อ.ค.ส.เผยยอดขายผลิตภัณฑ์นม7เดือนกว่า6พันล้าน ระบุผู้บริโภคมั่นใจผลิตภัณฑ์ "ไทย-เดนมาร์ค" เตรียมป้อนร.ร.ในพม่า
นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศ (อ.ส.ค.) กล่าวถึงภาพรวมของตลาดนมพบว่า กลุ่มยูเอชทีมีการขยายตัวเพียง 2-3 % ต่อปีถือว่าน้อยมาก แต่กรณีที่ยอดขายของอ.ส.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% เป็นผลมาจากความเชื่อมั่นในคุณภาพที่ผลิตจากน้ำดิบ100% ส่งผลให้นม"ไทย-เดนมาร์ค" มีสัดส่วนการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 29% เป็น 30% เป็นอันดับ 2 จากโฟร์โมสต์ ที่มีสัดส่วนสูงสุด 40%
ส่วนยอดขายของ อ.ส.ค. ตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.ค.ที่ผ่านมาว่าอยู่ที่ 6,480 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีจะไปตามเป้าหมาย 7,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นการเติบโตด้านนมพาณิชย์ 90% ส่วนที่เหลือเป็นนมโรงเรียน 10% ซึ่งอ.ส.ค.มีเป้าหมายที่จะปรับลดสัดส่วนของนมโรงเรียนลงอีกในปี 2558 โดยจะเหลือไว้เพียงเล็กน้อยเพื่อสร้างความสมดุลให้กับตลาด ส่วนแผนการตลาดอ.ส.ค.ได้เจาะทุกช่องทางการตลาดนมยูเอชที เพื่อให้ตรงกับทุกกลุ่มเป้าหมาย”นายสุชาติ กล่าว
นอกจากนี้ การส่งออกนมยูเอชที ไปยังกัมพูชา และลาว พบว่ามีการตอบรับที่ดีมาก ในปี2557 สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 600 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ 400 ล้านบาท เนื่องจากตลาดของประเทศเหล่านี้ มีการขยายตัวสูงถึงปีละ 10% และยังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยราคานมที่จำหน่ายอยู่ที่กล่องละ 15 บาท สูงกว่าไทยที่จำหน่ายกล่องละ 12 บาท ดังนั้น อ.ส.ค. จึงจะต้องทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนตลาดพม่าที่น่าสนใจปัจจุบัน อ.ส.ค. นำร่องการตลาดไปแล้ว อีกทั้งพม่ายังเจรจาขอความร่วมมือกับไทย ในการส่งออกโคนมพันธุ์ดี เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในพม่า ยังมีเป้าหมายที่จะป้อนสู่โครงการนมโรงเรียนเร็วๆนี้
แม้ไทยจะเป็นผู้ผลิตโคนมพันธุ์ดี และเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ในแถบอาเซียน ส่งผลให้ไทยเริ่มขาดแคลนโคนมแล้ว ในส่วนของ อ.ส.ค. สามารถรับซื้อนมดิบได้ปีละ 500 ตันต่อวัน จากกำลังการผลิตเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 2,800 ตันต่อวัน ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ไทยผลิตได้สูงสุดถึง 3,100 ตันต่อวัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเลี้ยงโคนมลดลง เป็นระยะผสมพันธุ์ และเป็นช่วงพักฟื้น ปริมาณการให้นมจึงน้อยลง






