วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาทนายฯแถลงช่วยคดีดญ.ถูกล่วงละเมิด

สภาทนายฯแถลงช่วยคดีเด็กหญิง ถูกล่วงละเมิด พบเสนอ5แสนบ.จบคดี เรียกร้องหน่วยงานรัฐเยียวยาหลังถูกข่มขู่

ที่สภาทนายความ ฯ ถ.ราชดำเนิน วันที่ 25 ก.ย.57 เวลา 13.30 น. นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความฯ พร้อมด้วย นายวิเชียร ชุบไธสง อุปนายก ฝ่ายสวัสดิการและสิทธิ์ประโยชน์ นายสุนทร พยัคฆ์ อุปนายก ฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย แถลงข่าวการให้ความช่วยเหลือด้านคดี กับ ด.ญ.ส้ม (นามสมมุติ) อายุ 10 ปี ผู้เสียหาย ที่ถูกนายดำ (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี กระทำการล่วงละเมิดทางเพศ โดยเมื่อวันที่ 27 ก.ค.57 มารดาของด.ญ.ส้ม ได้เข้าแจ้งความที่สภ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

โดยนายเดชอุดม นายกสภาทนายความ กล่าวว่า หลังจากพนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า จับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดี และตั้งข้อหาพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร หรือกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปีซึ่งมิใช่ภรรยาตน ที่เป็นความผิดกฎหมายหลายบท แล้วนำไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตะกั่วป่า ทางทนายความและอัยการ รวมถึงพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว ซึ่งศาลชั้นต้นก็ได้ยกคำร้องของผู้ต้องหา แต่ภายหลังผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวขณะที่เด็กผู้เสียหายต้องอยู่ในสภาวะจิตใจที่หวาดกลัว เนื่องจากถูกข่มขู่จากฝ่ายผู้ต้องหา แม้กระทั่งช่วงที่ถูกนำตัวไปฟื้นฟูจิตใจที่ศูนย์ประชาบดีฯ ซึ่งเด็กได้อยู่กับคนต่างด้าว มีกลุ่มผู้ต้องหาขับรถมาวนดู ทำให้เด็กมีจิตใจย่ำแย่ขึ้น แม่ของเด็กผู้เสียหายจึงมาร้องเรียนต่อสภาทนายความเพื่อขอความช่วยเหลือด้านกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันเด็กต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ขณะที่แม่ก็ออกจากงาน

สภาทนายความ จึงขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ช่วยมาดูแลคุ้มครองสิทธิ์ของเด็ก ทั้งกรมคุ้มครองสิทธิฯ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ต้องจัดสรรงบมาช่วยเหลือด้านสิทธิ์แก่เด็ก สตรี คนชรา คนพิการที่ได้รับผลกระทบ โดยเบื้องต้นสภาทนายความได้เร่งรัดหาสถานศึกษาให้เด็กได้เรียนในกรุงเทพฯ และหาเงินให้แก่แม่เด็ก

ส่วนด้านคดี ได้ตั้งคณะทำงานส่วนกลางของสภาทนายความขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือ โดยประสานกับทางสมาชิกทนายความที่ จ.พังงา เพื่อพิจารณาคำร้องที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว หากมีหลักฐานที่พบว่าผู้ต้องหาข่มขู่ผู้เสียหาย จะยื่นคัดค้านขอปล่อยชั่วคราวต่อไป

ด้านนายวิเชียร อุปนายก ฝ่ายสวัสดิการฯกล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีตัวอย่างที่แม่ต่อสู้เพื่อลูก หลังจากที่เห็นลูกมีเงินกลับบ้านครั้งละ 50-100 บาท ซึ่งช่วงแรกเด็กไม่กล้าพูดความจริง เนื่องจากถูกข่มขู่ แต่แม่ได้คาดคั้นจนทราบความจริง จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี แต่มีการเสนอเงิน 500,000 เพื่อขอให้เด็กกลับคำให้การ หรือให้แต่งงานกับผู้ต้องหา ซึ่งในฐานะนักกฎหมายไม่สามารถยอมรับได้ จึงเข้าไปช่วยเหลือด้านคดีและจะคัดค้านการปล่อยชั่วคราวต่อไป

ขณะนี้สภาพจิตใจเด็กย่ำแย่ ไม่กล้าอยู่บ้าน ไม่กล้าไปเรียนหนังสือ จึงต้องเร่งฟื้นฟูจิตใจอย่างเร่งด่วน โดนเด็กผู้เสียหายและแม่อยู่ในความดูแลของสภาทนายความ ซึ่งหลังจากนี้จะประสานหน่วยงานราชการ เช่น กรมคุ้มครองสิทธิฯเพื่อให้เยียวยาจิตใจ แต่หากไม่มีความคืบหน้า สภาทนายความอาจมีหนังสือขอความเห็นธรรมไปยังคสช. เพื่อให้ดูแลผู้เสียหายด้วย