วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร.แย้มได้พยานปากเอก เห็นคนร้ายฆ่านักเที่ยวผู้ดี

"ปัญญา" ผบช.ภาค8 ชี้ตรวจสอบพยานปากสำคัญรายหนึ่ง อ้างว่าเห็นคนร้ายลงมือฆ่า2นทท.อังกฤษ

ด้านผู้ว่าฯ สุราษฎร์ ล้อมคอกจุดเสี่ยงเรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว เสนอเพิ่มวงจรปิด-ไฟส่องสว่าง แต่ยอมรับกระแสไฟไม่พอจ่ายให้ทุกจุด "ประยุทธ์" วอนอย่าเร่งรัดหวั่นจับผิดตัว ขณะที่ "ประวิตร" สั่ง มท.-กทม.-ตำรวจ ไปติดกล้องวงจรปิดทั่วประเทศ

แม้ว่าจะผ่านไป 11 วันแล้ว แต่ตำรวจยังคงสืบหาเบาะแสผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมนายเดวิด มิลเลอร์ และนางสาวฮันนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ สองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษวัย 24 ปี บนเกาะเต่า สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง จ.สุราษฎร์ธานี อย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าเริ่มมีความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวน เมื่อพบประจักษ์พยานปากสำคัญที่เห็นคนร้ายขณะก่อเหตุ

โดยวานนี้ (25 ก.ย.) ที่ศูนย์ปฏิบัติเฉพาะกิจคลี่คลายคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษ ภาค 8 ส่วนหน้า พล.ต.ต สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รักษาราชการแทน ผู้บังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบก.สส.บช.น.) ยังคงจัดชุดสืบสวนลงพื้นที่เกาะเต่าเพื่อสืบหาเบาะแสผู้ต้องสงสัย พร้อมกันนั้นได้นำพยานหลักฐานต่างๆ ที่รวบรวมได้ก่อนหน้านี้กลับมาประมวลใหม่อีกครั้ง

ขณะเดียวกันชุดสืบสวนกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม (กก.5 บก.ป.) นำโดย พ.ต.อ.วัชรพล ทองล้วน ผกก.5 บก.ป. พร้อมชุดสืบสวนกองปราบปรามก็ยังคงลงพื้นที่หาข้อมูลเบาะแสที่จะเป็นประโยชน์ต่อการติดตามตัวผู้ต้องสงสัย

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า การสืบสวนเป็นที่น่าพอใจ ได้พยานหลักฐานมาพอสมควร ส่วนปัญหาอุปสรรคก็เหมือนกับเรื่องทั่วๆ ไปที่ได้มา ไม่อยากจะให้คิดว่าเป็นปัญหา ความยากง่ายของคดีนี้ก็แตกต่างกันกับคดีอื่นๆ แต่อย่างน้อยขอให้มั่นใจว่าตำรวจทำเต็มที่และจะทำให้ดีที่สุด

ส่วนเรื่องการตรวจสอบดีเอ็นเอนั้นกำลังติดตามผล โดยการตรวจดีเอ็นเอนั้นเป็นส่วนหนึ่ง แต่ก็ต้องคำนึงถึงพยานหลักฐานส่วนอื่นที่ได้มาด้วย ไม่ใช่จะตรวจใครก็ได้

ตร.พบพยานใหม่เห็นคนร้ายลงมือ

ทั้งนี้มีรายงานข่าวจากชุดสืบสวนคลี่คลายคดีว่า ได้พบพยานปากสำคัญซึ่งอ้างว่าเห็นเหตุการณ์ก่อนและระหว่างคนร้ายลงมือสังหารผู้ตายทั้ง 2 คน โดยพยานรายนี้อ้างว่าเห็นชาวต่างชาติเป็นผู้ลงมือ

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปเรื่องนี้กับ พล.ต.ท.ปัญญา มาแม่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) ก็ได้รับการยืนยันว่า ตำรวจได้พูดคุยในเบื้องต้นกับพยานรายนี้แล้ว โดยตำรวจท่องเที่ยวได้สอบปากคำไปแล้วบางส่วน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจทานว่าคำให้การของพยานรายนี้มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ชาวต่างชาติที่พยานรายนี้ระบุถึงมีความชัดเจนแล้วหรือไม่ว่าเป็นคนร้ายที่ลงมือสังหารนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้ง 2 คน พล.ต.ท.ปัญญา บอกว่า ยังจำเป็นต้องใช้เวลาอีกระยะเพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานอื่นๆ ให้รอบคอบก่อนจึงจะสามารถระบุได้ชัดเจน

ขึ้นป้าย3ภาษารับแจ้งเบาะแส

ส่วนที่บริเวณท่าเทียบเรือโดยสารกลางคืน เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี หรือท่าเรือนอนจากเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีไปเกาะเต่า-เกาะพะงัน และไปเกาะสมุย รวมทั้งท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ดอนสัก อ.ดอนสัก ตำรวจได้ขึ้นป้ายขนาดใหญ่ ประกาศเงินรางวัล 7 แสนบาทสำหรับผู้แจ้งเบาะแสคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวอังกฤษบนเกาะเต่าจนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยป้ายประกาศดังกล่าวใช้ข้อความ 3 ภาษา คือ ภาษาไทย พม่า และอังกฤษ พร้อมระบุเบอร์โทรศัพท์ติดต่อนายตำรวจระดับสูงที่รับผิดชอบ

ผู้ว่าฯสุราษฎร์สั่งล้อมคอกจุดเสี่ยง

นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางลงพื้นที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าการคลี่คลายคดีพร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองให้การสนับสนุนตำรวจอย่างเต็มที่

นายฉัตรป้อง กล่าวว่า ทางจังหวัดจะเร่งสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยมาตรการเร่งด่วนได้จัดส่งอาสาสมัคร 50 นายดูแลนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เร่งติดตั้งป้ายเตือนอันตรายในจุดเสี่ยง และติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี)

กระแสไฟจำกัดกระทบดูแลความปลอดภัย

นอกจากนั้นยังจัดตั้งอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยชายหาด โดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเป็นผู้เสริมทักษะภาษาอังกฤษให้แก่อาสาสมัคร พัฒนาศูนย์บริการนักท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ พัฒนาภูมิทัศน์และติดไฟฟ้าในจุดเสี่ยงต่างๆ ให้ครอบคลุมทั้ง 3 เกาะ แต่ยอมรับว่ากระแสไฟฟ้าบนเกาะเต่ามีจำนวนจำกัดจึงไม่ควบคุมเรื่องความปลอดได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ย้ำเกาะเต่าไม่มีมาเฟีย

นายฉัตรป้อง กล่าวด้วยว่า กรณีสื่อต่างชาติเสนอข่าวว่าเกาะเต่ามีผู้มีอิทธิพล 3 กลุ่มนั้นไม่เป็นความจริง หากมีให้แจ้งเบาะแสมาแล้วจะไปปราบปรามด้วยตัวเอง

ส่วนการที่สื่อต่างประเทศนำเสนอข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นความเข้าใจผิด คงไม่มีเจตนาสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย แต่ยอมรับว่าข่าวที่ออกมาย่อมส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว

"ประยุทธ์"วอนอย่าเร่งรัดหวั่นจับผิดตัว

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า สื่อก็อย่าไปช่วยเขาโจมตี ก็รู้อยู่ว่าเรื่องนี้คงไม่ง่าย เพราะเป็นพื้นที่เกาะและใช้เรือ ระหว่างวันมีคนสัญจรไปมา 3-4 พันคน แต่ก็ต้องรู้ให้ได้ ถ้าเร่งรัดมากๆ จะผิดตัวและมีปัญหา

เขากล่าวว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ใช้นิติวิทยาศาสตร์ เมื่อตรวจดีเอ็นเอแล้วไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ตอนนี้มีหลายคดีที่ยังจับผู้ร้ายไม่ได้ แต่คดีนี้พยายามกวดขันทุกวันทุกเช้าจะต้องรายงาน คดีอื่นไม่ได้ไปกวดขันเลย ตอนนี้เจ้าหน้าที่เต้นกันผางๆ หมด

"นิตยาสารต่างประเทศพูดอะไรมาก็อย่าไปขยายความให้เขา เพราะประเทศชาติเสียหาย เราต้องมาแก้ของเรา ถ้าเราไม่แก้กันเองและใครจะมาแก้ ตำรวจมี 4 แสนกว่าคน ท่านบอกว่าไม่ได้เรื่อง ถามว่าจะมีกำลังใจทำงานหรือไม่ คดีอื่นๆ อีกเท่าไหร่ เฉพาะคดีนี้คดีเดียวทั้งกรมตำรวจเสียหายทั้งกรมตำรวจเลยหรือเปล่า ก็ไม่ใช่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เขากล่าวต่อว่า คนทำงานดีก็มี คนไม่ดีก็มี ไม่ได้ปกป้องคนไม่ดี ถ้าเราไปทำองค์กรให้เสียหาย ต่อไปเขาจะทำงานหรือไม่ เรากำลังจะพัฒนาปรุงปรุงแก้ปัญหาปฏิรูป ก็จะแก้ปฏิรูปตำรวจก็บอกว่าไม่สำเร็จ ก็มาดูถูกกันตั้งวันแรก คนไทยดูถูกคนไทยด้วยกันแล้วมันจะทำอะไรสำเร็จ

"บิ๊กป้อม"สั่งติดวงจรปิดทั่วประเทศ

วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงคดีเดียวกันนี้ว่า ความจริงตำรวจเข้าควบคุมได้หมดแล้ว แต่การให้ข่าวสับสนกรณีผู้มีอิทธิพลซึ่งไม่จริง

อย่างไรก็ตามตำรวจได้รายงานความคืบหน้าโดยตรงมาตลอด และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ก็ลงพื้นที่ไปดูแลคดีด้วยตัวเองว่าจะทำอย่างไรให้จับตัวคนร้ายให้ได้รวดเร็วที่สุด ซึ่งเวลานี้ก็ได้พยายามจำกัดทั้งพื้นที่ และจำกัดคน ไม่ได้ทำไปเรื่อยอย่างที่พูดกัน แต่ดูว่าเมื่อมีการสืบสวนแล้วพบพยานหรือหลักฐานอะไรไปพาดพิงถึงบุคคลใดที่ก็ต้องเชิญมาสอบถาม เชิญมาพูดคุย

"ในวันเกิดเหตุเป็นพื้นที่ที่มืดมาก กล้องวงจรปิด ซีซีทีวี ตรงนั้นจับไม่ถึง ดังนั้นตอนนี้ผมได้สั่งการไปทั่วประเทศแล้วว่า ต้องให้มีแสงสว่างเพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ ต้องมีแสงสว่างให้เพียงพอ และต้องมีกล้องวงจรปิดให้หมดทั่วประเทศ โดยทางกระทรวงมหาดไทย กทม. และตำรวจก็รับไปดำเนินการ ซึ่งมั่นใจว่าภายใน 2 เดือนจะชัดเจนขึ้น" พล.อ.ประวิตร กล่าว