สศช.เสนอปรับโครงสร้างค่าจ้าง สอดรับทักษะฝีมือ ปมให้ความสำคัญกับวุฒิมากกว่าทักษะ
สศช.ชี้สังคมไทยยังมีปัญหาเหลื่อมล้ำในทุกมิติ แม้ประเด็น "รายได้" ในภาพรวมดูดีขึ้น แต่ก็ยังสูงเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน กรุงเทพฯ ยังคงครองแชมป์เหลื่อมล้ำรายได้ ส่วนอีสานขาดแคลนแพทย์ แรงงานนอกระบบอื้อ คนจนยังเข้าไม่ถึงความยุติธรรมและการเมือง ด้านแรงงานพบปัญหาเดิมๆ ผลตอบแทนแรงงานเพิ่มช้ากว่าผลตอบแทนทุน ให้ความสำคัญกับวุฒิมากกว่าทักษะ
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดการประชุมประจำปี 2557 เรื่องการพัฒนาคนเพื่ออนาคตประเทศ ซึ่งมีการจัดการประชุมกลุ่มย่อย เรื่องความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย : การศึกษาและตลาดแรงงานตอบโจทย์อย่างไร
ดร.ปรเมธี วิมลศิริ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำโดยรวมในไทย โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของไทยในภาพรวมดีขึ้น แต่ยังคงสูงอยู่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
ทั้งนี้ เมื่อจำแนกความเหลื่อมล้ำทางรายได้ตามพื้นที่ในประเทศพบว่า กรุงเทพฯ สูงสุด แม้ว่าจะมีสัดส่วนคนยากจนต่ำสุดก็ตาม ซึ่งอาจจะเป็นอย่างนี้ในอนาคตมากขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนความเหลื่อมล้ำในมิติสังคม ได้แก่ ด้านการศึกษา คนรวยมีโอกาสเข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีสูงกว่าคนจน และในเขตเมืองหรือกรุงเทพฯ สูงกว่าในเขตชนบทหรือนอกกรุงเทพฯ
อีสานแพทย์น้อย-แรงงานนอกระบบสูง
ด้านบริการสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ยังกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และยังมีแรงงานนอกระบบจำนวนมากไม่ได้รับการคุ้มครองทางสังคม โดยภาคอีสาน มีบุคลากรการแพทย์น้อยและแรงงานนอกระบบสูงสุด คิดเป็น 78.6 เปอร์เซ็นต์ของแรงงานในพื้นที่ ขณะที่กรุงเทพฯ บุคลากรการแพทย์มากและแรงงานนอกระบบต่ำสุด คิดเป็น 33.5 เปอร์เซ็นต์ของแรงงานในพื้นที่
ยุติธรรมราคาแพง-คนจนเข้าไม่ถึง
ด้านความยุติธรรมและด้านการเมือง คนจนและผู้มีรายได้น้อย ไม่สามารถต่อสู้ทางกฎหมายได้เท่าเทียมกับประชากรกลุ่มอื่นๆ ของประเทศ คือ แบบแผนขั้นตอนของทางราชการที่ต้องมีเอกสารหลักฐานอย่างครบถ้วน และค่าใช้จ่ายในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่สูง
ขณะที่การเมือง แม้ทุกคนมีสิทธิทางการเมืองเท่าเทียม แต่ในทางปฏิบัติ การเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองการมีอำนาจตัดสินใจและอำนาจต่อรองทางการเมือง การกำหนดนโยบาย และกฎหมายยังคงกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มคนที่เข้าถึงหรือใกล้ชิดนักการเมืองเป็นหลัก
ช่องว่างค่าจ้างอุดมศึกษาเพิ่ม
สำหรับความเหลื่อมล้ำของผลตอบแทนแรงงาน ผลตอบแทนตกอยู่กับเจ้าของทุนมากกว่ากระจายไปยังแรงงาน นอกจากนี้ ผลิตภาพแรงงานยังมีความแตกต่างกันระหว่างสาขาการผลิตและไม่สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างแรงงาน ซึ่งผลตอบแทนแรงงานเพิ่มขึ้นช้ากว่าผลตอบแทนทุน สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในการกระจายประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ และความไม่เท่าเทียมของอำนาจต่อรองระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
ดร.ปรเมธี กล่าวว่า หากจำแนกตามระดับการศึกษา ค่าจ้างแรงงานระหว่างกลุ่มที่จบปริญญาตรีและกลุ่มที่จบ ปวช. หรือ ปวส. แตกต่างกันมากขึ้น ขณะเดียวกันช่องว่างของค่าจ้างแรงงานภายในกลุ่มที่จบระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ให้ความสำคัญกับวุฒิมากกว่าทักษะ
เขากล่าวด้วยว่า เมื่อจำแนกตามอาชีพ ช่องว่างของค่าจ้างแรงงานระหว่างกลุ่มการศึกษาต่างๆ ยังสะท้อนให้เห็นในรูปของช่องว่างของค่าจ้างแรงงานในแต่ละกลุ่มอาชีพและในแต่ละภูมิภาคที่เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ความไม่สอดคล้องระหว่างความต้องการแรงงานและคุณภาพแรงงาน และค่าจ้างแรงงาน ส่วนใหญ่ยังอ้างอิงจากคุณวุฒิทางการศึกษา หรือปริญญา มากกว่าทักษะหรือความชำนาญที่แท้จริง
แนะลงทุนพัฒนาเด็กปฐมวัย
อย่างไรก็ตาม รองเลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เรื่องโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ คือ ขยายโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยลงทุนในเด็กปฐมวัย มุ่งเน้นมาตรการเสริมสร้างพัฒนาการที่เหมาะสม และคุ้มครองจากปัจจัยลบอย่างทั่วถึง
ขยายโอกาสให้เด็กยากจนได้ศึกษาในระดับสูง ยกระดับคุณภาพการศึกษาในภูมิภาคและท้องถิ่นและพัฒนาทักษะให้ผู้ไม่มีโอกาสเรียนต่อให้มีอาชีพที่มั่นคง และขยายความคุ้มครองทางสังคมและสวัสดิการสังคมต่างๆ ให้ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มผู้ยากจนและผู้ด้อยโอกาส โดยผลักดันแรงงานนอกระบบให้เข้าสู่ระบบประกันสังคม พร้อมสร้างอาชีพและจัดสวัสดิการแก่ผู้ด้อยโอกาส พิการ และทุพพลภาพ
เรื่องโอกาสในการประกอบอาชีพ คือ ยกระดับรายได้และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มคนจน ผู้มีรายได้น้อย และผู้ด้อยโอกาส โดยการเพิ่มผลิตภาพแรงงานทั้งระบบ โดยพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ปรับโครงสร้างค่าจ้างให้สะท้อนทักษะฝีมือ ผ่านการพัฒนากรอบคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานฝีมือแรงงาน ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มอาชีพ และใช้ประโยชน์จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานให้มากขึ้น
หนุนปัจจัยการผลิตเกษตรรายย่อย
อีกทั้งการเพิ่มผลิตภาพของเกษตรกรรมรายย่อย โดยสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร สร้างหลักประกันรายได้แทนการอุดหนุนราคาสินค้า ลดต้นทุนผ่านการสนับสนุนปัจจัยการผลิต และสนับสนุนกลไกการพึ่งพาตนเองในระดับชุมชน
รวมถึงการเพิ่มศักยภาพของเอสเอ็มอี และขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน โดยปรับโครงสร้างหนี้และผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ยืมเงินทุน ให้การสนับสนุนการดำเนินงาน ให้คำปรึกษา และช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผลักดันกองทุนเอสเอ็มอีให้เข้าถึงกลุ่มผู้ประกอบการที่มีปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
เรื่องผลตอบแทนแรงงานไม่สอดคล้องทักษะ คือ การปรับปรุงกลไกการทำงานของตลาดแรงงานให้การกำหนดผลตอบแทนและค่าจ้างแรงงานสะท้อนคุณวุฒิวิชาชีพ และทักษะแรงงาน โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านแรงงาน เพื่อบริหารจัดการอุปสงค์และอุปทานแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเร่งผลักดันการใช้มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานฝีมือแรงงานสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
เปิดทางเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม
เรื่องความเหลื่อมด้านอื่นๆ คือ สร้างพื้นฐานความเสมอภาคของโอกาสการเข้าถึงทรัพยากรด้านอื่นๆ รวมทั้งความเสมอภาคด้านยุติธรรมและการเมือง การสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงทรัพยากร ได้แก่ ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร ปรับโครงสร้างภาษีโดยมุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้กระจายสู่ภูมิภาคอย่างทั่วถึง และปฏิรูประบบบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและเข้าถึงพื้นที่เป้าหมาย
อีกทั้งเพิ่มโอกาสการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ มุ่งเน้นการพัฒนาระบบงานยุติธรรมชุมชนให้เข้มแข็ง ขยายบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ สร้างความเข้มแข็งด้านกฎหมายให้ประชาชน และยกระดับกองทุนยุติธรรมให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล
ขณะที่การเมืองควรกระจายอำนาจให้เป็นรูปธรรม ปรับปรุงระบบบริหารราชการแผ่นดินให้ตั้งอยู่บนพื้นฐานธรรมาภิบาล ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้สามารถแก้ไขปัญหาด้วยตนเองผ่านกระบวนการการกระจายอำนาจการบริหารและการคลังสู่ท้องถิ่น






