"พล.ต.อ.สมยศ" ชี้2คนที่ถูกพาดพิงไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยฆ่า2นทท.เกาะเต่า ระบุข่าวลือเยอะเป็นอุปสรรคการทำงาน
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎรธานี ว่า ชุดคลี่คลายคดียังไม่มีการปรับเปลี่ยนประเด็นและแนวทางในการสืบสวนสอบสวน พร้อมกับส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวน โดยให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รักษาราชการแทนผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล(รรท.ผบก.สส.บชน.) ซึ่งมีความรู้ความสามารถในการสืบสวนสอบสวนลงไปทำงานร่วมกับทีมแพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับตำรวจในพื้นที่ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อคลี่คลายคดี
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า ปัญหาของการสืบสวนสอบสวนขณะนี้คือ เรื่องข่าวลือ ข่าวปล่อยตามโซเชียลเน็ตเวิร์คที่สร้างความสับสน และทำให้ตำรวจต้องเสียเวลาไปกับการติดตามข่าวลือที่ปรากฏ ซึ่งบางข่าวไม่เป็นความจริง ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่มีข่าวว่ามีหลายคนเข้าไปเกี่ยวข้อง บางคนที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยก็ไม่ได้อยู่ที่เกาะเต่า รวมทั้งกรณีนายฌอน แมคแอนนา เพื่อนชาวสก็อตแลนด์ ของนายเดวิด มิลเลอร์ นักท่องเที่ยวชายชาวอังกฤษที่เสียชีวิต ที่มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คว่า เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ และถูกข่มขู่จากผู้มีอิทธิพล ส่วนกรณีที่มีการโพสต์ในโซเชียลมีเดียพาดพิงบุคคลต้องสงสัย 2 คน ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะต้องเข้ามาชี้แจงกับตำรวจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ทั้ง 2 คนยังไม่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้แต่อย่างใด
รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มี 1 ในผู้ต้องสงสัยหลบหนีเข้ามาใน กทม.นั้น ยังไม่มีการรายงานในเรื่องนี้ แต่ก็ยังระบุไม่ได้ว่าคนร้ายยังอยู่ในพื้นที่หรือไม่ เพราะเกาะเต่าเป็นพื้นที่เปิด มีเรือโดยสารเข้าออกตลอดเวลา ทั้งนี้ แนวทางการสืบสวนติดตามตัวคนร้ายตำรวจไม่ได้มุ่งไปที่ดีเอ็นเอเพียงอย่างเดียว โดยต้องตรวจสอบทั้งวัตถุพยาน และพยานแวดล้อม รวมทั้งประจักษ์พยานด้วย แต่ที่ให้ความสำคัญกับดีเอ็นเอในร่างผู้ตาย เพราะเป็นไปตามหลักการว่า ดีเอ็นเอของบุคคลอื่นที่พบในร่างผู้เสียชีวิต ก็ถือเป็นดีเอ็นเอของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางคดี อย่างไรก็ตาม แนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ผลการตรวจดีเอ็นเอเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีหลักฐานอื่นๆ อีก
เช่น จอบ ถุงข้าวสารที่นำมาปิดจอบ ถุงยางอนามัย และก้นบุหรี่ ที่คาดว่าเป็นของคนร้ายที่สูบบุหรี่แล้วทิ้งไว้ ทั้งนี้ หลักฐานทั้งหมดที่ปรากฏในที่เกิดเหตุรวมทั้งดีเอ็นเอที่มาจากคราบอสุจิบนร่างกายผู้ตาย ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ใช้ในการสืบสวนสอบสวน เพราะฉะนั้นจึงไม่อยากให้เราพูดถึงดีเอ็นเอเพียงอย่างเดียว เพราะดีเอ็นเอไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของทั้งหมด
รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เกาะเต่า ขอยืนยันว่า ไม่มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลอย่างแน่นอน เพราะหลังเกิดเหตุชาวบ้านในพื้นที่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับคดีที่เกิดขึ้น และเร่งรัดให้มีการติดตามตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กดดันหรือไม่หลังสื่อต่างประเทศออกมาบอกว่าทางตำรวจไทยให้สัมภาษณ์ไปกันคนละทิศทางเกี่ยวกับผลการจับกุมคนร้าย พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ไม่หนักใจ แต่ก็ไม่ละเลยในการเร่งรัดคดีนี้ ซึ่งตนไม่อยากจะพูดกับสื่อตรงนี้ เพราะกลัวว่าพูดไปแล้วจะไปกันคนละทิศละทาง จึงขอแนะนำว่า หากสื่อมวลชนที่จะสอบถามหรือสัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าในคดีนี้ ขอให้สอบถามโดยตรงที่ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) และพล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รรท.ผบก.สส.บชน. เพราะเป็นผู้ที่ทำงานในพื้นที่ ซึ่งจะได้ข้อมูลมากกว่า แต่ตนจะสามารถพูดได้ในหลักการและภาพกว้างเท่านั้น โดยจะไม่ได้ลงรายละเอียด เพราะตนไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้การให้ข้อมูลคาดเคลื่อนกันได้ แต่ก็จะได้รับรายงานความคืบหน้าอยู่ตลอด






