(รายงาน) พาณิชย์รุกเคาะประตูบ้านปั้นยอดส่งออก 3 เดือนสุดท้าย
การส่งออกเดือน ส.ค. ที่ติดลบ 7.4% ต่ำสุดในรอบ 32 เดือน เป็นเรื่องที่น่าวิตกอย่างยิ่ง เพราะจะส่งผลต่ออัตราขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้ว่ามีโอกาสขยายตัวต่ำ
ภาคการส่งออกมีสัดส่วนต่อรายได้จีดีพีสูงถึง 70% กระทรวงพาณิชย์ในฐานะผู้รับผิดชอบ จึงต้องเร่งแก้เกมเพื่อเดินหน้าผลักดันการส่งออกโค้งสุดท้าย
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศให้สมมติฐาน ว่า หากการส่งออกช่วง 3 เดือนที่เหลือ มีมูลค่า 19,700-20,000 ดอลลาร์ ก็จะทำให้ส่งออกขยายตัวได้เพียง 0.5-1% เท่านั้น และถ้ามูลค่าส่งออกไม่ถึง 19,000 ล้านดอลลาร์ก็จะทำให้การส่งออกทั้งปีติดลบ 0.9%
ถ้าดูสถิติย้อนหลังก็จะพบว่า การส่งออก ต.ค.ปี 2556 มูลค่า 19,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พ.ย. 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และธ.ค. 18,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้โอกาสที่ส่งออกปี 2557 ไทยจะติดลบก็มีอยู่สูง แต่ก็มีโอกาสบวกเช่นกัน
นางดวงกมล เจียมบุตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า หากวิเคราะห์รายละเอียดการส่งออกของเดือน ส.ค. แล้วก็จะพบว่ามีสินค้ารายการสำคัญๆ ที่กลับมีอัตราส่งออกขยายตัวได้ดีในตลาดที่การส่งออกติดลบ
กรมฯจึงนำมากำหนดแผนการผลักดันการส่งออกช่วงที่เหลือของปีให้มีความเข้มข้น เน้นเฉพาะสินค้าที่มีโอกาสในตลาด ที่มีความต้องการสินค้านั้นๆ จริงๆ ซึ่งเชื่อว่าทิศทางการส่งออกน่าจะกลับมาดีขึ้น
ในส่วนตลาดญี่ปุ่น ที่ส่งออกติดลบถึง 7.6% ก็กลับมีสินค้าที่ส่งออกขยายตัวสูง ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ที่ขยายตัวถึง 31.1% ทั้งที่ภาพรวมของการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ในทุกตลาด ขยายตัวเพียง 7% เม็ดพลาสติก ขยายตัว 14.3% ทั้งที่ส่งออกรวมติดลบ 5.9% เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ ขยายตัว 10.3% ทั้งที่ส่งออกรวมขยายตัวเพียง 0.1%
ตลาดยุโรป (15) ติดลบ 5.4% แต่สินค้าเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 14.7% อัญมณีและเครื่องประดับ ขยายตัว 3.6% ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 2.9% ตลาดสหรัฐอเมริกา ติดลบ 0.3% แต่สินค้าเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ ขยายตัว 11.8% เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 11.4% ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 0.6%
ตลาดจีน ที่ภาพรวมติดลบ 14.4% แต่สินค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขยายตัว 54.1% แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัว 35% ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัว 4.9% อินเดีย ติดลบ 1.3% แต่สินค้า เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ ขยายตัว 60.3% เม็ดพลาสติก ขยายตัว 29.7% รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 16.9%
“มีสินค้าบางรายการ อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง และอาหารโดยเฉพาะข้าวดีขึ้น ข้อมูลนี้จะนำมาทำแผนผลักดันการส่งออกช่วง 3 เดือนต้องให้ได้ผลสำเร็จสูงสุดและเชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์การส่งออกปี 2557 ดีขึ้น”
ทั้งนี้ ปัจจัยที่เป็นโอกาสสำหรับการส่งออกในตลาดที่ติดลบ ได้แก่ ตลาดญี่ปุ่น กำลังมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ทำให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไป เช่น ส่งเสริมสตรีไปทำงานนอกบ้านทำให้ความต้องการอาหารพร้อมปรุงมีมากขึ้น แผนการปรับขึ้นภาษีบริโภคจาก 8% เป็น 10% ใน ต.ค. 2558 จะเป็นปัจจัยผลักดันการนำเข้าสินค้าเพื่อไปสต็อกก่อนการขึ้นภาษี
สหภาพยุโรป แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว แต่ก็พบว่ามีการส่งออกไปในบางประเทศขยายตัว เช่น เนเธอร์แลนด์ ขยายตัว 2.2%
สหรัฐส่งสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยง ขณะที่จีนยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากการนำเข้าสินค้าลดลง อุปสงค์ในประเทศอ่อนตัว ภาคอสังหาริมทรัพย์ซบเซา ความต้องการสินค้าฟุ่มเฟือยลดลง แต่ก็ยังมีโอกาสจากสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป เพราะปัญหาภัยธรรมชาติ
อินเดีย เศรษฐกิจยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากนโยบายผลักดันการพัฒนาภาคเกษตรและอุตสาหกรรมภายในประเทศทำให้ความต้องการสินค้ายังคงมีอยู่ แต่ปัญหาความไม่แน่นอนของสภาพดินฟ้าอากาศ กระทบผลผลิตภาคเกษตรกรรม ส่งผลต่อเนื่องถึงการบริโภคภาคครัวเรือนด้วย
กลุ่มประเทศCIS มาตรการคว่ำบาตรสหรัฐและยุโรป ออสเตรเลีย และแคนาดา ทำให้ต้องนำเข้าสินค้าจากแหล่งอื่นทดแทน
กิจกรรมที่จะเร่งดำเนินการช่วง 3 เดือนจากนี้ จะเน้นการจัดคณะนักธุรกิจออกไปพบปะผู้ซื้อในต่างประเทศ เพราะเป็นกิจกรรมที่ได้ผลเร็ว เนื่องจากมีการพบปะกันจริงของผู้ซื้อและผู้ขายแบบถึงตัว
โดยแผนการเดินทางส่งเสริมรายตลาดตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้ เฉพาะคณะที่มีรมว.พาณิชย์เป็นหัวหน้า รวมมากกว่า 50 คณะ








