วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คุมตัว2ผู้ต้องหาคดีครูญี่ปุ่นฝากขัง

ตร.คุมตัว'พรชนก-สมชาย' 2ผู้ต้องหาคดีครูญี่ปุ่นฝากขังที่สภ.บางเสาธง ชี้จะรื้อคดีเก่าผัวยุ่นตกบันไดตายด้วย

พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก รรท.รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รรท.ผบก.สมุทรปราการ พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ ผกก.สภ.บางเสาธง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 และเจ้าหน้าที่ปราบจราจร ภ.จว.สมุทรปราการ ได้ควบคุมตัวนางพรชนก ไชยะปะ และนายสมชาย แก้วบางยาง ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมนายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษา อายุ 79 ปี สัญชาติญี่ปุ่น มาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย

ทางด้านพล.ต.ท.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบร่วมระหว่างกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ ตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อสอบสวนผู้ต้องหาอีกครั้ง พร้อมทั้งได้จัดเจ้าหน้าที่ปราบจราจล ภ.จว.สมุทรปราการ จำนวนกว่า 20 นาย ดูแลผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด หวั่นเกิดอาการเครียด โดยเฉพาะนางพรชนกที่มีอาการเครียดตลอดหลังเจ้าหน้าที่ทหารนำตัวส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล เบื้องต้นได้ตั้งข้อสันนิฐานว่าเป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ ส่วนที่จะทำเป็นขบวนการหรือจุดประสงค์อื่นหรือไม่ ต้องรอการสอบสวนจากคณะกรรมการก่อน รวมทั้งจะทำการขยายผลสืบสวนหาหลักฐาน และแรงจูงใจในการก่อเหตุต่อไป

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่านางพรชนกเคยทำงานในสถานบริการย่านสุขุมวิท ก่อนที่จะพบกับนายโยชิโนริ ซึ่งชอบเข้าไปใช้บริการในสถานบันเทิงดังกล่าว ส่วนประวัติของนายสมชาย ซึ่งผู้สื่อข่าวตั้งข้อสงสัยว่า อาจจะเคยทำอาชีพในโรงฆ่าสัตว์มาหรือไม่ ตำรวจต้องไปตรวจสอบอาชญากรรมเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตามสำหรับสาเหตุการเสียชีวิตของอดีตสามีนางพรชนก คือ นายคัทซึโตชิ ทานากะ ที่ตกบรรไดเสียชีวิต ทางตำรวจขอนุญาตทำคดีฆ่าหั่นศพ นายโยชิโนริ ให้แล้วเสร็จเสียก่อน จากนั้นค่อยมาขยายผล และรื้อคดีดังกล่าว กลับมาดำเนินคดีอีกครั้ง

ขณะที่พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ ได้โทรศัพท์เข้าไปสอบถามกับสถาบันนิติเวชถึงผลตรวจดีเอ็นเอ ชิ้นส่วนร่างที่พบทั้ง 4 ถุงปุ๋ยบริเวณคลองนางทิ้ม จ.สมุทรปราการ พบว่า ดีเอ็นเอ ตรงกับนายโยชิโนริ ทั้งนี้ในส่วนของการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น ต้องขึ้นอยู่กับผู้ต้องหาทั้งสอง ว่าจะยอมรับสารภาพทั้งหมดหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้นางพรชนกยังให้การปฏิเสธอยู่ ส่วนนายสมชายยอมรับสารภาพแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ทางด้านนางเค็กโกะ มัตตา อายุ 31 ปี ลูกสาวนายคาชิโตชิ ทานากะที่ตกบันไดเสียชีวิต ซึ่งเป็นสามีของนางพรชนกเคยอยู่กินด้วยกัน จนกระทั่งมีลูกสาว 1 คน เดินทางมาที่สภ.บางเสาธงเพื่อเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามตรวจสอบคดีดังกล่าวอีกครั้ง เพราะยังติดใจ และไม่เชื่อในสาเหตุของการเสียชีวิตของบิดา

ด้านนางเค็กโกะกล่าวว่าในช่วงประมาณปี 2546 ตนได้รู้ข่าวจากนางพรชนกว่าพ่อได้ประสบอุบัติเหตุตกบันไดจนเสียชีวิต ในตอนนั้นไม่เชื่อว่าบิดาจะตกบันไดเสียชีวิต เพราะก่อนเกิดเหตุ 2 สัปดาห์ บิดาได้บอกกับตนว่านางพรชนกได้ไปทำประกันชีวิตให้บิดาไว้ โดยลูกแต่ละคนจะได้เงินประกันชีวิตคนละหนึ่งล้านบาท ซึ่งบิดาของตนมีลูกทั้งหมด 6 คน เป็นลูกที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น 3 คน กับภรรยาคนแรกของพ่อ ส่วนแม่ของตนเองเป็นภรรยาคนที่สองมีตนและพี่สาวฝาแฝดอีกคน และลูกของนางพรชนกอีก 1คน ในตอนนั้นตนอายุประมาณ 20 ปี แม้จะยังข้องใจและติดใจในคดีที่บิดาตกบันไดจนเสียชีวิต เพราะผลชันสูตรออกมาว่าบิดาเป็นโรคหัวใจจึงเป็นเหตุให้เสียชีวิต ซึ่งจริงๆ แล้วบิดาของตนไม่เคยมีโรคประจำตัวใดใดเลย และมีสุขภาพแข็งแรงมาก และตอนเอาศพออกมาได้ยินมาว่าต้องได้รับหนังสือยินยอมจากทางสถานฑูตก่อน แต่ไม่รู้เขาทำอย่างไรจึงสามารถเอาศพมาได้เร็วมาก และรีบจัดงานศพให้เสร็จๆ ไป แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการใดใดได้

และหลังจากที่บิดาของตนได้เสียชีวิตไม่นานนางพรชนกได้นำเอกสารมอบอำนาจภาษาญี่ปุ่นให้เขาได้จัดการเรื่องประกันภัยมาให้ตนและพี่สาวเซ็น ซึ่งในตอนนั้นตนได้ยินยอมเซ็นให้เพราะยังเด็กอยู่ ไม่รู้ว่าข้อความในเอกสารคืออะไร และตนไม่ได้อยู่บ้านหลังดังกล่าวในวันเกิดเหตุ เพราะบิดาของตนได้ย้ายไปอยู่กับนางพรชนกที่บ้าน ย่านถนนบางนาตราด กม.ที่ 16 จนได้รับข่าวการเสียชีวิตของครูสอนภาษาญี่ปุ่น ที่มาในวันนี้ก็อยากจะมาดูหน้าของนางพรชนกว่าจะทำหน้าตาอย่างไร อยากรู้ว่าที่บิดาเสียชีวิตจริงๆ เสียชีวิตเพราะอะไร เขาฆาตกรรมใช่ไหมอยากให้เขาได้รับโทษให้โดนหนักๆ ที่สุด มันคาใจมา 10 กว่าปี แต่ว่าทำอะไรไม่ได้หาตัวเขาไม่เจอ ไม่รู้เขาไปอยู่ที่ไหนอย่างไร ซึ่งตอนนี้เขาก็กำลังจะได้รับโทษ ส่วนเรื่องที่จะสามารถรื้อคดีที่บิดาตนเสียชีวิตได้หรือไม่ ตนต้องขอพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน