กสทช.ลุยรวบแก๊งแรงงานพม่า ลักลอบเช้าสำนักงานใช้คลื่นความถี่เชื่อมสัญญาณโทรศัพท์ทั่วโลก คาดเสียหายมหาศาล
วันนี้ (10ต.ค.)นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เปิดเผยว่า ทาง กสทช.ได้ทำหนังสือพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ประสาน พ.ต.อ.นรินทร์ บุษยวิทย์ รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ขอหมายศาลจังหวัดระนอง พร้อมนำกำลังเข้าตรวจค้นอาคารพานิชย์ขนาด 3 ชั้น 13 คูหา เลขที่ 70/25 ม.2 ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง หลังได้รับการประสานข้อมูลจาก กสทช.จังหวัดระนองว่า สามารถจับสัญญาณการลักลอบใช้คลื่นความถี่ UHF 450 เมกกะเฮิตร์ โดยผลจากการเข้าตรวจค้นพบว่า จากการตรวจค้นบริเวณตั้งแต่ชั้น 2 พบแรงงงานหญิงสาวชาวเมียร์มาร์จำนวน 8 คนนั่งประจำอยู่ที่เครื่องโทรบ้านที่มีจำนวนถึง 37 เครื่อง พร้อมสมุดจดบัญชีเบอร์โทรศัพท์ ส่วนชั้นบนสุดของตัวอาคารชั้นดาดฟ้า ซึ่งมีการดัดแปลงโดยการติดตั้งหลังคาดเพิ่มเติม มีการติดตั้งเสาสัญญาณจำนวนมาก พร้อมมีกล่องสำหรับใช้กระจายสัญญาณและรับสัญญาณโทรจำนวนอีก 31 กล่อง เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องมือตรวจสอบจำเพราะมาทำการตรวจวัดพบว่ามีสัญญาณการใช้คลื่นวิทยุจริง
นายจรัญ เขาแก้ว เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสำนักงาน กทสทช.จากส่วนกลางเปิดเผยว่า กรณีนี้เป็นการลักลอบใช้การเชื่อมสัญญาณโทรศัพท์ออกไปทั่วโลก เริ่มจากเจ้าหน้าที่ กสทช.ระนองได้ตรวจจับพบว่ามีการลักลอบเปิดใช้สัญญาณคลื่นดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบเพื่อหาข้อมูลยังจุดที่พบการใช้สัญญาณ จึงแจ้งให้ทางส่วนกลางทราบ จึงประสานมายังตำรวจภูธรจังหวัดระนองเข้าจับกุม พร้อมยึดของกลางทั้งหมดไปตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ทราบว่ามูลค่าความเสียหายเท่าไหร่ มีองค์การโทรศัพท์ไหนบ้างที่ถูกลักลอบใช้ คงต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง แต่คาดว่าจะมีค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก จากการลักลอบดังกล่าว เนื่องจากทราบว่ามีการทำมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยราคาที่ใช้โทรไปทั่วโลกจะคิดในราคานาทีละ 50 บาท ซึ่งในคอลเซ็นเตอร์จะเป็นตัวกลาง เพื่อรับสายจากผู้ที่ต้องการโทรออกหรือโทรเข้า เบื้องต้นแจ้งข้อหาตั้งสถานีโทรมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาต
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ระบุว่า ขณะนี้ทราบว่าเจ้าของเป็นชาวเมียรม่าร์ มาเช่าอาคารแห่งนี้ในราคาเดือนละ 20,000 บาท โดยอ้างว่าเช่าให้ลูกน้องอยู่อาศัย เบื้องต้นพอที่จะทราบข้อมูลแล้วว่าขณะนี้หัวหน้าขบวนการอยู่ที่ไหน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ หลังจากนี้จะสอบสอบหญิงสาวชาวเมียรม่ารทั้ง 8 คน อย่างละเอียด โดยจะได้ประสานข้อมูลจากตำรวจในท้องที่ ที่คาดว่าตัวหน้าไปพักอาศัยอยู่ เพื่อดำเนินการจับกุมต่อไป






