"กุลิศ" ผอ.สคร. นัดผู้บริหารระดับสูงรัฐวิสาหกิจ 56 แห่ง 11 ก.ย.นี้หวังยกระดับงาน
"สคร." นัดผู้บริหารระดับสูงรัฐวิสาหกิจ 56 แห่ง 11 ก.ย.นี้ เพื่อชี้แจง และรับฟังความเห็นกรอบร่างกฎหมายบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจที่ดี และโชว์ระบบติดตามงบลงทุน พร้อมเปิดคลินิกตรวจเช็คสถานะกิจการ เพื่อเร่งสางปัญหาคั่งค้าง เพิ่มความคล่องการบริหารงาน รัฐวิสาหกิจรายใดมีปัญหาเยอะ นัดคุยเดี่ยว
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร. เตรียมเชิญผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจ 56 แห่ง มาประชุมหารือพร้อมกันครั้งแรกในวันเสาร์ที่ 11 ต.ค.นี้ เพื่อติดตามการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจช่วงที่ผ่านมาปัญหาต่างๆ ที่ค้างคามานาน รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อทำให้การทำงานของรัฐวิสาหกิจมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
สคร.จะแยกห้องประชุมตามกลุ่มสาขาของรัฐวิสาหกิจทั้ง 9 กลุ่ม คือกลุ่มสถาบันการเงิน พลังงานขนส่ง สื่อสารฯ สาธารณูปการ เกษตรฯ,อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม สังคมและเทคโนโลยี และทรัพยากรธรรมชาติ หากผลการหารือครั้งนี้ พบว่ายังมีรัฐวิสาหกิจที่ยังมีปัญหาค้างคาซึ่งต้องแก้ไขเป็นพิเศษ ในครั้งต่อไปจะแยกออกมาหารือเดี่ยวเป็นการส่วนตัว
"การทำงานจากนี้ไป สคร.จะทำงานเป็นพาร์ทเนอร์กับรัฐวิสาหกิจ การประชุมเสมือนว่า สคร.เปิดคลินิกเพื่อช่วยเหลือดูแลเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐวิสาหกิจ และในกลุ่มที่มีปัญหามากๆ จะช่วยตรวจสอบระบบภายในของรัฐวิสาหกิจนั้นๆ รับฟังคำถามและตอบคำถามที่ยังไม่เคยได้คำตอบ งานอะไรที่ยังคั่งค้างก็จะเร่งออกให้หมด"
นอกจากการตรวจสอบปัญหาของรัฐวิสาหกิจแล้ว สคร. จะชี้แจงทำความเข้าใจ พร้อมรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ควรจะมีกรอบแนวทางหรือตัวชี้วัดอย่างไร พร้อมกับรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับวิธีการประเมินรัฐวิสาหกิจแบบใหม่ และจะโชว์ระบบใหม่สำหรับการติดตามงบลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ 3 ขั้นตอน ได้แก่ มาตรการเพิ่มความโปร่งใส ในการลงทุนโครงการก่อสร้างภาครัฐ (Cost) จะนำร่องใช้ในโครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่า 2.4 หมื่นล้านบาท
ระบบการปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จะใช้โครงการจัดซื้อจัดจ้างรถยนต์โดยสารใช้ก๊าซธรรมชาติของขสมก. 3.148 พันคัน วงเงิน 1.31 หมื่นล้านบาท และโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนของรฟท. สายสีน้ำเงิน รวมทั้งระบบ PFMS ติดตามความคืบหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่เกิน 500 ล้านบาทของ 17 รัฐวิสาหกิจ
สคร. อยู่ระหว่างปรับเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงาน และผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจใหม่ รวมถึงการพิจารณาปรับเกณฑ์การประเมินคุณภาพรัฐวิสาหกิจ(SEPA) จะทำให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2558 เพื่อให้มีผลต่อการพิจารณาโบนัส และเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจปี 2559 ที่ต้องนำผลการดำเนินการงานปี 2558 มาพิจารณา
การปรับเกณฑ์ครั้งใหม่นี้จะมีการพิจารณาเกณฑ์ประเมิน หรือ เคพีไอ สำหรับรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุน ให้ได้รับผลตอบแทน หรือโบนัสด้วย หากดำเนินงานได้ตามเป้าที่วางไว้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อพนักงและผู้บริหาร ที่จะดำเนินการตามแผนฟื้นฟู จากเดิมนั้นหากเป็นรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนหมดสิทธิ์ได้รับโบนัส โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐวิสาหกิจที่ไม่เคยมีกำไร ด้วยการไม่ตั้งเป้าที่สูงเกินไป ดูแล้วยังไงก็ทำไม่ได้ เช่น หากผลงานดีขึ้น อาจมีผลตอบแทนบ้าง แม้จะไม่ได้มากเหมือนรัฐวิสาหกิจอื่นๆ เพื่อให้พนักงานมีกำลังใจในการทำงานเพื่อองค์กรต่อไป









