสียหาย45ล้าน
ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) พ.ต.อ.ธงชัย วงศ์ศรีวัฒนกุล รรท.ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.กิตติ สะเภาทอง รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสภียร ผกก.5 บก.ปอศ. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายปณชัย จันทร์ธนชัย อายุ 21 ปี พร้อมผู้ต้องหาสัญชาติพม่า รวม 13 ราย พร้อมของกลาง สมุดเช็คธนาคารกสิกรไทย จำนวน 1 ลัง เอกสารการสมัครสมาชิกของลูกค้า 1 ลัง เครื่องคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง โปสเตอร์แผนการตลาด คูปองใช้แลกสินค้าอุปโภคบริโภค ฯลฯ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ หจก.ซันเจาปิง (666) เลขที่ 45/2016 ม.7 ซ.พระยามนธาตุราชศรีพิจิตร แขวงและเขตบางบอน กทม. และเลขที่ 69/185 หมู่บ้าน วีเคโฮม แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม.
พ.ต.อ.ธงชัย กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีแรงงานชาวพม่าประมาณ 800 คน จากหลายจังหวัดในประเทศไทยเดินทางมายัง บก.ปอศ.เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ หจก.ซันเจาปิง (666) ซึ่งได้ชักชวนผู้เสียหายกับพวกให้ร่วมลงทุน โดยบริษัทดังกล่าวจะจัดทำใบปลิวเป็นภาษาพม่าไปแจกในสถานที่ทำงานต่างๆ ของผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนโดยได้ผลตอบแทนดี ซึ่งการลงทุนครั้งแรกนั้นจะต้องจ่ายรายละ 1 หมื่นบาทต่อหุ้นการลงทุน และจะได้รับเงินปันผล 45,000 บาทต่อหุ้นการลงทุนภายในระยะเวลา 5 เดือน
ภายในระยะเวลา 5 เดือนนั้น สมาชิกแต่ละรายจะต้องซื้อสินค้าตามข้อตกลงที่บริษัทตั้งไว้ อาทิเช่น บัตรชมคนเสิร์ต บัตรทัวร์ภายในประเทศ และชำระค่าดำเนินการอื่นๆ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อเดือน ต่อมาหลังจากระยะเวลาครบกำหนด 5 เดือนแล้ว ยังไม่มีสมาชิกรายใดได้รับเงินปันผลตามที่ หจก.กำหนดไว้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบผู้เสียหายกว่า 800 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 45 ล้านบาท
พ.ต.อ.ธงชัย กล่าวอีกว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ.ได้ทำการสืบสวนกระทั่งทราบว่า หจก.ซันเจาปิง (666) มีลักษณะเปิดเป็นอาคารพานิชย์ 4 ชั้นจำนวน 2 คูหา เลขที่ 45/2016 ม.7 ซ.พระยามนธาตุราชศรีพิจิตร แขวงและเขตบางบอน กทม. และเลขที่ 69/185 หมู่บ้านวีเคโฮม แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ายังคงเปิดดำเนินกิจการอยู่ ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ต.ค. เวลาประมาณ 13.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำหมายค้นศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 23 ต.ค.2557 เข้าตรวจค้น หจก.ซันเจาปิง (666) พบผู้ต้องหา 13 ราย กำลังให้บริการแก่สมาชิกและลูกค้าใหม่ ทั้งนี้ ระหว่างการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ทั้งยังพบชาวพม่าทั้งชายและหญิงอีกประมาณ 80 คน ที่คาดว่าจะหลงเชื่อกำลังเข้ามาสมัครสมาชิกเพื่อร่วมลงทุน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 13 รายพร้อมของกลางดังกล่าว ก่อนนำตัวมาสอบสวนต่อยัง บก.ปอศ.
ด้าน นายจอ เลน อู อายุ 43 ปี ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายชาวพม่า กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่หลงเชื่อขบวนการนี้ เนื่องจากเชื่อในใบปลิวว่าจะได้รับเงินปันผลดีทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น จึงร่วมลงทุน ซึ่งในแต่ละเดือนตนได้ซื้อสินค้า และกิจกรรมต่างๆ เป็นเงินทั้งหมด 80,000 บาท พอครบกำหนดที่จะได้เงินปันผล แต่ก็ไม่ได้รับการติดต่อจากทางบริษัท จนผ่านไปอีก 2 เดือน ได้ติดต่อไปทางบริษัทกลับได้รับคำตอบว่า ตรวจสอบเอกสารยังไม่เรียบร้อย ตนจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกแน่ จึงได้สอบถามไปยังเพื่อนชาวพม่ารายอื่นที่ลงทุนกับบริษัทแห่งนี้ พบว่าได้รับคำตอบแบบเดียวกับตนเหมือนกัน จึงได้รวมกลุ่มผู้เสียหายซึ่งในขณะนี้มีทั้งหมด 700 คน และยังคงมีมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว จากนั้นในช่วงบ่ายวันนี้จะไปยื่นเอกสารร้องเรียนที่สถานทูตพม่าต่อไป
พ.ต.อ.ภูการวิก กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การยืนยันว่า หจก.ดังกล่าวนั้นได้ดำเนินการในลักษณะระดมทุนให้บุคคลทั่วไป โดยเน้นชาวต่างชาติสัญชาติพม่ามาสมัครเป็นสมาชิกด้วยการสมัครสมาชิกขั้นต้นรายละ 1 หมื่นบาทต่อหนึ่งหุ้นการลงทุน และจะได้รับผลตอบแทน 45,000 บาทต่อหนึ่งหุ้นการลงทุน ซึ่งทาง หจก.ได้ตั้งข้อกำหนดไว้ว่าสมาชิกแต่ละคนจะต้องซื้อสินค้า บัตรคอนเสิร์ต บัตรทัวร์และชำระค่าดำเนินการอื่นๆ เป็นการต่ออายุสมาชิกและสมาชิกนั้นสามารถชักชวนหรือแนะนำหาสมาชิกเพิ่มได้ไม่จำกัดก็จะได้รับเงินค่าตอบแทนเพิ่มจากการหาสมาชิกใหม่
พ.ต.อ.ภูการวิก กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบทาง หจก.ซันเจาปิง (666) ได้เปิดทำการลักษณะดังกล่าวมาแล้วประมาณ 2 ปี โดยมีนายกิตติศักดิ์ จันทร์ธนชัย อายุประมาณ 60 ปี เป็นเจ้าของ หจก.ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน" ตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป






