ผ่าคลอดแฝดสยามเพศหญิงตัวติดกัน

ผ่าคลอดแฝดสยามเพศหญิงตัวติดกัน

รพ.อุดรฯผ่าคลอดแฝดสยามเพศหญิงตัวติดกัน หัวใจ-ตับอันเดียว อาการปลอดภัย คณะแพทย์เตรียมหาทางช่วยเหลือ

วันนี้ (3 ต.ค.) ที่ห้องประชุม 1 อาคารอำนวยการ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี นพ.ณรงค์ ธาราเดช รักษาการ ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี , นพ.เมธา ทรงธรรมวัฒน์ สูตินารีแพทย์ , พญ.เกษมพร ไชยเอีย กุมารแพทย์ , พญ.สุจิตรา ตันทัดประเสริฐ วิสัญญีแพทย์ และ ทีมวิสัญญีพยาบาล ร่วมกันแถลงข่าว การผ่าตัดทำคลอดแฝดสยาม หน้าท้องติดกัน เพศหญิง น้ำหนัก 3,940 กรัม ผ่าตัดคลอดเมื่อเวลา 22.53 น. วันที่ 2 ตุลาคม อาการแม่และเด็กปลอดภัย

นพ.ณรงค์ฯ รักษาการ ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เปิดเผยว่า แฝดสยาม เป็นแฝดที่เกิดขึ้นได้ในจำนวน 1 ต่อ 1 แสนท้อง โดยเด็กจะมีลักษณะหน้าท้องติดกัน หัวติดกัน อวัยวะติดกันหรือใช้ร่วมกัน ชาวต่างประเทศเรียกว่า “แฝดสยาม” เคยเกิดขึ้นแล้วในสมัยรัชกาลที่ 2 คือแฝดอินจัน ซึ่งคลอดออกมาแล้วรอดปกติ มีชาวอเมริกันมาพบ ขณะเล่นน้ำอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา จึงได้ขอตัวจากพ่อแม่ไปเลี้ยงดูที่อเมริกา แล้วนำไปออกโชว์ จนเป็นชื่อของแฝดสยาม ซึ่งการที่ทารกแฝดมีตัวติดกัน เกิดจากสาเหตุ ไข่ใบเดียวผสมกับอสุจิตัวเดียว แต่การแยกตัวไม่สมบุรณ์ จึงทำให้มีลำตัวติดกัน

นพ.เมธา ทรงธรรมวัฒน์ สูตินารีแพทย์ ซึ่งเป็นแพทย์ผ่าตัดทำคลอด เปิดเผยว่า คนไข้หรือแม่เด็กแฝดสยาม เป็นหญิง อายุ 36 ปี ราษฎรชาว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน ตัวเมือง จ.อุดรธานี เป็นท้องที่ 2 ซึ่งลูกคนแรกอายุ 11 ปีแล้ว การตั้งครรภ์ครั้งนี้ได้ฝากท้องที่โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม และแพทย์ได้ตรวจพบความผิดปกติว่าเป็นท้องแฝด ตอนเข้าเดือนที่ 9 แล้ว แต่มีสิ่งปกติคือหัวใจเต้นดวงเดียว เมื่อตั้งครรภ์ได้ 36 สัปดาห์ ได้เจ็บท้องคลอด โรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม ได้นำตัวส่งต่อโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี แพทย์ได้อัลต้าซาวด์ ก็พบว่ามีภาวะตัวติดกันจริง ช่วงตั้งแต่หน้าอก หัวใจ หน้าท้อง และตับ ที่ติดกัน จึงได้ผ่าคลอดพบว่าเป็นแฝดสยาม เพศหญิง มีลำตัวติดกัน แม่ปลอดภัยดี

พญ.เกษมพร ไชยเอีย กุมารแพทย์ เปิดเผยว่า แพทย์ตั้งชื่อว่า น้องเอ กับน้องบี สังเกตง่ายๆ คือ น้องเอ ตัวใหญ่ ส่วนน้องบี จะหลังแอ่นเล็กน้อย หลังคลอดออกมาแฝดสยามมีอาการตัวเขียว หายใจไม่สม่ำเสมอ ต้องย้ายไปอยู่ที่ห้อง ไอซียู ทารกแรกเกิด ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ วันนี้ได้ตรวจเพิ่มเติมพบว่า แฝดสยามมีอวัยวะที่ต้องใช้ร่วมกัน คือมีตับ 1 อัน มีหัวใจ 1 ดวง 6 ห้อง หัวใจด้านบน 3 ห้อง หัวใจด้านล่าง 3 ห้อง ถ้าคนปกติจะมีหัวใจ 4 ห้อง จึงไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน ทั้งจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ที่อาจมาผ่าตัดที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ที่สำคัญแฝดสยามต้องผ่านวิกฤตช่วงนี้ไปให้ได้ก่อน

ต่อมา พญ.เกษมพร ได้นำสื่อมวลชนได้ดูแฝดสยาม ที่ห้องไอซียูเด็ก ตึกรวมเมตตา ซึ่งแฝดสยาม เอและบี ได้นอนอยู่ในเตียงเด็กแรกเกิด โดยมีแพทย์และพยาบาลดูแลใกล้ชิด โดยแฝดสยามใส่เครื่องช่วยหายใจ จากการสังเกตพบว่า เด็กทั้งสองมีการเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งทีมแพทย์โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ซึ่งจะเดินทางมาประชุมและตรวจให้ละเอียดในสัปดาห์หน้า เพื่อดูว่าจะสามารถผ่าตัดแยกแฝดสยามออกจากกันได้หรือไม่