วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.งัดมาตรการป้องกัน'อีโบลา'

ครม.เห็นชอบมาตรการเตรียมความพร้อม 5 ด้านรับมือไวรัสอีโบลา ตั้งศูนย์ประสานปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน

ครม.เห็นชอบมาตรการเตรียมความพร้อม 5 ด้านรับมือไวรัสอีโบลา ตั้งศูนย์ประสานปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ประสานสั่งการเชื่อมโยงการทำงานทั้งประเทศ เตรียมพร้อมระบบรับส่งต่อผู้ป่วยด้านเจ้าหน้าที่ยูเอ็นเสียชีวิตขณะรักษาตัวในเยอรมนี หลังติดเชื้ออีโบลาจากแอฟริกาตะวันตก "สหรัฐ"ประกาศทบทวนวิธีควบคุมการติดเชื้อ

ภายหลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา เริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น โดยผู้ที่ติดเชื้อและเข้ารับการรักษาในยุโรปรวมทั้งสหรัฐเสียชีวิตลง รัฐบาลไทยได้แถลงถึงแผนการเตรียมความพร้อมรับมือกับโรคระบาดดังกล่าว

นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สธ.ได้รายงานครม.ถึงการเตรียมความพร้อมในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา แม้ไทยมีโอกาสน้อยที่จะเผชิญกับการระบาด แต่สธ.ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์การระบาดอย่างใกล้ชิด มีการออกประกาศให้โรคอีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2523 ขณะนี้มีการคัดกรองผู้ที่เดินทางไปในประเทศที่มีโอกาสติดเชื้ออีโบลาแล้ว จำนวน 2,26 ราย ซึ่งทุกรายล้วนมีสุขภาพดี

นอกจากนั้น ได้ร่วมมือกับหน่วยงานทางการแพทย์ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ศูนย์ป้องกันควบคุมโรคสหรัฐ (ซีดีซี) เป็นต้น โดยคณะกรรมการอำนวยการติดตามสถานการณ์ฯ ได้เตรียมความพร้อมในการป้องกันโรคระบาดไว้ 5 ด้าน คือ

ออกมาตรการ 5ด้านรับมืออีโบลา

1. การจัดระบบเฝ้าระวังโรคทั้งในคนและสัตว์ 2.การดูแลรักษาผู้ป่วยและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล มีการเตรียมห้องแยกผู้ป่วยดูแลรักษา รวมถึงควบคุมการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด 3.มีการพัฒนาระบบการตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รับผิดชอบร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ และมหาวิทยาลัย เป็นเครือข่ายห้องปฏิบัติการของประเทศ สามารถตรวจยืนยันเชื้อภายใน 24 ชั่วโมง

4.ให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนถึงวิธีการป้องกัน 5.บริหารจัดการแบบบูรณาการหลายภาคส่วน โดยมีศูนย์ประสานปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน ประสานสั่งการเชื่อมโยงการทำงานทั้งประเทศ และเตรียมพร้อมระบบรับส่งต่อผู้ป่วย

"โอกาสที่โรคนี้จะแพร่มายังประเทศไทยมีไม่มาก แต่เราก็ไม่ประมาท ต้องเฝ้าระวัง เพราะขณะนี้การระบาดยังรุนแรงและไม่สงบลง ซึ่งทางดับเบิลยูเอชโอ และองค์การสหประชาชาติให้ความสำคัญ การระงับการแพร่ระบาดจึงต้องร่วมมือกัน ไม่เฉพาะ 5 ประเทศที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงเท่านั้น ครม.จึงเห็นชอบให้เตรียมพร้อม ป้องกัน และควบคุมการระบาด"

รมว.สธ. กล่าวด้วยว่า ถ้าไม่มีความจำเป็นขอให้ประชาชนเลี่ยงการเดินทางไปประเทศเสี่ยง แต่ถ้าจำเป็นต้องไป เมื่อกลับมาแล้วก็ควรมารายงานตัวและพบแพทย์ภายใน 21 วัน

ห่วงไทยจี้ประสานใกล้ชิด

ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา และประธานคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการและยุทธศาสตร์เพื่อเตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาค่อนข้างน่าเป็นห่วง ควบคุมการระบาดได้ยาก เนื่องจากประชาชนในประเทศที่มีการระบาดไม่ให้ความร่วมมือ จนขณะนี้เริ่มพบการระบาดออกนอกพื้นที่ 3 ประเทศ คือ เซียราลีโอน ไลบีเรีย และกินี จนองค์การอนามัยโลกได้ประกาศพื้นที่การระบาดเพิ่มเติมที่เมืองอีเควเตอร์ (Equateur) ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และเริ่มพบผู้ป่วยในหลายประเทศนอกทวีปแอฟริกาใต้แล้ว

"ประเทศไทยก็น่าเป็นห่วง ส่วนตัวแล้วกลัวว่าจะพบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย แต่ก็ยังดีใจที่หน่วยงานที่รับผิดชอบหลักของไทยตื่นตัว กับการควบคุมป้องกันโรคนี้อย่างจริงจัง และดำเนินการตั้งแต่เนิ่นๆ ทั้งนี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญจะมีการหารือร่วมกันเพื่อประเมินสถานการณ์การระบาดของโรคอีโบลาและความเสี่ยงในประเทศ ในวันที่ 16 ต.ค.นี้"

ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ยังกังวลอยู่ คือ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ต้องรู้ให้เท่าทันโรค อย่าเชื่อข่าวลือ ให้ยึดข้อมูลจากรัฐเท่านั้น พบคนแปลกหน้าที่มีอาการต้องสงสัยให้แจ้งต่อทางการ

เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเสียชีวิตหลังติดอีโบลา

เจ้าหน้าที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) วัย 55 ปี ซึ่งติดเชื้อไวรัสอีโบลาจากแอฟริกาตะวันตกและบินไปรักษาตัวที่เยอรมนีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เสียชีวิตลงในโรงพยาบาลเซนต์จอร์จ ทั้งที่คณะแพทย์ให้การดูแลอย่างดีและพยายามอย่างถึงที่สุด

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เผยว่าคนไข้รายนี้เป็นแพทย์ซูดานที่เดินทางไปจากไลบีเรีย

ก่อนหน้านี้ มีผู้ติดเชื้ออีโบลา 2 คนจากเซียร์ราลีโอน คนหนึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญชาวเซเนกัล อีกคนเป็นแพทย์ยูกันดา โดยทั้งสองคนบินไปรักษาตัวที่เยอรมนีจนหายและออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 4 ต.ค.

สำหรับสถานการณ์ในสหรัฐนั้น ผู้โดยสารเครื่องบินที่มีอาการคล้ายอีโบลา 5 คน ซึ่งต้องลงจากเครื่องบินที่สนามบินโลแกน เมืองบอสตันนั้น การตรวจสอบว่าไม่ติดเชื้อ

ศูนย์ควบคุมและป้องกันการโรคติดต่อ (ซีดีซี) กล่าวว่าสหรัฐต้องทบทวนวิธีควบคุมไวรัสอีโบลา หลังจากพยาบาลเทกซัสติดเชื้อมาจากชาวไลบีเรียมาแสดงอาการระหว่างอยู่ในสหรัฐ

"เราต้องทบทวนวิธีควบคุมการติดเชื้อ เพราะแม้แต่การติดเชื้อเพียงคนเดียวก็เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้" นายทอม ฟรีเดน ผู้อำนวยการซีดีซี กล่าว

สหรัฐไม่จบชีวิตสุนัขของพยาบาล

สื่อท้องถิ่นรายงานว่าพยาบาลคนนี้ชื่อนางสาวนินา ฟาม วัย 26 ปี เพิ่งสำเร็จด้านพยาบาลจากมหาวิทยาลัยเทกซัสคริสเตียน นางสาวฟามดูแลนายโธมัส อีริก ดันแคน ชาวไลบีเรียที่ติดเชื้อ หลายครั้งและติดต่อสัมผัสกับเขาอย่างใกล้ชิด แต่ก็สวมชุดป้องกันรวมถึงหน้ากาก เสื้อคลุม และถุงมือ

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าจะไม่วางยาเพื่อจบชีวิตสุนัขของนางสาวฟาม และขณะนี้กำลังหาสถานที่สำหรับดูแลสุนัขตัวนี้เพื่อสังเกตอาการ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ามีความเสี่ยงที่สุนัขอาจเป็นพาหะของไวรัส แต่ไม่มีหลักฐานว่าสามารถติดต่อมายังมนุษย์ได้

สำหรับนายอาโชกา มักโป ช่างภาพอิสระที่ติดเชื้ออีโบลาจากไลบีเรียและเป็นชาวอเมริกันคนที่ 5 ที่บินกลับไปรักษาตัวยังสหรัฐนั้น อาการดีขึ้นจนสามารถเล่นทวิตเตอร์ได้แล้วและมีแผนจะเล่าประสบการณ์ในครั้งนี้ทางบล็อกส่วนตัวที่จะใช้ชื่อว่า "อีโบลาไดอารี"

ด้านสเปนจะปลอดจากการระบาดในวันที่ 27 ต.ค. หากผู้ที่ติดต่อสัมผัสใกล้ชิดกับพยาบาลที่ติดเชื้อระหว่างการดูแลมิชชันนารีที่ติดเชื้อมาจากเซียร์ราลีโอน ไม่แสดงอาการ โดยกำลังมีการจับตาอาการ 15 คนที่ความเสี่ยงสูง รวมถึงสามีของพยาบาลและช่างเสริมสวย แต่ไม่มีผู้ใดแสดงอาการ

แคนาดาเตรียมทดลองวัคซีนกับคน

นางโรนา แอมบรอส รัฐมนตรีสาธารณสุขแคนาดา กล่าวว่า วัคซีนป้องกันไวรัสอีโบลาที่พัฒนาในแคนาดา จะถูกนำไปทดลองกับคนในเร็วๆ นี้ โดยขั้นแรกจะทดลองกับอาสาสมัคร 20 คนเพื่อดูความมีประสิทธิภาพและผลข้างเคียงว่ามีหรือไม่ สำหรับผลเบื้องต้นจากการทดลองวัคซีน วีเอสวี-อีบีโอวี จะออกมาในเดือนธ.ค.

เมื่อเดือนส.ค. แคนาดาให้วัคซีนนี้เกือบ 1,000 โดส แก่องค์การอนามัยโลก แต่องค์การอนามัยโลกยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะนำไปใช้หรือไม่ และยังไม่ได้รับวัคซีนนี้ไป

ขณะเดียวกัน บริษัทเสฉวนฟาร์มาซูติคอลโฮลดิงกรุ๊ป ผู้ผลิตยาสัญชาติจีน ได้ลงนามกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ของกองทัพ เพื่อเร่งให้ทางการจีนอนุมัติยาเจเค-05 ที่บริษัทระบุว่าสามารถรักษาอีโบลาได้ เพื่อจะได้นำยาตัวนี้วางตลาด

"เราเชื่อว่าสามารถยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการอาหารและยาของจีนได้ก่อนสิ้นปีนี้" ประธานบริษัทกล่าว พร้อมเสริมว่าวัคซีนที่จีนผลิตรับมือการระบาดของโรคซาร์สเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก็พัฒนาโดยกองทัพเช่นกัน และได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็วหลังจากยื่นขอไป