วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งกู้เรือปูนล่มหลังคลื่นลมสงบ

จนท.เข้ากู้เรือบรรทุกปูนซีเมนต์ล่มกลางทะเลตรังแล้ว หลังคลื่นลมเริ่มสงบ คาดดำเนินการได้แล้วเสร็จภายใน7วัน

นายสุธี สุขสง หัวหน้าสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตรัง เปิดเผยว่า บริษัท จัมโบ้บาร์จแอนด์ทัก จำกัด เจ้าของเรือบรรทุกปูนซีเมนต์ ของบริษัท SCG จำกัด ทั้ง 2 ลำ ที่ล่มกลางทะเลตรัง พร้อมปูนซีเมนต์จำนวนกว่า 3,000 ตัน เข้าปฏิบัติการกู้เรือทั้ง 2 ลำแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ (2ต.ค.) หลังได้บริษัทรับเหมากู้เรือและลื่นลมเริ่มสงบลง โดยเจ้าหน้าที่เร่งทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อให้สามารถนำปูนซีเมนต์ทั้งหมดขึ้นมาจากเรือ โดยใช้กำลังเคนหลายสิบคนช่วยกัน จากนั้นใช้เครนยกปูนซีเมนต์ทั่งหมดขึ้นมาจากเรือไปวางใส่ในเรือบาสจ์อีกลำที่ไปลอยลำรอรับ เพื่อขนกลับเข้าฝั่งทีท่าเรือแสงทอง อ.กันตัง ต่อไป

ทั้งนี้พบว่า สภาพปูนซีเมนต์ที่อยู่ในเรือบาสจ์ลำแรก ยังอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ตามปกติโดยไม่ได้แตกเสียหาย แต่ประการใด เพียงแต่ได้รับความเสียหายทั้งหมด เนื่องจากจมอยู่ใต้น้ำนานเกือบ 1 เดือน ทำให้ปูนซีเมนต์ทั้งหมดจับตัวแข็งเป็นก้อนอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งทำการขนย้ายปูนซีเมนต์ทั้งหมดขึ้นมาจากเรือทีละลำ คาดว่าเรือลำแรกสามารถนำปูนซีเมนต์และกู้ขึ้นมาได้ทั้งหมดภายในวันนี้ จากนั้นจะใช้เครื่องสูบน้ำที่เตรียมไว้หลายสิบตัว ระดมสูบน้ำออกเมื่อเรือลอยลำขึ้นมาก็สามารถจะลากเรือลำแรกกลับเข้าฝั่งได้ในทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเริ่มปฏิบัติการกู้เรือลำที่ 2 ต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาปฏิบัติการกู้เรือทั้งหมดได้ภายใน 7 วันนี้ หากสภาพอากาศเป็นใจไม่เกิดคลื่นลมแรงเข้ามาในระยะนี้

สำหรับ บริษัท จัมโบ้บาจส์แอนด์ทักส์ จำกัด ได้รับการว่าจ้างจากบริษัทเอสซีจีใ ห้บรรทุกปูนซีเมนต์จำนวน 6,300 ตัน โดยใช้เรือจำนวน 4 ลำ นำปูนซีเมนต์ทั้งหมดออกจากท่าเรือแสงทองกันตังไปขึ้นเรือขนาดใหญ่ที่บริเวณเกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ เพื่อส่งไปขายต่อที่ประเทศพม่า แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเจอกับพายุและคลื่นสูงประมาณ 4 - 5 เมตร ทำให้เรือล่มลง 2 ลำ และอีก 2 ลำ ทั้งเรือและทรัพย์สินบนเรือได้รับความเสียหายรวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 16 ล้านบาท แต่ลูกเรือทั้ง 8 คน ปลอดภัย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา หรือผ่านมาแล้วเกือบ 1 เดือน ซึ่งที่ผ่านมาทางบริษัทเจ้าของเรือพยายามจะเข้าไปทำการกู้เรือมาแล้วหลายครั้ง แต่เนื่องจากทะเลอันดามันเกิดคลื่นลมมาอย่างต่อเนื่องจึงไม่สามารถออกปฎิการได้ จนกระทั่งมาถึงวันนี้ คลื่นลมในทะเลอาจจะสงบลงในระยะเวลาสั้นๆ ทางบริษัทจึงระดมทั้งเครื่องจักรกลและกำลังคนเข้าทำการกู้เรือให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด