ทำแผนหนุ่มชาวฮอลแลนด์ฆ่าภรรยา

ตร.นำตัวหนุ่มฮอลแลนด์ ชี้ทำแผนที่เกิดเหตุฆ่าภรรยา รับสารภาพบันดาลโทสะผู้ตายไม่ช่วยงานเอาแต่เล่นโซเชียล และหวย
จากกรณีพบศพนางสาวพรพรรณ แก้วโคกกลาง อายุ 35 ปีถูกฆาตกรรมในบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นเลขที่ 238 หมู่ 6 ต. หอมเกร็ด อ.สามพราน จ.นครปฐม และฆาตกรที่ลงมือคือ Mr.Mathew Mannen หรือ Mr.Matheus Mannen ซึ่งหลบหนีไปกระทั่ง ศาลจังหวัดนครปฐม ออกหมายจับที่ 458 /2557 ลงวันที่ 8 ต.ค.57 ให้จับกุมนายแมธธิอุส เมนเน่น(Mr.Matheus Mannen) อายุ 45 ปีในความผิดฐาน“ฆ่าผู้อื่น” และต่อมาสามารถจับกุมตัว Mr.Matheus Mannen (แมธธิอุส) ได้ขณะหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ เกาะกง ประเทศ กัมพูชา ซึ่งมีดินแดนติดต่อกับประเทศไทยทางจุดผ่านแดนถาวร บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าที่สุด วันนี้ (9 ต.ค.57) เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.รัตนะ ปาลจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.สามารถ เจริญยศ พงส.ผทค.หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.สามพราน ร.ต.ท.ชาญธนภัทร สลีมาสกุล พงส.สอบสวน เจ้าของคดี และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ จาก รร.นรต. ล่ามแปลภาษาได้ร่วมกันนำตัว Mr.Matheus Mannen ออกมาพูดคุยลักษณะสอบปากคำอีกครั้งก่อนนำตัวไปชี้ทำแผนบ้านที่เกิดเหตุ
จากการสอบถามลักษณะสอบปากคำ Mr.Matheus Mannen (แมธธิอุส) เล่าสาเหตุและเหตุการณ์ก่อนลงมือทำร้ายนาง พรพรรณ หรือ คิ้ม แก้วโคกกลาง เมนเน่น อายุ 34 ปี ภรรยาของตนเองจนเสียชีวิตว่า เป็นการบันดาลโทสะเนื่องจากคืนวันเกิดเหตุ ตนจำได้ว่าในกระเป๋าสตางค์มีเงินสดอยู่ 200 บาทเพื่อเตรียมไว้เติมน้ำมันรถ แต่ช่วงกลางวันมีคนมาเก็บค่าจัดการขยะหมู่บ้าน ตนเปิดกระเป๋าแต่เงินไม่มี ตนจึงได้ถามผู้ตาย ซึ่งผู้ตายก็รับว่า อาเงินในกระเป๋าตนไปซื้อหวยหมด ตนจึงต่อว่าผู้ตายว่า ไม่ช่วยกันทำงานหาเงินแต่กลับเล่นหวย เล่นโซเชียลไม่สนใจงาน และมีปากเสียงกัน พอช่วงกลางคืน ผู้ตายยังคงนั่งเล่นแท็บเล็ตอยู่อีก ตนจึงต่อว่า แล้วเกิดโต้เถียงกัน ตนจึงแย่งเอาแท็ปเล็ตจากมือผู้ตายมาฟาดกับมุมโต๊ะวางสิ่งของจนแตกพังเสียหาย จากนั้นผู้ตายก็ตบตีทำร้ายตน ด้วยความโมโหตนจึงจับศีรษะผู้ตายกระแทกกับมุมโต๊ะวางของซึ่งเป็นชั้นไม้ หลายครั้ง พร้อมกับคว้าข้าวของที่อยู่ใกล้มือฟาดผู้ตาย จนล้มลงนอนนิ่งกับพื้นห้อง
จากนั้นตนก็เดินลงมานั่งที่ชั้นล่างของบ้านมานั่งดื่มเบียร์และกินยาแก้ปวด เพราะเวลาเครียดตนจะปวดหัว จนถึงเช้า เมื่อขึ้นไปดูภรรยาก็พบว่ายังนอนจมกองเลือดอยู่ที่เดิมและตัวแข็ง เมื่อจับดูก็พบว่า ภรรยาไม่หายใจจึงรู้ว่าตายแล้วจึงเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านขับรถกระบะไปจอดทิ้งไว้ที่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรีแล้วนั่งรถโดยสารไปที่จุดผ่านแดนถาวร บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อจะหลบหนีแต่ถูกจับกุมสียก่อน
Mr.Matheus Mannen (แมธธิอุส) บอกกับตำรวจว่า ได้จดทะเบียนอยู่กินกับผู้ตายมา 3 ปีแต่ชีวิตการครองเรือนไม่ราบรื่น มีเรื่องทะเลาะมาตลอดเพราะผู้ตายไม่สนใจช่วยกันทำงานหาเงินเอาแต่เล่นหวยกับเล่นโซเชียล เมื่อตักเตือนต่อว่าก็โต้เถียงทะเลาะกัน รายได้ต่อเดือนน้อยกว่ารายจ่ายต่อเดือน ตนเองเคยมีครอบครัวอยู่ที่ ประเทศบ้านเกิดแต่ก็หย่าร้างกัน ตนมาเที่ยวเมืองไทย ได้พบกับผู้ตายซึ่งเป็นหม้ายลูกติด 3 คนแต่เลิกกับสามีคนไทยแล้วเพราะถูกซ้อมทารุนทุบตี หลังพบกันเข้าใจกันก็ตกลงแต่งงานอยู่กินโดยจอดทะเบียนสมรสกัน ช่วยกันค้าขาย ซึ่งเดิม ผู้ตายเป็นช่างเสริมสวย และค้าขายเครื่องดื่ม เมื่อมาอยู่กินกับตนก็หันมาขายผ้าม่านและเครื่องดื่ม แต่ผู้ตายก็ไม่สนใจงานจึงเกิดปัญหากันเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดเหตุ ซึ่งตนไม่มีเจตนาจะฆ่าเธอ มันเป็นอุบัติเหตุและบันดาลโทสะ ตนเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นถ้าย้อนเหตุการณ์ได้คงไม่ทำแน่นอน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัว Mr.Matheus Mannenไปชี้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านที่เกิดเหตุโดยตำรวจได้ให้ Mr.Matheus Mannen สวมเสื้อเกราะกันกระสุนแล้วสวมทับด้วยเสื้อปกติ มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเรื่องแบบไปควบคุมป้องกันเหตุร้ายอย่างแน่นหนา โดยทาง พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กำหนดให้ตำรวจนอกเครื่องแบบที่คุมตัว Mr.Matheus Mannen 4-5 นายห้ามพกอาวุธปืนเกรงว่าผู้ต้องหาอาจเครียดแย่งอาวุธมาทำร้ายตัวเองหนีความผิด ซึ่งขั้นตอนการทำแผนใช้เวลาประมาณ 20 นาทีซึ่งชาวบ้านในหมู่บ้านที่เกิดเหตุทราบข่าวพากันมามุงดูการทำแผนจำนวนมาก ซึ่งพบว่าในบ้านที่เกิดเหตุยังคงมีกลิ่นเน่าของศพส่งกลิ่นคลุ้งตั้งแต่หน้าบ้านอย่างรุนแรงถึงในบ้าน ก่อนนำตัว Mr.Matheus Mannen กลับไปสอบปากคำต่ออีกเพื่อเตรียมส่งตัวผลัดฟ้องฝากขังต่อยังศาลจังหวัดนครปฐมต่อไป







