background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ปวดหลังภัยเงียบของหนุ่ม-สาวออฟฟิศ

ปวดหลังภัยเงียบของหนุ่ม-สาวออฟฟิศ

อาการปวดหลัง หนึ่งในอาการที่ทำให้ผู้ป่วยต้องมาพบแพทย์บ่อยที่สุด พบได้ในทุกช่วงอายุแต่พบได้มากที่สุดในวัยทำงาน

อาการปวดหลัง เป็นหนึ่งในอาการที่ทำให้ผู้ป่วยต้องมาพบแพทย์บ่อยที่สุด พบได้ในทุกช่วงอายุ แต่พบได้มากที่สุดในวัยทำงาน และถือเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องหยุดพักงานมากที่สุดสาเหตุหนึ่ง บ่อยครั้งที่อาการปวดหลังจะเกิดขึ้นร่วมกับอาการปวดร้าวลงขาซึ่งมักก่อให้เกิดความกังวลใจและความเข้าใจผิดของผู้ป่วยได้ การทราบถึงสาเหตุ การป้องกัน และการรักษาเบื้องต้น จึงมีความสำคัญ

นพ.ชัยยศ ทิรานนท์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ โรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า สาเหตุการปวดร้าวลงขาที่พบได้บ่อย นั้นมีหลายสาเหตุ ได้แก่ 1.กล้ามเนื้ออักเสบ เมื่อกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างได้รับการบาดเจ็บจากการใช้งานหรืออุบัติเหตุทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งอย่างรุนแรง บางครั้งอาจทำให้มีอาการปวดตึงร้าวลงไปที่สะโพกและขาได้ แต่มักไม่มีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย 2.กระดูกสันหลังเสื่อม ส่วนมากจะพบในผู้สูงอายุ เกิดจากความเสื่อมตามวัยของข้อต่อกระดูกสันหลัง ทำให้มีกระดูกงอกหรือเคลื่อนมาทับเส้นประสาท 3.อาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท เช่น การติดเชื้อบริเวณกระดูกสันหลัง , เนื้องอก , กระดูกสันหลังแตกหัก เป็นต้น

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของหมอนรองกระดูกสันหลัง ที่นำมาสู่การกดทับเส้นประสาทนั้น นพ.ชัยยศ กล่าวว่า มีปัจจัยหลักๆ 4 ปัจจัย ได้แก่

1.ความเสื่อมตามอายุและการใช้งาน เช่นการนั่งหลังงอเป็นระยะเวลานานๆ โดยไม่เปลี่ยนท่า ทำให้กล้ามเนื้อล้าและเกิดแรงกดที่หมอนรองกระดูกมากขึ้น , การขับรถหรือเครื่องจักรหลายชั่วโมงต่อวันเป็นประจำ แรงสั่นสะเทือนจะเร่งให้เกิดการแตกของเปลือกหมอนรองกระดูกได้

2.น้ำหนักตัว และการยกของหนัก รวมถึงการยกของผิดท่า เช่น ก้มโค้งยกของโดยไม่ย่อขา กระดูกสันหลังจะรับน้ำหนักมากขึ้นหลายเท่าและการบิดเอี้ยวตัวขณะยกของแรงบิดจะทำให้เปลือกหมอนรองกระดูกเกิดการฉีกขาดได้

3.โรคประจำตัวบางอย่าง และ การสูบบุหรี่ จะทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกตีนแคบลงและบุหรี่ยังมีสารกระตุ้นให้เส้นประสาทรับความเจ็บปวดได้มากขึ้นกว่าปกติอีกด้วย

4.การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้ไม่สามารถช่วยพยุงกระดูกสันหลังได้ การออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยมุ่งเน้นที่การเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องและหลังส่วนล่าง(Core Stabilize Exercise) เป็นหลัก

นพ.ชัยยศ กล่าวต่อว่า ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์มักจะมีอาการปวดหลังบริเวณเอวร้าวลงมาบริเวณสะโพก และร้าวลงขาข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง ลักษณะอาการปวดมักจะเป็นอาการปวดอยู่ข้างใน ไม่มีจุดที่กดเจ็บชัดเจนอาจมีอาการชาขาและอ่อนแรงร่วมด้วย ระยะแรกอาการมักจะสัมพันธ์กับท่าทางและการใช้งาน เช่น ปวดเฉพาะเมื่อนั่งนาน ยืนนาน ขับรถนาน หากได้นอนพักอาการจะดีขึ้น แต่หากมีการกดทับมากขึ้น อาการปวดอาจะเพิ่มขึ้นจนปวดตลอดเวลาและไม่สามารถเหยียดขาให้ตรงได้ อาการอันตรายที่สมควรมาพบแพทย์อย่างเร่งด่วน ได้แก่ อาการปวดรุนแรงมากตอนกลางคืน , มีอาการชาและอ่อนแรงชัดเจน กระดกข้อเท่ไม่ได้ สังเกตุได้ว่าขาลีบเล็กลง , อาการเบื่ออาหาร และน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจพบได้จากการติดเชื้อวัณโรคและมะเร็งกระดูก หากควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ หรือปัสสาวะไม่ออก อาจแสดงถึงการกดทับไขสันหลังส่วนปลายซึ่งจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเร่งด่วน เป็นต้น

“เมื่อมาพบแพทย์ ส่วนใหญ่แพทย์จะสามารถให้การวินิจฉัยได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก อาจมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัย เช่น การถ่ายภาพรังสี (X-ray) ซึ่งจะเห็นเฉพาะกระดูกเท่านั้น ไม่เห็นหมอนรองกระดูกและเส้นประสาท บางกรณีจึงอาจต้องเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan ) หรือเอ๊กซเรย์แม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) จึงจะเห็นความผิดปกติ”

การรักษาอาการปวดร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายปวดได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด การรักษามักเริ่มด้วยการนอนพักช่วงสั้นๆไม่เกิน 2-3 วัน , หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการปวด และการรับประทานยาแก้ปวด ยาลดอักเสบ ยาลดอาการปวดเส้นประสาท , การใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงหลัง และอาจร่วมกับการทำกายภาพบำบัดโดยใช้เครื่องมือที่โรงพยาบาล เช่น การดึงหลัง การใช้คลื่นไฟฟ้าหรืออัลตร้าซาวด์ และการฝังเข็ม เป็นต้น แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้น อาจต้องใช้วิธีการรักษาอื่นร่วมด้วย เช่น การฉีดยาลดอาการอักเสบประเภทสเตียรอยด์เข้าที่เส้นประสาทหรือโพรงประสาทสันหลัง , การสอดสายเข้าทางก้นกบเพื่อเลาะพังผืดและฉีดยารอบเส้นประสาทได้หลายเส้นพร้อมกัน , การสอดอุปกรณ์ไปที่เส้นประสาทหลังแล้วปล่อยคลื่นความถี่สูงเพื่อระงับความความปวด หรือสอดเข้าหมอนรองกระดูกสันหลังแล้วปล่อยคลื่นความร้อนเพื่อทำให้เนื้อหมอนรองเกิดการหดตัว

นพ.ชัยยศ กล่าวด้วยว่า การผ่าตัด ถือเป็นทางเลือกสุดท้ายกรณีที่การรักษาด้วยวิธีอื่นๆไม่ได้ผล หรือมีอาการรุนแรงมาก การผ่าตัดจะเป็นการตัดชิ้นส่วนของหมอนรองกระดูกสันหลังที่โป่งยื่นออกมากดทับเส้นประสาทเท่านั้น โดยการผ่าตัดมีหลายวิธี ตั้งแต่การผ่าตัดแบบเปิดแผลตามปกติ , การผ่าตัดแบบแผลเล็กโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วย หรือ การผ่าตัดแบบส่องกล้องโดยไม่จำเป็นต้องวางยาสลบ ทั้งนี้ ขึ้นกับลักษณะอาการของผู้ป่วยและความชำนาญของแพทย์ในการเลือกวิธีรักษา